ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 16

เมื่อคนซึนเจอคนสู้กลับ

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
“ผมไม่ชอบการถูกปิดบัง... ริน... บอกผมมาว่าไอ้หมอนั่นกำลังกุมความลับอะไรของเธออยู่... ก่อนที่ผมจะเข้าไปจัดการมันให้จมดินด้วยมือของผมเอง” ประโยคคำขาดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม แม้ว่าระยะห่างระหว่างเราในตอนนี้จะถูกคั่นกลางด้วยความเงียบงันของห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์โซนส่วนตัว ที่ไร้เงาของนักศึกษาคนอื่น ทว่าอุณหภูมิรอบตัวกลับพุ่งสูงขึ้นจนน่าใจหาย รินรดายืนกอดอก แผ่นหลังบางแนบชิดกับชั้นหนังสือไม้สักทอง ดวงตากลมโตคู่สวยที่ปกติมักจะฉายแววเย่อหยิ่งและทันคน บัดนี้กลับไหววับด้วยความตกใจปนดื้อรั้น เธอกำลังสบตากับผม—นายเหนือ เดือนคณะวิศวะที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและหวงของยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ “นายมันบ้าไปแล้วหรือไง นายเหนือ” เสียงหวานใสเอ่ยลอดไรฟันด้วยความไม่พอใจ เธอเชิดหน้าขึ้นสู้โดยไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวผมเลยแม้แต่น้อย “เรื่องของฉันกับคินมันไม่ใช่ธุระกะปะอะไรของนาย ทำไมฉันต้องมารายงานทุกเรื่องให้คนปากเสียอย่างนายฟังด้วย” “ไม่ใช่ธุระงั้นเหรอ?” ผมแค่น่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอทีละก้าว จนกระทั่งแผ่นอกกว้างแทบจะแนบชิดกับร่างระหง พื้นที่ว่างถูกร่นจนหมดสิ้น ผมใช้มือข้างหนึ่งยันทับชั้นหนังสือไว้กักขังเธอให้อยู่ในอาณาเขตของผม ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มฉายแววตื่นตระหนก “จำไม่ได้หรือไงว่าสถานะของเราตอนนี้คืออะไร หรือต้องให้ผมเตือนความจำด้วยการกระทำ ถึงจะจำได้ว่าเธอกำลังเป็น ‘คนโปรด’ ที่ผมทุ่มสุดตัวอยู่ห่างๆ แบบนี้” “คนโปรดอะไรกัน ฉันไม่เคยตกลงสักหน่อย!” รินรดาเถียงกลับทันควัน ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะความเขินที่ผมจู่โจมด้วยระยะประชิดแบบนี้กันแน่ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกผมไว้ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดนั้นจะสะเทือนถึงคนตัวโตอย่างผมได้ “ถอยไปนะ นายเหนือ นายกำลังล้ำเส้นฉันเกินไปแล้ว” “ผมล้ำเส้นตรงไหน” ผมโน้มใบลงไปกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนเจ้าตัวสะท้านเฮือก “ในเมื่อไอ้เด็กคินอะไรนั่นมันกลับมาจากต่างประเทศแล้วเดินหน้าจีบเธออย่างออกนอกหน้า แถมเธอยังมีพิรุธ หลบหน้าผมไปกินข้าวกับมันสองต่อสอง แบบนี้เขาเรียกว่าผมกำลังทำหน้าที่ ‘เจ้าของ’ ที่หวงของต่างหาก ริน” “นาย... นายมันเผด็จการ!” รินรดาตวาดแว้d ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนใส่ผมวงใหญ่ เธอยอมรับออกมาด้วยความโมโห “ใช่! คินเป็นเพื่อนสมัยเด็กของฉัน เขากลับมาหาฉันเพราะมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่พวกเราเคยสัญญาไว้ตอนเด็กๆ แต่มันเป็นเรื่องส่วนตัว... เรื่องที่ฉันไม่อยากเอาความรู้สึกงี่เง่าของนายมาปะปน!” “ความรู้สึกงี่เง่าเหรอ?” ผมทวนคำด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น ความหึงหวงที่สุมอยู่ในอกตั้งแต่เมื่อวานระเบิดออกมาจนควบคุมไม่อยู่ มืออีกข้างที่ไม่ได้ยันชั้นหนังสือไว้ เอื้อมไปจับปลายคางมนของเธอให้เงยขึ้นมารับสายตาจริงจังของผม “การที่ผมหึงจนแทบคลั่งเวลาเห็นเธอส่งยิ้มให้มัน การที่ผมนอนไม่หลับเพราะคิดว่าเธอกำลังปิดบังอะไรบางอย่างกับผู้ชายอื่น... สำหรับเธอ มันเป็นแค่เรื่องงี่เง่าแค่นั้นเหรอ รินรดา” น้ำเสียงของผมไม่ได้เกรี้ยวกราด แต่กลับทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหยิ่งทะนง นายเหนือคนนี้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครหน้าไหนทั้งนั้น... ยกเว้นก็แต่ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ คนที่ทำให้ผมกลายเป็นหมาโบ้ไร้ฟอร์มได้เพียงแค่เธอนิ่วหน้าใส่ รินรดาชะงักไปเมื่อเห็นแววตาของผม เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ริมฝีปากอิบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ความพยศในแววตาเมื่อครู่เริ่มอ่อนยวบลงทีละน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของผมเองที่เต้นโครมครามรากับกลองชุดในสตรีทเรซ “นาย... นายไม่ได้เป็นอะไรกับฉันสักหน่อย ทำไมต้องทำหน้าเหมือนคนอกหักขนาดนั้นด้วยเล่า” เธอบ่นพึมพำเสียงเบา สายตาหลบเลี่ยงไม่ยอมสบตากับผมนิ่งๆ เหมือนเคย มือที่ดันอกผมอยู่เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตสีดำของผมไว้หลวมๆ “ก็เพราะไม่อยากเป็นแค่ ‘คนโปรด’ ที่ยืนมองเธอจากมุมมืดไงครับ” ผมพูดออกไปตรงๆ ยอมเปิดเผยความรู้สึกที่เก็บงำไว้ภายใต้ความปากแข็งของตัวเอง “ผมอยากเป็นคนที่เธอเลือก อยากเป็นคนเดียวที่ได้ยืนข้างๆ เธอในทุกสถานการณ์... ริน... บอกความจริงผมมาเถอะ ว่าไอ้คินมันกุมความลับอะไรของเธออยู่ หรือว่า... เรื่องในอดีตที่เธอยังลืมมันไม่ได้ มันเกี่ยวข้องกับมันใช่ไหม” รินรดาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาดำขลับเบิกกว้างด้วยความตกใจ “นายรู้... นายรู้เรื่องนั้นได้ยังไง?” “ผมรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเธอนั่นแหละ” ผมตอบเสียงเรียบแต่หนักแน่น “โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้เธอนอนร้องไห้ในห้องสมุดเมื่อเทอมก่อน... ผมตามสืบจนรู้ว่าไอ้หมอนั่นเป็นคนหักอกเธอตอนเด็กๆ แล้วตอนนี้มันกลับมาทำไมอีก หรือมันจะกลับมาทวงสัญญาบ้าๆ อะไรที่มันเคยทำลายไปแล้ว” บรรยากาศระหว่างเราตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความลังเลและความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง แผลเป็นในวัยเด็กที่เธอนึกว่ามันเลือนหายไปตามกาลเวลา กลับถูกผมดึงมันกลับมาต่อหน้าต่อตา “นายเหนือ... นายไม่เข้าใจหรอก” เธอกระซิบเสียงสั่น น้ำใสๆ เริ่มเอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคู่สวย “คินไม่ได้แค่กลับมาทวงสัญญา... แต่เขากำลังเอาเรื่อง ‘ครอบครัว’ ของฉันมาต่อรอง เพื่อให้ฉันกลับไปยืนจุดเดิม จุดที่ฉันเกลียดที่สุด... จุดที่ฉันต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเพื่อแลกกับธุรกิจของพ่อแม่” หัวใจของผมกระตุกวูบ ความโกรธเกรี้ยวที่เคยมีต่อไอ้คินพุ่งทะยานจนถึงขีดสุดเมื่อได้ยินคำว่า ‘แต่งงาน’ ร่างกายของผมขยับไปเร็วกว่าความคิด มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิดสนิทกันโดยไม่มีช่องว่าง รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจ แต่ผมไม่ยอมปล่อยให้เธอได้หลบหนีไปไหนอีกแล้ว “แต่งงานงั้นเหรอ?” ผมเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาดุร้ายฉายชัดความคลั่งไคล้และหวงแหนจนน่ากลัว “ฝันไปเถอะ! ต่อให้มันเอาทั้งบริษัทมาแลก หรือเอาสัญญาบ้าบออะไรมาอ้าง รินรดาต้องเป็นของผม... นายเหนือคนนี้ไม่มีทางยอมให้ใครหน้าไหนมาฉุดเธอไปจากผมเด็ดขาด!” “แต่นาย... อื้อ!” คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อผมตัดสินใจใช้ริมฝีปากของตัวเองปิดกั้นคำปฏิเสธทั้งหมดด้วยความเอาแต่ใจ ความนุ่มนวลผสมผสานกับความเร่าร้อนที่อัดอั้นมานานถูกระบายลงไปในสัมผัสนี้ รินรดาดลใจเบิกกว้างด้วยความคาดไม่ถึง เธอกำลังจะทุบตีประท้วงตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า... ทันทีที่ผมตวัดปลายลิ้นเรียกร้องการตอบรับ ความพยศของเธอก็เริ่มละลายหายไป กลายเป็นความอ่อนยวบที่ยอมจำนนต่อความคลั่งรักของผม ร่างบางสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขน มือเล็กที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อของผมแน่นขึ้นเพื่อพยุงตัวไม่ให้ล้มลงไป กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวผมให้ตื่นขึ้น ผมรุกไล่ตักตวงความหวานจากเรียวปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ จนกระทั่งลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด ถึงยอมผละริมฝีปากออกมาช้าๆ อย่างอาลัยอาวรณ์ หน้าอกของรินรดากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ใบหน้าเนียนแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู เธอกัดปากตัวเองด้วยความเขินอายปนเคืองนิดๆ ที่ถูกผมฉวยโอกาสในสถานการณ์ซีเรียสแบบนี้ “คนบ้า... ฉันกำลังเครียดอยู่แท้ๆ นายยังจะมา...” เธอบ่นอุบอิบ เสียงเบาราวกับเสียงแมว “ก็เพราะอยากให้เธอรู้ไงครับ ว่าผมพูดจริงทำจริง” ผมยิ้มมุมปาก ความร้ายกาจกลับมาฉาบบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อเห็นอาการเขินจนทำตัวไม่ถูกของคนปากแข็ง “ทีนี้... เลิกสนใจไอ้คินนั่นได้แล้วมั้งครับ เพราะต่อจากนี้ หน้าที่จัดการปัญหาทั้งหมด... ยกให้เป็นของ ‘เจ้าของ’ คนนี้ดีกว่า” รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยปากด่าผมกลับ ประตูห้องสมุดโซนส่วนตัวที่ควรจะล็อกไว้จากด้านใน กลับส่งเสียง ‘คลิก’ เบาๆ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาคมกริบของ ‘คิน’ กวาดมองสภาพของเราสองคนที่ยังยืนแนบชิดติดกันคาชั้นหนังสือ ก่อนที่เขาจะหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของผมเย็นเฉียบ “ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะ... แต่ดูเหมือนว่า ‘คู่หมั้น’ ของผม จะลืมไปแล้วนะครับ ว่าเรายังมีเรื่องต้องเคลียร์กันให้จบ” ขอบคุณที่สนับสนุนและเดินทางความฟินมาด้วยกันเสมอนะครับ — สแลมดังก์สื่อรัก
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%