ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 20

คำโกหกที่ทำร้ายใจ

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
แฟลชจากกล้องโทรศัพท์มือถือที่สาดเข้ามาในห้องรับรอง VIP ของสโมสรนักศึกษาเมื่อครู่ ยังคงทิ้งร่องรอยความระส่ำระสายไว้ในอากาศ ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าแสงแฟลชมืดบอดเหล่านั้น คือสายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม รินรดาไม่ได้ร้องไห้ เธอไม่เคยเป็นผู้หญิงประเภทที่จะยอมเสียน้ำตาให้กับการตกเป็นเหยื่อของเกมสกปรก ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยฉายแววพยศและเย่อหยิ่ง ยามนี้กลับนิ่งสนิทจนน่ากลัว เธอกวาดตามองภาพข่าวซุบซิบที่ถูกส่งต่อกันว่อนโซเชียลมีเดียของมหาวิทยาลัย ก่อนจะเงยขึ้นสบตาผม นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพผม—นายเหนือ เดือนคณะวิศวะผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร—ที่กำลังยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "กับดักสมบูรณ์แบบดีนี่ครับ" เสียงหวานใสที่เคยเอื้อံนคำพูดเชือดเฉือนผมมานักต่อนัก เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของอารมณ์ใดๆ แต่มันกลับคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโกน "นายกับคนที่อยู่เบื้องหลังคงสะใจมากสินะ ที่ในที่สุดก็ลากฉันลงมาคลุกโคลนกับข่าวฉาวพวกนี้ได้สำเร็จ" "ริน..." ผมเผลอก้าวเข้าไปหาเธอตามสัญชาตญาณ มือหนาที่มักจะใช้คว้าลูกบาสลงห่วงด้วยความมั่นใจ ยามนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยยามที่พยายามจะเอื้อมไปแตะไหล่บาง "ฟังผมก่อน เรื่องนี้ผมไม่ได้..." "ถอยไป!" เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสของผม รังสีความเย็นชาแผ่ออกจากตัวเธอจนผมรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งในฤดูร้อน ปลายจมูกรั้นของเธอดร็อปสีแดงเรื่อเล็กน้อยด้วยความอัดอั้น แต่ริมฝีปากบางเฉียบกลับเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นทุกความอ่อนแอ "อย่ามาแตะต้องตัวฉันด้วยมือคู่นี้ นายเหนือ!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "คิดว่าฉันโง่มากเหรอ? ภาพที่ถูกปล่อยออกมามุมกล้องนั้น เวลาที่เป๊ะขนาดนั้น... ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนายร่วมมือกันจัดฉากขึ้นมา เพื่อบีบให้ฉันจนมุม แล้วจะให้ฉันคิดเป็นอื่นได้ยังไง?" "คุณกำลังดูถูกผม" ผมกัดฟันกรวด ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนกับความรู้สึกผิดจนจุกอก คำว่า *'ร่วมมือกัน'* จากปากเธอ มันเหมือนมีดที่กรีดลงซ้ำๆ บนแผลเดิม "ถ้าผมอยากได้ตัวคุณ ผมใช้วิธีอื่นที่ศักดิ์ศรีมากกว่านี้ ไม่จำเป็นต้องเอาชื่อเสียงของคุณมาเดิมพันกับเรื่องบ้าๆ แบบนี้หรอก!" "แล้วไง? สุดท้ายมันก็แค่เรื่องของ 'ศักดิ์ศรี' กับ 'เกมเอาชนะ' ของพวกผู้ชายงี่เง่าสินะ!" เธอสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตเริ่มมีรื้นน้ำใสๆ แต่เธอกลับเงยหน้าขึ้นบังคับให้มันไหลย้อนกลับ "นายไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครหรอก นายเหนือ นายสนใจแค่ว่าตัวเองจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้หรือเปล่า... และใช่ นายชนะแล้ว ฉันมันแค่คนโง่ที่เกือบจะเชื่อว่าที่ผ่านมานายจริงใจกับฉัน!" ประโยคสุดท้ายของเธอทำเอาลมหายใจของผมสะดุดกึก หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งยโส พังทลายลงในเสี้ยววินาที เธอกำลังเข้าใจผิด... เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว "รินรดา ฟังผมให้ดีนะ..." ผมตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอในระยะประชิด ใช้ความสูงและร่างกายที่ใหญ่กว่ากักเธอไว้ระหว่างโต๊ะประชุมกับแผ่นอกของผมเอง ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ถอยหนีไปไหนอีก ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นไหวระริก "มองหน้าผม แล้วฟังให้ชัดๆ..." เธอพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ผมใช้มือข้างหนึ่งประคองปลายคางมนไว้บังคับให้เธอมองตรงมาที่ผม ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้กันจนรับรู้ได้ถึงความรัญจวนใจที่แฝงไปด้วยความร้าวราน "ผมไม่ได้ทำ" ผมเน้นย้ำทีละคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนสั่นพร่า "ผมไม่มีวันเอาชื่อเสียงของคุณมาล้อเล่นเด็ดขาด เพราะสำหรับผมแล้ว... คุณไม่ใช่แค่เหยื่อในเกมบ้าๆ นี่" รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เปลือกตากระพริบถี่เพื่อซับความสับสนที่ฉายชัดขึ้นในแววตา แต่เพียงไม่นาน กำแพงความเย่อหยิ่งก็ถูกยกขึ้นมาตั้งตระหง่านอีกครั้ง เธอดันอกผมออกสุดแรง แม้แรงของเธอจะไม่มากพอที่จะทำให้ผมขยับได้เลยแม้แต่น้อย แต่แรงผลักนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แล้วถ้าไม่ใช่เพราะนาย แล้วทำไมคินถึงบอกว่า..." เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ "ทำไมคินถึงอยู่ในห้องนั้นกับเราตั้งแต่แรก! นายสองคนสมรู้ร่วมคิดกันไม่ใช่เหรอ เพื่อให้ฉันเห็นภาพบาดตานั่น แล้วนายก็จะได้เข้ามาสวมบทพระเอกผู้แสนดี!" *คิน...* ไอ้บ้านั่นอีกแล้วสินะ! เพื่อนสมัยเด็กที่โผล่มาถูกจังหวะราวกับนัดกันไว้ คนที่ผมเพิ่งซัดหน้ามันไปหมาดๆ ในลานจอดรถเมื่อวานนี้ เพราะมันดันกล้าดีอย่างไรมาแตะต้องคนที่ผมหวงแหน ความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดชนวนขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ผมเผลอแสดงด้านที่ร้ายกาจที่สุดออกมาเพื่อปกป้องอีโก้บ้าๆ ของตัวเอง ในเมื่อเธอยังคงเชื่อคำพูดของไอ้เวรนั่น มากกว่าความจริงที่สะท้อนอยู่ในแววตาของผม... งั้นก็เอาสิ อยากให้ผมเป็นผู้ร้ายนักใช่ไหม? "ถ้าคุณอยากจะคิดแบบนั้น... มันก็เรื่องของคุณ" ผมยิ้มหยันที่มุมปาก ปล่อยมือออกจากคางเธออย่างช้าๆ ถอยหลังออกไปตั้งหลักด้วยท่าทีที่เย็นชาและไร้เยื่อใยที่สุดเท่าที่จะทำได้ รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกำลังรอคำปฏิเสธ หรือคำอธิบายที่ยาวกว่านี้ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นรอยยิ้มหยิ่งผยองที่ผมจงใจปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความเจ็บปวดในอก "ใช่... ผมเกลียดความวุ่นวาย และผมก็เบื่อเกมจับผิดนี่เต็มแก่แล้ว" ผมแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ "คุณจะคิดว่าผมเป็นคนวางแผนทั้งหมดก็ได้ จะคิดว่าผมเห็นคุณเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อชิ้นหนึ่ง... ก็ตามใจคุณเถอะ" "นาย..." รินรดารemapped เสียงสั่น เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด "นายพูดใหม่อีกทีซิ..." "ทำไมล่ะ? ฟังไม่ชัดเหรอครับคุณรินรดา" ผมแค่นหัวเราะ ปลดปล่อยคำพูดที่เหมือนเป็นการกรีดแทงหัวใจตัวเองไปด้วยในตัว "ผมไม่ได้รักคุณ... และผมไม่เคยคิดจะจริงจังกับผู้หญิงอย่างคุณเลยแม้แต่นิดเดียว พอใจหรือยังล่ะกับคำตอบนี้!" เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับแก้มซ้ายของผมอย่างจัง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้หน้าผมหันไปตามแรงกระแทก ความแสบร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนผิวเนื้อ แต่ทว่า... มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดเสียดแท่นที่กลางอก ราวกับหัวใจทั้งดวงถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากจนหลุดลอย ผมหันกลับมามองเธอช้าๆ รินรดายืนตัวสั่นเทา ฝ่ามือข้างที่เพิ่งตบผมสั่นระริก หยดน้ำตาที่เธอพยายามอดกลั้นมาตลอด ยามนี้ไหลรินอาบสองแก้มเนียนอย่างไม่อาจหักห้ามได้อีกต่อไป "ขอบคุณสำหรับความจริงนะ นายเหนือ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยิน "จากนี้ไป... นายกับฉัน เราจบกันแค่นี้" พูดจบเธอก็หันหลังวิ่งหนีออกไปจากห้องทันที โดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองผมที่ยืนแข็งค้างเป็นหินอยู่ตรงนั้น ผมอยากจะวิ่งตามเธอไป คว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นๆ แล้วบอกความจริงทั้งหมด บอกว่าคำพูดเมื่อครู่เป็นแค่คำโกหกที่กลั่นออกมาจากความประชดประชันและอีโก้ที่โง่เง่า แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน ความเงียบงันภายในห้องรับรองเข้าปกคลุม จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดของ 'คิน' ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก "เล่นละครได้สมบทบาทดีนี่ นายเหนือ..." คินหัวเราะในลำคอ สายตาที่มองผมเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม "แกคิดเหรอว่าทำแบบนี้แล้ว รินเขาจะหันมามองแกอีก? เปล่าเลย... ตอนนี้เขากำลังวิ่งมาหาฉันต่างหากล่ะ" ผมหันขวับไปมองหน้ามัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธที่พุ่งทะลุจุดเดือด มือหนาง้างขึ้นเตรียมจะซัดหน้ามันอีกรอบให้สาสมกับความเลวทรามที่มันทำ แต่ทว่า... ประโยคถัดมาของคิน กลับทำให้หมัดที่เงื้อมไว้ค้างกลางอากาศ และทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุนลงในทันที "แกอยากรู้ไหมล่ะ ว่าใครเป็นคนส่งรูปทั้งหมดนั่นให้สำนักข่าวของมหา'ลัย?" คินยิ้มเหี้ยม เก๊กท่าพิงกรอบประตูอย่างสบายใจ "ก็คนใกล้ตัวแก ที่นั่งกินนอนกินอยู่ข้างกายแกมาตลอด... คนที่เพิ่งส่งข้อความมาบอกฉันเมื่อกี้ ว่าแผนการสำเร็จลุล่วงด้วยดีแล้วไงล่ะ" หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของคินสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนรูปถ่ายล่าสุดที่ถูกส่งเข้ามา... ภาพของบุคคลที่ผมไว้ใจที่สุด กำลังยืนยิ้มเยาะอยู่เคียงข้างคิน ในมุมมืดของลานจอดรถตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์! — โปรดติดตามตอนต่อไป — ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปย์หัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "สแลมดังก์สื่อรัก" เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%