ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 21

รอยร้าวของสัญญา

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องพักส่วนตัวชั้นสิบห้า ไม่ได้ช่วยลดทอนอุณหภูมิความร้อนระอุที่กำลังแผดเผาอยู่ในอกผมเลยแม้แต่น้อย ภาพรอยยิ้มจอมปลอมของคินที่ยืนเคียงข้างคนที่ผมไว้ใจที่สุดในลานจอดรถตึกวิศวะฯ เมื่อคืน ยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง ทว่าสิ่งเดียวที่คมกริบยิ่งกว่าภาพบาดตาเหล่านั้น คือแววตานิ่งสนิทของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงหน้าผมเวลานี้ รินรดา... ผู้หญิงที่ทำให้ผมยอมถอดเขี้ยวเล็บของเสือร้าย กลายเป็นแค่หมาโบ้เชื่อง ๆ ที่ยอมจำนนต่อสายตาคู่นั้นเพียงลำพัง โต๊ะกระจกใสตัวเตี้ยคั่นกลางระหว่างเรา บนนั้นมีแฟ้มเอกสารบางอย่างวางนิ่งอยู่ มันไม่ใช่ตำราเรียน ไม่ใช่ชีทสรุปวิชาโปรเจกต์ แต่เป็นกระดาษแผ่นบางที่ผมรู้ดีว่า หากปล่อยให้มันขยับไปไกลกว่านี้ โลกทั้งใบของผมคงพังทลายลงในพริบตา "นายเหนือคะ... ไม่สิ ต้องบอกว่า นายเหนือครับ" รินรดาเอ่ยแก้คำพูดตัวเองด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง รอยยิ้มเยือกเย็นที่เธอส่งมาให้ มันบาดลึกเสียยิ่งกว่าคำด่าทอด้วยซ้ำ "เราเลิกเล่นเกมนี้กันเถอะค่ะ" คำว่า 'เกม' ที่เธอกล่าวอ้าง ทำให้กรามของผมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน มือหนาที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ผมหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความตลกขบขันโดยสิ้นเชิง "เกมงั้นเหรอ?" ผมทวนคำ น้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "รินคิดว่าที่ผ่านมาทั้งหมด... มันคือเกมสำหรับผมเหรอครับ" "แล้วจะให้ฉันเรียกว่าอะไรล่ะคะ?" รินรดาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตคู่นั้นวาววับด้วยหยาดน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้มันไหลร่วงลงมาให้ผมได้เห็นความอ่อนแอ "ความสัมพันธ์ลับ ๆ ที่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ คนอื่น คอยระแวงว่าใครจะมาเห็น คอยทนรับแรงกระแทกจากเพื่อนสนิทของคุณ... และที่สำคัญที่สุด นายเหนือเลือกที่จะเก็บงำบางเรื่องไว้ไม่ยอมบอกฉัน ทั้ง ๆ ที่เราตกลงกันแล้วว่าจะไม่มีความลับ" "เรื่องคินใช่ไหม?" ผมสวนกลับทันควัน ทนไม่ไหวที่จะต้องยืนฟังเธอบิดเบือนความจริงอีกต่อไป ผมลุกขึ้นยืนตาม ประชิดตัวเธอด้วยความสูงที่เหนือกว่าเพื่อกดดัน "รินกำลังเอาเรื่องของไอ้คินมาเป็นข้ออ้างในการทิ้งผม ทั้ง ๆ ที่ผมต่างหากที่เป็นคนเห็นมันยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างคุณ!" "ใช่! เพราะนายเหนือไม่เคยเชื่อใจฉันเลยต่างหาก!" เสียงหวานตวาดกลับมาอย่างเหลืออด เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเมื่อผมขยับเข้าหา แต่แววตากลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความผิดหวังและดื้อรั้น "คุณคิดว่าฉันไปลับหลังคุณกับคินใช่ไหม? คุณคิดว่าฉันหักหลังคุณใช่ไหมล่ะ นายเหนือ! ถ้าคุณมองฉันเป็นคนแบบนั้นตั้งแต่แรก แล้วเราจะคบกันต่อเพื่ออะไรวะคะ!" สรรพนามที่เปลี่ยนไปพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาคู่นั้น ทำให้หัวใจผมกระตุกวูบ รินรดาร้องไห้อย่างเงียบเชียบ เธอเป็นคนแบบนี้เสมอ... เข้มแข็งจนน่าโมโห ดื้อรั้นจนน่าจับมาตีให้ก้นลาย แต่ยามที่เธอแตกสลาย มันกลับทำลายความมั่นใจทั้งหมดของเดือนคณะวิศวะฯ อย่างผมลงจนไม่เหลือชิ้นดี ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอ คว้าข้อมือเรียวบางนั้นไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะไม่ให้เจ็บ แต่แน่นพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอเดินหนีผมไปไหน กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของแชมพูเด็กที่คุ้นเคยลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความกลัว... กลัวว่าจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล "ฟังผมก่อนสิครับ..." เสียงของผมอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเว้าวอนที่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเอ่ยมันกับใครได้นอกจากเธอ "ผมไม่ได้ไม่เชื่อใจริน... แต่ผมหวง ผมไม่อยากให้ไอ้หน้าไหนมันเข้าใกล้ผู้หญิงของผม โดยเฉพาะไอ้คินที่มันจ้องจะแย่งรินไปตั้งแต่เด็ก!" รินรดาสบตากลมโตกับผมนิ่ง เนิ่นนานก่อนที่เธอจะแค่นجหัวเราะออกมาเบื้องหน้า "ผู้หญิงของคุณ... คำก็ผู้หญิงของคุณ สองคำก็ของของคุณ นายเหนือคะ ฉันไม่ใช่สิ่งของนะ ที่คุณจะแสดงความเป็นเจ้าของแล้วทำตามอำเภอใจยังไงก็ได้" "ริน..." "พอเถอะค่ะ" เธอสะบัดข้อมือออกจากมือผมอย่างเด็ดขาด แรงสะบัดนั้นไม่ได้มากมาย แต่กลับสร้างรอยร้าวลึกในอกผมจนเจ็บแปลบ "เราถอยกันคนละก้าวเถอะนะ ปลดปล่อยตัวเองจากความอึดอัดนี้ซะ นายเหนือก็กลับไปเป็นเดือนคณะที่ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล ส่วนฉัน... ก็จะกลับไปยืนในจุดที่ฉันควรจะอยู่" รินรดาหันหลังให้ผมทันที เธอก้าวเดินไปยังประตูห้องพักอย่างไม่ลังเล แผ่นหลังบางที่สั่นเทานิด ๆ นั้นตอกย้ำว่าเธอก็เจ็บไม่แพ้กัน แต่ทิฐิและสถานการณ์รอบตัวกลับบีบคั้นให้เราต้องเลือกทางนี้ *ปึง!* เสียงปิดประตูดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วห้องที่ว่างเปล่า ความเงียบงันเข้าปกคลุมทันที เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ของเธอที่ยังคงอบอวลอยู่รอบตัว ผมทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ปิดหน้าด้วยมือทั้งสองข้างอย่างคนหมดแรง นี่เหรอคือบทสรุปของความรักที่เราพยายามวิ่งเข้าใส่กันอย่างสุดกำลัง ติ๊ด... เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดึงสติผมให้หลุดออกจากภวังค์ความเจ็บปวด ผมหยิบมันขึ้นมาด้วยความหวังอันริบหรี่ เผื่อว่าจะเป็นข้อความง้อจากเธอ... แต่นี่ไม่ใช่ หน้าจอแสดงภาพถ่ายจากเบอร์แปลก เป็นภาพของรินรดากำลังยืนรับซองเอกสารบางอย่างจากมือของคินที่มุมตึกคณะบริหาร พร้อมกับข้อความสั้น ๆ ที่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของผมพุ่งทะยานจนปรอทแทบแตก *[อยากรู้ไหมล่ะนายเหนือ... ว่าความจริงแล้ว รินรดารับรู้อะไรเกี่ยวกับอุบัติเหตุเมื่อปีก่อนบ้าง]* ผมผุดลุกขึ้นยืนทันที ความโกรธระลอกใหม่พุ่งพล่านจนสติแทบขาดผึง คว้ากุญแจรถบนโต๊ะแล้วสาวเท้ายาว77ไปยังประตูห้องด้วยความเร็วแสง ในจังหวะเดียวกับที่มือหนาผลักบานประตูเปิดออก... ร่างสูงโปรดของใครบางคนก็ก้าวสวนเข้ามาในห้องพักของผมเสียก่อน พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนมุมปาก "ไง... ไอ้น้องชาย ไม่คิดว่าจะต้อนรับแขกแบบนี้เลยนะ" ไอ้คิน! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักของนายเหนือกันนะครับ! — สแลมดังก์สื่อรัก
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%