"ไอ้คิน!"
เสียงตะโกนของผมดังลั่นไปทั่วระเบียงคณะวิศวะฯ จนเพื่อนกลุ่มที่นั่งหัวโด่กันอยู่ถึงกับชะงัก รสชาติขมปร่าในลำคอเหมือนจะทะลักออกมา ผมโยนไอโฟนเครื่องหรูลงบนโต๊ะโลหะจนเกิดเสียงดังปัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกพลุ่งพล่านที่ขมับลดลงไปแม้แต่นิดเดียว
"ใจเย็นไอ้เหนือ มึงจะกินหัวใครอีกวะ แค่เห็นมันเดินมาส่งรินรดาถึงตึกเนี่ยนะ?" ตี๋ เพื่อนสนิทในกลุ่มพูดพลางเลื่อนแก้วเหล้าเข้าหาผม แต่ผมปัดมันทิ้งจนของเหลวสีอำพันนั่นหกเลอะเทอะ
"มันไม่ใช่แค่มาส่ง แต่มันแตะเนื้อต้องตัวรินรดา" ผมแค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาที่เคยเฉยชาต่อโลกใบนี้กลับร้อนรุ่มไปด้วยเพลิงโทสะที่ควบคุมไม่อยู่
นี่เข้าสู่วันที่สามแล้วที่ผมไม่ได้นอนอย่างมีคุณภาพ หน้าจอสมาร์ทโฟนที่ว่างเปล่าจากแชทของคนตัวเล็กยิ่งตอกย้ำว่าผมกำลังเสียตำแหน่ง 'คนโปรด' ไปให้ไอ้เพื่อนสมัยเด็กนั่นจริงๆ กาแฟสามแก้วที่อัดเข้าไปตั้งแต่เช้าไม่ได้ช่วยให้สมองปลอดโปร่ง แต่มันกลับทำให้ประสาทสัมผัสของผมตึงเปรี๊ยะจนพร้อมจะพังทลายทุกอย่างที่ขวางหน้า
รินรดา... ผู้หญิงที่เคยเป็นดั่งพื้นที่ปลอดภัยของผม บัดนี้กลายเป็นเขาวงกตที่ผมหาทางออกไม่เจอ
ผมหยิบกุญแจรถขึ้นมาแล้วเดินลิ่วออกมาจากวงสนทนา โดยไม่สนเสียงเรียกของเพื่อนๆ ในหัวมีแต่ภาพที่รินรดายิ้มให้คินตอนมันจัดปอยผมที่ปรกหน้าให้เธอ... ภาพนั้นมันกรีดลึกในใจผมจนอยากจะอาเจียน
ผมขับรถมาหยุดที่หน้าหอพักของเธอตอนตีสอง บ้าชะมัด... นี่ผมกลายเป็นไอ้โรคจิตที่ตามตื๊อผู้หญิงตอนดึกดื่นตั้งแต่วันไหนกัน? ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเข้าแชทที่ค้างไว้...
*‘อยู่ไหน’*
*‘กลับหอยัง’*
*‘คินมันพาไปไหนมา’*
ผมพิมพ์ข้อความทิ้งไว้หลายสิบประโยค แต่สุดท้ายก็ลบทิ้งทั้งหมด ความทระนงในศักดิ์ศรีของเดือนคณะวิศวะฯ มันค้ำคอจนผมทำตัวเป็นหมาหงอยไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึก ‘เสียศูนย์’ ที่เกาะกินหัวใจมันก็ทำให้ผมก้าวขาไม่ออก
แสงไฟจากระเบียงชั้นสี่สว่างขึ้น... รินรดาเดินออกมา เธอยืนพิงขอบระเบียง มือถือแก้วน้ำอุ่น มองเหม่อไปในความมืดโดยไม่รู้เลยว่ามีคนกำลังยืนมองเธอจากมุมตึกที่มืดมิด
ผมนิ่งค้าง ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยฝีมือของเธอ รินรดาในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวดูนุ่มนิ่มจนผมอยากจะพุ่งตัวเข้าไปกอดให้จมอก แต่ความหวาดระแวงที่ว่าเธออาจจะเพิ่งคุยโทรศัพท์กับไอ้คินมา มันตรึงผมไว้กับที่
"เฮ้อ..." เสียงถอนหายใจแผ่วเบาของเธอดังแว่วมาตามลม แม้จะไม่ได้ยินชัด แต่ผมรับรู้ได้ถึงความเหนื่อยล้าในนั้น
ผมนั่งพิงเบาะรถ ปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินตัวตน ผมไม่ได้กินข้าวมาสองวันเต็มๆ เพราะทุกครั้งที่อาหารผ่านลำคอ มันกลับรู้สึกฝืดเคืองจนน่าสะอิดสะเอียน ความคิดถึงมันตีรวนอยู่กับความหึงหวงจนผมแทบเป็นบ้า
วินาทีที่ผมตัดสินใจว่าจะขับรถกลับ ไม่เอาแล้ว... จะไม่รอใครอีกแล้ว—เสียงแจ้งเตือนข้อความที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์ในมือก็หยุดกึกทุกการเคลื่อนไหวของผม
*RinRada: "ถ้าจะมาดักรอหน้าหอ ก็เลิกทำตัวเป็นเด็กๆ แล้วเดินขึ้นมาคุยกันตรงๆ ไม่ดีกว่าเหรอคะ?"*
ผมตัวแข็งทื่อ... เธอรู้? เธอรู้มาตลอดว่าผมอยู่ที่นี่?
ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วสันหลัง ผมไม่ได้รอช้าอีกต่อไป ก้าวลงจากรถด้วยจังหวะที่เร่งรีบจนเกือบสะดุด ลมหายใจหอบถี่ไม่ใช่เพราะความเหนื่อย แต่เพราะความตื่นเต้นที่ปะปนกับความโกรธที่เธอยังกล้าสั่งผมในขณะที่เธอกำลังทำให้ผมคลั่ง
ผมพุ่งตัวขึ้นลิฟต์ กดชั้นสี่ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ผมก็เห็นเธอยืนกอดอกพิงประตูห้องชุดอยู่ แสงไฟสลัวจากทางเดินตกกระทบใบหน้าสวยที่ตอนนี้ไร้เครื่องสำอาง แต่กลับมีเสน่ห์เหลือร้ายจนผมอยากจะบดขยี้ริมฝีปากนั่นเสียให้หายแค้น
"คิดว่าจะไม่มาซะแล้ว" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผมราวกับจะอ่านความคิดที่บิดเบี้ยวของผมให้ทะลุปรุโปร่ง
ผมไม่ตอบ... ก้าวเข้าไปหาเธอจนระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น มือแกร่งคว้าเข้าที่เอวบางของเธอแล้วรั้งเข้ามาหาตัวจนแผ่นหลังของเธอแนบกับประตูห้อง
"ไอ้คิน... มันแตะต้องตัวเธอตรงไหนบ้าง" ผมถามเสียงพร่า แรงอารมณ์บีบให้ผมรุกเร้าเธอจนแทบไม่มีที่ว่างให้หายใจ
รินรดาแค่นยิ้ม ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีแววหวาดกลัวเลยสักนิด เธอยกมือขึ้นแตะที่ปกเสื้อของผมเบาๆ ก่อนจะออกแรงกระตุกให้ผมโน้มตัวลงไปหา
"หึงจนหน้ามืดขนาดนี้เลยเหรอคะ คุณเดือนคณะ?"
คำถามยั่วเย้าที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจของเธอทำเอาผมแทบคลั่ง ผมกดจมูกลงไปที่ซอกคอหอมกรุ่น สูดกลิ่นกายของเธอเข้าปอดลึกๆ เพื่อยืนยันว่าเธอเป็นของผม... แต่ในจังหวะที่ผมกำลังจะขบเม้มแสดงความเป็นเจ้าของ เสียงปลดล็อกประตูห้องข้างๆ ก็ดังขึ้น
คนตัวเล็กในอ้อมกอดผมชะงัก เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นบุคคลที่กำลังก้าวออกมาจากห้องข้างๆ พร้อมกับถุงขยะในมือ
"ริน... อ้าว?"
ร่างสูงโปร่งของคินที่ยืนอยู่ตรงหน้าเราสองคนชะงักค้าง สายตาของมันกวาดมองมือนายเหนือที่โอบเอวรินรดาไว้แน่น ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"ผมมาขอยืมที่ชาร์จแบตครับ... คงไม่ได้ขัดจังหวะอะไรใช่ไหม?" คินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มือของมันที่กำถุงขยะแน่นจนถุงกรอบแกรบนั้นบอกได้เป็นอย่างดีว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่
ผมกระชับอ้อมกอดรินรดาแน่นขึ้นจนคนตัวเล็กส่งเสียงประท้วงในลำคอ นี่ไม่ใช่แค่การมาขอยืมของ แต่มันคือการประกาศสงครามครั้งใหญ่ที่ผมไม่มีทางยอมถอยให้เด็ดขาด
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของนายเหนือและรินรดานะครับ ไว้เจอกันตอนหน้าครับ!
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 22
วันที่พระเอกเริ่มเสียศูนย์
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!