เสียงหอบหายใจแผ่วเบาที่ดังคลอเคลียอยู่ข้างใบหู ยิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าระยะห่างระหว่างเราในตอนนี้มันใกล้จนเกินกว่าคำว่า 'เพื่อนบ้าน' หรือ 'คนรู้จัก' จะให้คำนิยามได้
ผมกระชับอ้อมกอดที่เอวบางของรินรดาแน่นขึ้นอีกนิด แรงขัดขืนที่เคยมีดูเหมือนจะลดทอนลงไปครึ่งต่อครึ่งเมื่อแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับบานประตูห้องพักของเจ้าตัว เสียงล็อกกลอนที่ดังคลิกก่อนหน้านี้กลายเป็นกรงขังชั่วคราวที่เราต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมถอยให้กัน
"ปล่อยผมนะ นายเหนือ" น้ำเสียงที่พยายามดัดให้แข็งกร้าวแต่กลับสั่นพร่าเล็กน้อยในตอนท้าย ทำให้คนที่ยืนกอดอกมองอยู่เหนือร่างเธออย่างผมเผลอยกยิ้มมุมปากไม่ได้ รินรดาช้อนสายตาขึ้นมองผม ดวงตากลมโตคู่นั้นเต็มไปด้วยความพยศและทิฐิที่ถูกจุดจนลุกโชน ไม่มีร่องรอยของความกลัว มีแต่ความดื้อรั้นที่ชวนให้คนมองอยากจะปราบให้พยศนัก
"ถ้าผมบอกว่าไม่ล่ะ?" ผมก้มหน้าลงไปกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่ผมพยายามกดมันเอาไว้ตลอดทั้งวัน "คุณเดินมาหาเรื่องผมถึงหน้าห้องเองนะ รินรดา... คิดเหรอว่ามาแล้วจะเดินกลับไปได้ง่ายๆ"
"ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง ฉันแค่จะมาเอาชีทสรุปคืน!" เถียงสู้เสียงแข็ง มือเล็กพยายามดันแผงอกผมให้ออกห่าง แต่มีเหรอที่คนอย่างนายเหนือจะขยับ เข่าแกร่งแทรกตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างเรียวขาคู่นั้นโดยสัญชาตญาณ บังคับให้เธอต้องเงยหน้าสบตาผมอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่าทีอวดดีแบบนี้แหละที่ทำเอาผมทั้งโมโหทั้งคลั่งรักจนแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว
ชีทสรุปบ้าบออะไรกัน... ข้ออ้างชัดๆ ก็แค่อยากมาตามผมเรื่องที่เห็นผมยืนคุยกับรุ่นน้องคณะบริหารเมื่อตอนบ่ายต่างหาก คิดว่าผมไม่รู้ทันรึไง หึงก็บอกว่าหึงสครับ จะฟอร์มจัดไปถึงไหน
"ชีทสรุปวางอยู่บนโต๊ะทำงานผม แต่คุณเลือกที่จะเคาะห้องผมตอนเที่ยงคืน แถมยังทำหน้าหงุดหงิดใส่ตั้งแต่ยังไม่ทันอ้าปากพูด..." ผมจงใจลากเสียงยาว ไล่สายตากวาดมองใบหน้าเนียนใสที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเขินอายที่โดนจับไต๋ได้) "หึงเหรอครับ?"
"หลงตัวเอง!" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนใส่ผมวงใหญ่ "ใครจะไปหึงคุณ ทุเรศที่สุด! ถอยไปเลยนะ นายเหนือ ถ้าไม่อยากให้ฉันกรี๊ดลั่นตึก"
"กรี๊ดเลยสิครับ เอาให้คนทั้งคอนโดรู้ไปเลยว่าคุณกำลังยืนต่อรองกับผู้ชายในห้องสองต่อสองตอนดึกดื่น แถมยัง..." ผมจงใจเว้นจังหวะ ก้มหน้าลงไปกระซิบชิดใบหูจนเจ้าตัวสะดุ้งสุดตัว "ทำหน้าเหมือนอยากให้ผมจูบใจจะขาดอยู่แล้ว"
เพียะ!
ฝ่ามือเรียวฟาดลงมาที่ต้นแขนผมเต็มแรง แม้จะไม่ได้เจ็บอะไรมากมายเพราะเจ้าตัวไม่ได้ใส่แรงทั้งหมดลงมา แต่ความเจ็บจี๊ดที่แล่นริ้วขึ้นมาในใจมันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร รินรดาผลักอกผมสุดแรงจนร่างสูงๆ ของผมเซถอยหลังไปสองก้าว เปิดโอกาสให้คนตัวเล็กบิดลูกบิดประตูแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องของตัวเองพร้อมกับเสียงปาประตูกั้นกลางที่ดังปั้ง! สะเทือนไปทั้งผนัง
ผมยืนนิ่งอยู่หน้าห้องตัวเอง ฝ่ามือยังคงสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนที่เธอทิ้งไว้บนแขน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก... ทิฐิสูงจริงๆ แม่คุณ
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในห้องบรรยายคณะวิศวกรรมศาสตร์อัดแน่นไปด้วยความน่าเบื่อของเนื้อหาเทอร์โมไดนามิกส์ แต่ความสนใจของผมไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขบนกระดานไวท์บอร์ดแม้แต่น้อย สายตาคมกวาดมองหาใครบางคนที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดของห้อง รินรดาในชุดนักศึกษาเข้ารูปกำลังนั่งจดเลคเชอร์ยิกๆ โดยมีไอ้คิน... เพื่อนสมัยเด็กที่เพิ่งโผล่หัวกลับมาจากต่างประเทศ นั่งกระซิบกระซาบส่งยิ้มพะเน้าพะนออยู่ข้างๆ ไม่ห่าง
ภาพนั้นบาดตาบาดใจจนผมเผลอกำปากกาในมือแน่นแทบหักคามือ
ไอ้บ้านั่นมันกลับมาเพื่อจะทวงตำแหน่งเดิมรึไง? คิดว่าสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้วจะเหนือกว่าผมที่มีสิทธิ์ยืนอยู่ข้างกายเธอตอนนี้อย่างนั้นเหรอ? บอกไว้ก่อนเลยนะว่าคนอย่างนายเหนือ ต่อให้ต้องกางอาณาเขตประกาศสงครามกับใครหน้าไหน ผมก็ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมทั้งนั้น
พออาจารย์ปล่อยคลาส ผมไม่รอให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ขายาวก้าวฉับๆ ตรงดิ่งไปยังโต๊ะของเป้าหมายทันที ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมรุ่นที่เริ่มหันมาซุบซิบกันเมื่อเห็น 'เดือนคณะวิศวะ' เดินหน้ายักษ์เข้ามาหาดาวคณะบริหารที่นั่งหัวโด่อยู่กับหนุ่มหล่ออีกคน
"รินรดา ลุกขึ้น" ผมเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความดุดันและคำสั่งเด็ดขาดไว้อย่างไม่ปิดบัง
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากสมุดเลนเชอร์ ปรายตามองผมด้วยหางตาอย่างไม่สะทกสะท้าน ผิดกับไอ้คินที่ยืดตัวขึ้นตรง ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ผมแบบไม่กลัวตาย
"อ้าว, ไอ้เหนือเพื่อนรัก... ลมอะไรหอบแกมาแถวนี้วะ? หรือว่าคิดถึงเพื่อน?" คินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่ดัดให้ฟังดูเป็นมิตร แต่ประกตในตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความท้าทายชัดเจน
ผมไม่ได้สนใจไอ้คินแม้แต่น้อย สายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่แค่ใบหน้าหวานที่เชิดขึ้นอย่างถือดีของคนตัวเล็ก "ผมไม่ได้มาคุยกับคุณ คิน... ถอยไป"
"เฮ้ๆ ใจเย็นเพื่อน น้องเขากำลังคุยกับฉันอยู่ แกจะมาใช้อำนาจเถื่อนอะไรแถวนี้" คินยังคงทำตัวเป็นก้างชิ้นโต ยกแขนขึ้นพาดพนักเก้าอี้ของรินรดาราวกับแสดงความเป็นเจ้าของ
รินรดายกยิ้มมุมปาก เธอวางปากกาลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผมตรงๆ น้ำเสียงหวานเอ่ยออกมาแต่ละคำแทบจะกรีดลงกลางใจผม
"นั่นสิ... นายเหนือ มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน? ฉันจะคุยกับใคร จะไปไหน มันก็เรื่องของฉัน ไม่-เกี่ยว-กับ-คุณ"
คำพูดเน้นชัดทีละคำพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยนั่น ทำให้เส้นความอดทนเส้นสุดท้ายในหัวผมขาดผึงทันที
"ไม่เกี่ยวกับผมงั้นเหรอ?" ผมแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะจนคินต้องรีบขยับถอยหลังด้วยความตกใจ ผมโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของคนดื้อรั้นด้วยน้ำเสียงที่ต่ำทุบและอันตรายที่สุดเท่าที่เคยใช้มา "งั้นคืนนี้เตรียมตัวไว้ให้ดี... ผมจะทำให้คุณจำให้ขึ้นใจเลยว่า คนที่ไม่มีสิทธิ์เนี่ย... เขาทำอะไรได้บ้าง"
พูดจบผมก็ไม่รอให้เธอได้อ้าปากเถียง หมุนตัวเดินกระแทกไหล่ไอ้คินจนเซ แล้วสาวเท้ายาวๆ ออกจากห้องเรียนท่ามกลางความเงียบกริบของคนทั้งห้องทันที
ตกดึก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ ที่หน้าห้องของผมอย่างไม่มีมารยาท
ผมที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จและสวมเพียงกางเกงขายาวตัวเดียวเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าใครจะมายืนอยู่ตรงนี้
รินรดายืนหน้าตาตื่น หอบหายใจน้อยๆ ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำด้วยความโกรธที่สะสมมาทั้งวัน มือเรียวชี้หน้าผมสั่นระริกทันทีที่บานประตูเปิดออก
"นายเหนือ! คุณทำบ้าอะไร...!"
ยังไม่ทันที่เธอจะต่อว่าผมจบประโยค ผมก็คว้าข้อมือเล็กแล้วกระชากร่างบางให้เข้ามาในห้อง ปิดประตูลงกลอนล็อกแน่นหนาในเสี้ยววินาทีเดียว พร้อมกับดันร่างเธอจนแผ่นหลังชนติดกับผนังห้องเย็นเฉียบอีกครั้ง
ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ท่ามกลางความเงียบที่ระอุไปด้วยอารมณ์ร้อนรุ่มและความถือดีที่ไม่มีใครยอมใคร
"ผมบอกแล้วไง..." ผมโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแตะกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียน "ว่าอย่าลองดีกับผม รินรดา"
เธอสะดุ้งเฮือก เม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ แต่ยังคงดื้อดึงไม่ยอมก้มหัวให้ "คุณมัน... คนเผด็จการ นิสัยแย่ที่สุด!"
"แล้วไงล่ะครับ?" ผมยิ้มมุมปากด้วยความคลั่งรักที่ถูกกดทับจนระเบิดออกมา "นิสัยแย่ๆ แบบนี้แหละ... ที่คุณนอนฝันถึงทุกคืน"
รินรดาอ้าปากค้าง เตรียมจะด่าผมด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนชุดใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่เสียงหวานๆ นั้นจะหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน... ปัง! ปัง! ปัง!
"ริน! เธออยู่ในนั้นรึเปล่า? เปิดประตูให้ฉันนะ!"
เสียงตะโกนเรียกชื่อเธอจากด้านนอก พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูห้องผมดังลั่น ทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขณะที่ผมหรี่ตาลงมองบานประตูด้วยแววตาดุดันที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทันที
ไอ้คินมันมาทำบ้าอะไรที่หน้าห้องผมตอนนี้วะ?!
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนที่ 23 ด้วยกันนะครับ หวังว่าจะฟินและจิกหมอนไปกับความดื้อของคู่นี้กันนะครับ
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 23
ใครจะง้อใคร?
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!