"ถ้าโครงการนี้มันสำคัญนัก ทำไมไม่ไปคุยกันให้เคลียร์ที่ห้องทำงานส่วนตัวล่ะครับ มายืนเคลียร์กันกลางตึกคณะแบบนี้ กลัวคนอื่นเขาไม่รู้เหรอว่ากำลังสุมหัวทำอะไรกันอยู่"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดอย่างชัดเจนดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นทันที ไอ้คินก้าวเข้ามาประชิดพื้นที่ระหว่างผมกับนายเหนือ ดวงตาคมกวาดมองเอกสารในมือผมสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของเดือนคณะวิศวะที่ตอนนี้สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น
ผมปรายตามองเพื่อนสมัยเด็กของรินรดาด้วยหางตา ขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แต่นายเหนือกลับไว
คว้าข้อมือผมไว้แน่นด้วยแรงบีบที่พอเหมาะไม่ให้เจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะสื่อความหมายว่า *'ห้ามไปไหน'*
"เรื่องของกู" นายเหนือตอบสั้นๆ เสียงห้วนจัด ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังไอ้คินราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ "และต่อให้มึงจะเป็นเพื่อนรินรดา แต่นี่มันเรื่องงานของวิศวะ... มึงไม่มีสิทธิ์มาล้ำเส้น"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายตานับสิบของนักศึกษาที่เดินผ่านไปมาเริ่มเหลือบมองมาทางเราเป็นระยะ ทว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาสอดปากเพราะรัศมีอารมณ์ที่แผ่ออกมาจากตัวนายเหนือในตอนนี้มันแ기มพุ่งชนทุกอย่างที่ขวางหน้า
รินรดาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดมาสักพักถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอดึงเอกสารในมือผมไปถือไว้เอง ก่อนจะเงยหน้าสบตากับนายเหนือตรงๆ ด้วยแววตานิ่งสงบที่เดาใจยาก
"พอกandเถอะครับนายเหนือ ยิ่งคุยก็ยิ่งแย่... เราต่างคนต่างอยู่กันสักพักดีกว่า"
คำว่า *'ต่างคนต่างอยู่'* กระแทกเข้ากลางใจผมเต็มแรง นายเหนือชะงัก กล้ามเนื้อบนใบหน้ากระตุกเกร็ง ดวงตาที่เคยดุดันและเอาแต่ใจวูบไหวไปชั่วขณะ แรงบีบที่ข้อมือผมคลายลงอย่างช้าๆ ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบหายไปในเสี้ยววินาที
"เธอหมายความว่ายังไง" นายเหนือถามเสียงพร่า ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวลึกๆ ที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนไว้ด้วยฟอร์ม
"หมายความตามที่พูดครับ" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความประชดประชัน แต่นั่นแหละที่มันบาดลึกที่สุด "ช่วงนี้เราต่างคนต่างไปเคลียร์เรื่องของตัวเองให้เรียบร้อยเถอะครับ นายเหนือมีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ ผมเองก็มีโปรเจกต์ที่ต้องสะพายให้รอด... การที่เราเอาแต่ทะเลาะกันเรื่องคนอื่น มันเหนื่อยเกินไปแล้ว"
"เหนื่อย?" นายเหนือทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาฟังดูเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการตะโกนโวยวาย "ริน... นี่เธอคิดว่าที่ผ่านมาเราเหนื่อยเพราะทะเลาะกันงั้นเหรอ?"
"แล้วมันไม่ใช่เหรอครับ?" รินรดาย้อนถาม ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกแต่นิ่งสนิท "ทุกครั้งที่เราเข้าใกล้กัน มันมักจะมีเรื่องให้ต้องเจ็บตัวหรืออึดอัดใจเสมอ... ถอยคนละก้าวเถอะครับ นายเหนือจะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงว่าผมจะไปยืนใกล้ใคร ส่วนผม... ก็จะได้มีเวลาหายใจโดยไม่ต้องคอยหึงหวงภาพที่ไม่อยากเห็น"
ประโยคหลังนั้นทำเอาผมถึงกับเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบ
ยอมรับเลยว่ารินรดามีวิธีพูดที่เชือดเฉือนหัวใจคนฟังได้ดีเยี่ยม เธอมองทะลุปรุโปร่งถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งของนายเหนือ และเธอก็เลือกที่จะใช้ "ระยะห่าง" เป็นยาขมเพื่อรักษาแผลที่กำลังอักเสบนี้
ไอ้คินทำท่าจะอ้าปากแทรกขึ้นมาอีกรอบเพื่อทำคะแนน แต่เจอสายตาดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของนายเหนือส่งไปให้จนต้องหุบปากฉับ ถอยหลังกรูดไปหนึ่งก้าว
นายเหนือไม่ได้สนใจไอ้คินอีกต่อไป สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองรินรดาราวกับเธอกำลังจะเดินหายลับไปจากชีวิตเขาจริงๆ ความเย่อหยิ่งและมานะถือดีที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความดื้อรั้นที่เคลือบความเจ็บปวดไว้จนน่าสงสาร
"ถ้าถอย... แล้วเราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ใช่ไหม" นายเหนือเอ่ยถามเสียงเบาหวิว ชนิดที่ถ้าลมพัดแรงกว่านี้คงไม่ได้ยิน ดวงตาคู่คมจับจ้องใบหน้าหวานไม่วางตา ราวกับกลัวว่าถ้ากะพริบตาแล้วเธอจะหายไป
รินรดานิ่งเงียบไปนาน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเดือนคณะวิศวะผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ก่อนจะคลายยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา
"อนาคตไม่มีใครรู้หรอครับนายเหนือ... เอาไว้ถึงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ เราค่อยมาดูกันอีกทีว่าเรายังอยากยืนอยู่ตรงจุดเดิมหรือเปล่า"
พูดจบ รินรดาก็หันมาพยักหน้าให้ผมเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เดินตาม เธอหมุนตัวเดินเลี่ยงออกจากจุดนั้นทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบใดๆ อีก ปล่อยให้นายเหนือยืนนิ่งค้างอยู่กลางทางเดิน ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่ตอกย้ำความเจ็บปวด
ผมเหลือบมองนายเหนือเป็นครั้งสุดท้าย เห็นสันกรามที่ขบแน่นจนขึ้นสัน และมือหนาที่กำเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน
ผู้ชายที่ร้ายกาจและหวงของที่สุดในคณะวิศวะกำลังพ่ายแพ้อย่างราบคาบให้กับความเงียบและความห่างเหินที่คนตัวเล็กเป็นคนขีดเส้นเอาไว้
ผมรีบสาวเท้าก้าวตามรินรดาไปตามทางเดินยาวของตึกคณะ เสียงฝีเท้าของเรากระทบพื้นดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงัน ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาตลอดทาง จนกระทั่งเราเดินมาถึงมุมอับลับตาคนใกล้สวนหย่อมด้านหลังตึกเรียน รินรดาถึงได้หยุดเดินแล้วทิ้งตัวพิงผนังปูนเย็นเฉียบ
"ไหวไหมครับคนเก่ง" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับยื่นมือไปแตะไหล่บางเบา
รินรดาหลับตาลงช้าๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาสบตากับผม แววตาคู่สวยแดงก่ำเล็กน้อยแต่ไร้คราบน้ำตา เธอยิ้มเจื่อนๆ ให้ผม
"ไหวสิครับ... ถ้าไม่ทำแบบนี้ มีหวังได้อกแตกตายกันทั้งคู่แน่ๆ" เธอยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ "นายเหนือมันดื้อด้านจะตาย ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ เขาไม่มีวันยอมถอยเด็ดขาด"
"แต่การถอยแบบนี้มันเดิมพันสูงนะริน... นายเหนือไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยอะไือง่ายๆ" ผมเตือนด้วยความหวังดี เพราะรู้จักนิสัยหมาโบ้ตัวนี้ดีว่าเวลาคลั่งรักมันน่ากลัวแค่ไหน แต่เวลาอกหักหรือถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว มันยิ่งอันตรายคูณสอง
"รู้ครับ..." รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด "แต่บางที การที่เราต่างคนต่างไปเผชิญหน้ากับความรู้สึกตัวเอง โดยไม่มีกำแพงความทิฐิบังหน้า มันอาจจะทำให้เรามองเห็นอะไรชัดขึ้นก็ได้ว่า... เราขาดกันได้จริงๆ หรือเปล่า"
ผมพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ กำลังจะอ้าปากพูดเสริมบรรยากาศซึ้งๆ เสียหน่อย แต่ทว่า...
*พรึ่บ!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบพร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาเหนือศีรษะเรา ทำให้ผมกับรินรดาต้องสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองบุคคลที่โผล่เข้ามาขัดจังหวะด้วยความตกใจ
และภาพที่ปรากฏตรงหน้า... ก็ทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึกอีกรอบ
นายเหนือยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม เสื้อเช็ตกีฬาหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดอารมณ์ที่ปะทุเดือดระอุยิ่งกว่าเดิม เขากวาดสายตามองผมกับรินรดาที่ยืนชิดกันเกินความจำเป็นในมุมอับสายตา ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มเหยียดเย็นชาที่ทำเอาผมเสียวสันหลังวาบ
"ถอยคนละก้าวเหรอ?" นายเหนือแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "โทษทีนะ... แต่พอดีผมไม่ชอบเล่นเกมถอยหลัง... และที่สำคัญที่สุด..."
เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาในระยะประชิด มือหนาคว้าเอวบางไว้ด้วยแรงที่ไม่ยอมให้หนีไปไหนอีกแล้ว ก่อนจะก้มหน้ากระซิบชิดริมใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่เด็ดเดี่ยวจนคนฟังขนลุกซู่
"...ผมไม่มีวันยอมให้ใครมาแย่งที่ของผมไปเด็ดขาด แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่มีสิทธิ์!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปย์และอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งหน่วงทั้งฟินของคู่นี้นะครับ
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 26
ถอยคนละก้าว
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!