“ถ้าคิดว่าการส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมันช่วยให้เกรดแคลคูลัสดีขึ้น นายเหนือควรไปนั่งจ้องหน้ากระดาษสมุด ไม่ใช่มาทำหน้าเป็นหมาหิวเนื้อใส่โต๊ะคนอื่นแบบนี้ครับ”
เสียงหวานใสที่เจือความเย้าแหย่อย่างจงใจดังขึ้น ท่ามกลางเสียงจอแจของโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ช่วงเที่ยงวัน รินรดายกแก้วชาไทยขึ้นจิบอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้ว่าอุณหภูมิรอบตัวเธอจะดิ่งฮวบลงจนติดลบจากรัศมีอำมหิตของคนที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม
เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงเด่นชัดในความทรงจำ ภาพของเดือนคณะวิศวะผู้หยิ่งผยอง ที่ต้องเสียฟอร์มเดินคอตกออกจากห้องสมุดเพราะแพ้เกมเดิมพันข้อสอบประยุกต์ยังคงตามหลอกหลอนเขาไม่เลิก และดูเหมือนว่าความพ่ายแพ้นั้นจะไม่ได้ทำให้ “นายเหนือ” เขדיลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับจุดไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้ามาใกล้
นายเหนือไม่ตอบ เขานั่งไขว่ห้าง แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ที่จงใจแสดงออกถึงความเหนือกว่า แต่ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับจ้องเขม็งมาที่รินรดาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ กรามแกร่งบดเข้าหากันจนขึ้นสันนูนชัดเจน มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะเคาะนิ้วเป็นจังหวะเนิบนาบ แต่มันกลับสร้างแรงกดดันให้รอบโต๊ะเงียบลงถนัดตา
เพื่อนร่วมแก๊งของนายเหนือที่นั่งข้างๆ ถึงกับต้องกระแอมเบาๆ แล้วส่งสายตาเป็นเชิงเตือนสติ แต่มีหรือที่คนอย่างนายเหนือจะสนใจ
“ปากเก่งให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรินรดา” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเคืองแค้น ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง “คิดว่าชนะแค่รอบเดียวแล้วจะถือไพ่เหนือกว่าฉันไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ หึ... เกมนี้มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก”
“โอ๊ะ! น่ากลัวจังครับ” รินรดายกมือขึ้นทาบอกแสร้งทำเป็นตื่นตระหนก แต่รอยยิ้มมุมปากกลับหยิกแกมหยอกจนน่าหมั่นไส้ “ระวังหน่อยนะครับคุณเหนือ โกรธมากๆ ริ้วรอยถามหาไม่รู้ด้วยนะ หน้าตาออกจะแพง... เสียดายแย่ถ้าต้องมาแก่ก่อนวัยเพราะเรื่องแค่นี้”
“รินรดา!”
นายเหนือตบโต๊ะเบาๆ จนแก้วน้ำสั่นกระเพื่อม แรงปะทะทางอารมณ์พุ่งทะยานสูงขึ้นจนคนโต๊ะข้างๆ เริ่มเหลียวมอง แต่ไม่มีใครกล้าสอดมือเข้ามายุ่งกับสนามอารมณ์ของสองคนนี้ รินรดายังคงนิ่ง เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะก้มหัวให้ใครโดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายใช้อารมณ์เข้าข่ม ความนิ่งและสายตาท้าทายของเธอนั่นแหละ คืออาวุธชั้นดีที่ทำให้นายเหนือสติหลุดได้ง่ายที่สุด
“ครับ? เรียกซะเสียงดังเชียว หิวข้าวเหรอ หรือว่าหิวอย่างอื่น... อ้อ ลืมไป คนระดับเดือนคณะคงไม่กินของเหลือจากใครอยู่แล้วนี่เนอะ โดยเฉพาะของที่ตัวเองแพ้พนันมา”
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้นายเหนือลุกพรวดขึ้นเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตรทาบทับลงมาจนบรรยากาศรอบตัวอึดอัด เขาก้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำขอบโต๊ะโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่พวงแก้มเนียน รินรดากะพริบตาปริบๆ เล็กน้อยแต่ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว เธอยังคงสบตากับเขาตรงๆ แม้หัวใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป
“ปากดีแบบนี้... ต้องโดนทำโทษให้เข็ด” เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดออกมาจากริมฝีปากหยักที่อยู่ห่างเพียงคืบ แววตาของนายเหนือในตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันมีความปรารถนาบางอย่างที่ร้อนแรงและอันตรายซ่อนอยู่ลึกจนน่ากลัว
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ “จะทำอะไร ที่นี่โรงอาหารคนพลุกพล่านนะคุณเหนือ—”
“ทำแบบนี้ไง...”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้พูดจบ นายเหนือก็ยื่นมือหนามาบีบคางสลวยไว้หลวมๆ นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่ต่อปากต่อคำเขาเมื่อครู่สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วนั้นทำให้รินรดาชะงักกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงรอบข้าง เธอพยายามจะปัดมือเขาออก แต่ฝ่ามือแกร่งกลับตรึงเธอไว้ด้วยแรงที่มากกว่า
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายคุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาเสียก่อน
“อ้าว ริน... นั่งทำอะไรตรงนี้เหรอ แล้วก็นาย... ช่วยกรุณาเอามือออกจากหน้าน้องเพื่อนฉันด้วยครับ”
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ขณะที่นายเหนือชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อต้องหันไปสบตากับผู้มาใหม่
ร่างสูงโปรดของ “คิน” เพื่อนสมัยเด็กของรินรดาที่เพิ่งย้ายกลับมาจากต่างประเทศก้าวเข้ามาหยุดยืนข้างโต๊ะ รอยยิ้มกวนๆ ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อสะอาด แต่ดวงตาคมปลาบที่มองนายเหนือกลับไม่ได้เป็นมิตรเลยสักนิด คินยกมือขึ้นโอบไหล่บางของรินรดาลากเข้าหาตัวอย่างสนิทสนม
“พอดีฉันกับรินมีนัดไปกินข้าวต่อ นายคงไม่ว่าอะไรนะ ถ้าจะขอตัวยืมตัวเพื่อนสนิท ‘คนพิเศษ’ คนนี้ไปก่อน” คินจงใจเน้นคำว่าคนพิเศษพร้อมกับส่งยิ้มเยาะให้นายเหนือ
บรรยากาศในโรงอาหารที่ร้อนระอุอยู่แล้ว กลับระเบิดความตึงเครียดขึ้นมาอีกระลอกในเสี้ยววินาที
นายเหนือถอนมือออกจากคางของรินรดาช้าๆ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป้าหมายไปจ้องมองมือของคินที่วางอยู่บนไหล่บางของหญิงสาว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปーンขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความหึงหวงและโทสะที่ถูกจุดชนวนจนถึงขีดสุดทำให้รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนคนรอบข้างต้องรีบถอยห่าง
เขายืดตัวตรงเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดคินด้วยสายตานิ่งสนิทที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา
“คนพิเศษงั้นเหรอ...” นายเหนือแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบจนคนฟังต้องสันหลังวาบ “งั้นก็ระวังตัวไว้ให้ดี... เพราะของบางอย่าง ต่อให้เป็นเพื่อนสนิท ถ้าไม่ใช่เจ้าของตัวจริง... ก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะ”
พูดจบ นายเหนือก็หันกลับมามองรินรดาที่กำลังนั่งนิ่งอึ้ง ดวงตาสองคู่ประสานกันอีกครั้งในระยะประชิด ท่ามกลางสายตาของคินที่ยืนบังอยู่ข้างๆ ก่อนที่นายเหนือจะก้าวเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ความรู้สึกค้างคาและหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะแขวนอยู่กลางอากาศ
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณที่แวะมาเปย์ความฟินและร่วมเดินทางไปกับผมนะครับ
ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ•ตอนที่ 2
ปากดีแบบนี้ ต้องเจอดี
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีผมไม่อยากเป็นแค่คนโปรดของคุณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!