เสียงปรบมือสามครั้งที่ดังขึ้นอย่างจงใจในจังหวะกระชั้นชิด ทลายความเงียบงันภายในจัตุรัสกลางเมืองหลวงแห่งชั้นที่ 31 ลงอย่างสิ้นเชิง
ประโยคสุดท้ายจากข้อความปริศนาที่ทิ้งไว้ในระบบ ยังคงวนเวียนอยู่ในหน่วยความจำชั่วคราวของเรย์เนอร์ราวกับเศษเหล็กหลอมเหลวที่ยังไม่เย็นตัว *“ยินดีต้อนรับสู่ชั้นที่ 31, เรย์เนอร์... ฉันรอการแก้ไขโค้ดนี้จากนายมานานแล้ว หวังว่าฝีมือคงจะไม่ตกนะ ผู้สร้าง”* ทว่า ก่อนที่เขาจะได้วิเคราะห์โครงสร้างข้อมูลของข้อความนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ก้าวเข้ามาล้อมรอบตัวเขาและเซร่าไว้เสียก่อน
“ไม่นึกเลยว่าผู้เล่นระดับท็อปที่กิลด์ ‘ราชันย์โลหะ’ ตามหาตัวพลิกแผ่นดิน จะเป็นแค่มือใหม่สวมชุดคลุมเก่าๆ ที่บังเอิญดวงดีผ่านบอสมิติเบื้องล่างมาได้”
เจ้าของเสียงคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ สวมชุดเกราะเต็มยศประดับลวดลายทองคำอร่าม ตาข่ายเวทมนตร์สีฟ้าอ่อนแผ่ขยายออกมาจากตราสัญลักษณ์บนอกเสื้อ—สัญลักษณ์ของกิลด์อันดับหนึ่งประจำเซิร์ฟเวอร์ ใบหน้าของเขาคมคายแต่บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่พยายามซ่อนความอิจฉาเอาไว้
เรย์เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสتานปัญญาภายใต้ฮู้ดสีเข้มมองประเมินค่าสถานะที่ลอยอยู่เหนือศีรษะของอีกฝ่าย *‘วาลคีรี, รองหัวหน้ากิลด์ราชันย์โลหะ เลเวล 78 สายนักรบคลั่งเกราะหนัก’* อัลกอริทึมในหัวของเขาประมวลผลความเสียหายและระยะโจมตีทันทีในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที
“มีธุระอะไรกับคนใส่ชุดคลุมเก่าๆ อย่างพวกเราหรือครับ คุณวาลคีรี” เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไม่มีความสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ความสุภาพในน้ำเสียงนั้นกลับสร้างความขัดเคืองใจให้แก่ฝ่ายตรงข้ามยิ่งกว่าการตะโกนด่าทอเสียอีก
วาลคีรีแค่นIเสียงหัวเราะในลำคอ “ธุระงั้นเหรอ? บนชั้นที่ 31 นี้ ไม่มีพื้นที่ให้พวกไร้สังกัดมาเดินเกะกะขวางหูขวางตากิลด์ของเรา ยิ่งแกเป็นใครก็ไม่รู้ที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่พิเศษ... มันทำให้ฉัน ‘หมั่นไส้’ และอยากรู้ว่าฝีมือข้างในมันจะเก่งกาจเหมือนปากหรือเปล่า”
รอบด้าน ฝูงชนผู้เล่นและ NPC ที่สัญจรไปมาเริ่มถอยร่นออกไปเป็นวงกว้าง เสียงซุบซิบนินทาดังระงมราวกับฝั่งผึ้งแตกรัง ข่าวลือเรื่องกิลด์ใหญ่อันดับหนึ่งใช้อำนาจกดขี่ผู้เล่นอิสระเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่การลงมือกลางลานเมืองหน้ามหาวิหารแห่งนี้นับเป็นเรื่องที่หาดูได้ยาก
เซร่าขยับตัวเล็กน้อย ร่างบางในชุดคลุมนักเวทสีเงินยวงก้าวมาบังด้านข้างของเรย์ครึ่งก้าว นัยน์ตาสีครามเย็นเยียบกวาดมองกลุ่มคนนับสิบที่ถืออาวุธเตรียมพร้อม “กิลด์ราชันย์โลหะคงจะว่างมากสินะ ถึงได้เอาเวลาฝึกซ้อมมาใช้รังแกผู้เล่นที่เดินทางมาถึงใหม่” น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางเวทมนตร์ที่ทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงอย่างเห็นได้ชัด
วาลคีรีชำเลืองมองเซร่าด้วยแววตาพึงพอใจปนดูแคลน “แม่สาวน้อย หน้าตาก็สะสวยดีนี่ ทำไมถึงมาลดตัวเดินตามหลังไส้แห้งคนนี้ล่ะ? สนใจมาร่วมกิลด์กับเราดีกว่าไหม ค่าตอบแทนสูงกว่าการไปเสี่ยงตายในดันเจี้ยนรกร้างพรรค์นี้เยอะ”
“ผมว่าคุณเสียเวลาเปล่านะครับ” เรย์พูดแทรกขึ้นมา น้ำเสียงยังคงนุ่มนวลแต่แฝงความเฉียบคมราวกับคมมีดที่ซักซ้อมมาอย่างดี “เพราะต่อให้คุณเอาคนมาล้อมผมไว้อีกร้อยคน อัลกอริทึมการต่อสู้ของคุณก็ยังมีช่องโหว่ตรงรอยต่อของเกราะไหล่ด้านขวาอยู่ดี... ตีบวกมาสูงแค่ไหน แต่ถ้าองศาการรับแรงกระแทกผิดพลาดไปสามองศา การโจมตีครั้งต่อไปของคุณก็จะกลายเป็นแค่การเปิดช่องว่างให้คู่ต่อสู้สวนกลับด้วยซ้ำ”
คำพูดนั้นราวกับค้อนที่ตอกลงตรงกลางความมั่นใจของวาลคีรี รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้าง สีหน้าของรองหัวหน้ากิลด์เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที ความโกรธพุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
“สามองศาเรอะไอ้สวะ! แกกล้าดี 1อย่างมาสั่งสอนฉันงั้นเหรอ!” วาลคีรีคำรามลั่น ชักดาบเล่มยักษ์ออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีของโลหะก้องกังวาน พลังมานาสีแดงฉานระเบิดออกจากร่างจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นรอยแยก “ในเมื่อปากดีนัก งั้นก็มารับการดวลตัวต่อตัวตามกฎของลานประลองเมืองหลวงซะ! ถ้าแกแพ้ จงคุกเข่าขอโทษและถอดไอเทِمทั้งหมดทิ้งไว้ที่นี่ซะ!”
ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานเด้งขึ้นตรงหน้าเรย์และเซร่าทันทีโดยไม่ต้องรอคำยินยอม
[ประกาศระบบ: ผู้เล่น ‘วาลคีรี’ ได้ส่งคำท้าทายอย่างเป็นทางการ (Duel Request) ประเภทเดิมพันไอเทِمและศักดิ์ศรี]
[เงื่อนไข: ห้ามหลบหนีออกจากเขตลานประลองเป็นเวลา 10 นาที]
[คุณต้องการตอบรับหรือไม่?]
เซร่าหันมามองเรย์ ดวงตาสีครามฉายแววเป็นห่วงเล็กน้อย แม้เธอจะรู้ว่าชายหนุ่มข้างกายมีความสามารถระดับอัจฉริยะในการแกะรอยระบบ แต่การต่อสู้แบบประชิดตัวกับสายแทงค์เลเวลสูงที่มีบัฟสนับสนุนครบถ้วนนั้นเป็นคนละเรื่องกับการเขียนโค้ด
“ไหวไหมเรย์” เฃร่าเอ่ยถามเสียงเบา มีเพียงเขากับเธอที่ได้ยิน
เรย์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของโปรแกรมเมอร์ผู้พบเจอบัฟที่น่าสนใจและกำลังจะกดปุ่ม ‘Debug’ เพื่อแก้ไขมันให้ถูกต้อง
“สบายมากครับเซร่า...” เรย์ก้าวเดินออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปลดฮู้ดคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและดวงตาที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำในบึงลึก “ในเมื่อพวกเขาอุตส่าห์จัดเวทีมาให้ถึงที่แถมยังยื่นคำท้ามาให้ฟรีๆ แบบนี้ ถ้าเราไม่แสดงวิธีใช้งานระบบที่ถูกต้องให้ดูเป็นขวัญตา คงเสียชื่อคนเขียนโค้ดแย่เลยล่ะครับ”
เรย์กดปุ่มยอมรับคำท้าทาย แสงสีฟ้าจากลานประลองพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปิดกั้นพื้นที่รอบด้านด้วยบาตรเวทมนตร์โปร่งใส ฝูงชนนับร้อยต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้น วาลคีรียกดาบใหญ่ขึ้นพาดบ่า มองเรย์ด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เสียงระฆังเริ่มต้นการประลองดังขึ้น เรย์กลับไม่ได้หยิบอาวุธใดๆ ออกมาจากช่องเก็บของเลยแม้แต่น้อย เขากลับยกมือขึ้นแตะที่ขมับเบาๆ พร้อมกับพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงที่เบาจนไม่มีใครได้ยิน
*“เริ่มกระบวนการสแกนแพทเทิร์นการเคลื่อนไหว... ตรวจพบช่องโหว่ที่ 4 บักในระบบสกิล ‘คลื่นกระแทกสุริยะ’... กำลังส่งคำสั่งซ้อนทับ...”*
วาลคีรีพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง พื้นดินสั่นสะเทือนตามแรงวิ่ง ดาบยักษ์ง้างขึ้นเตรียมฟันผ่าร่างของเรย์ให้ขาดเป็นสองท่อน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของผู้ชมรอบข้าง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบกำลังจะถึงตัว เรย์กลับก้าวเท้าไปทางขวาสองก้าวอย่างแม่นยำ ราวกับเขารู้ล่วงหน้าว่าคมดาบนั้นจะตกลงตรงจุดใด และในจังหวะที่วาลคีรีเสียหลักจากการเหวี่ยงดาบสุดแรง เรย์ก็ยื่นปลายนิ้วออกไปแตะเบาๆ ที่ข้อต่อเกราะไหล่ขวาของอีกฝ่าย—จุดที่เขาเพิ่งเตือนไปเมื่อครู่
*เปรี้ยะ!*
เสียงคล้ายกระแสไฟฟ้าลัดวงจรดังขึ้นเบาๆ จากชุดเกราะระดับสูงของวาลคีรี ระบบป้องกันเวทมนตร์ทั้งหมดของกิลด์ราชันย์โลหะเกิดอาการกระตุกอย่างรุนแรง หน้าต่างสถานะสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังสะท้อนก้องในหัวของทุกคนในลานประลอง
[คำเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบความผิดปกติในชุดคำสั่งการประลอง... การควบคุมสิทธิ์การใช้งานถูกแทนที่โดยผู้ใช้ระดับสูง...]
[คำสั่งพิเศษถูกเปิดใช้งาน: สิทธิ์การเข้าถึงโค้ดรากฐานถูกถ่ายโอนไปยังผู้เล่น ‘เรย์เนอร์’ สมบูรณ์แบบ]
วาลคีรีเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเขาแข็งค้างขยับไม่ได้ดั่งใจเมื่อระบบทั้งหมดถูกล็อกด้วยคำสั่งที่เหนือกว่า รอยยิ้มเยาะหยันเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกุมหัวใจ
เรย์ยืนมองชายหนุ่มที่ขยับไม่ได้ตรงหน้าด้วยแววตาสนใจ ก่อนที่สายตาของเขาจะเหลือบไปเห็นเงาดำปริศนาที่ปรากฏขึ้นบนยอดหอคอยสูงของมหาวิหาร—เงาร่างของบุคคลในชุดคลุมสีดำสนิทที่กำลังยกมือขึ้นโบกทักทายเขาจากระยะไกล พร้อมกับข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นตรงหน้าจอส่วนตัวโดยไม่มีที่มา
[สวัสดีอีกครั้งนะ เรย์เนอร์... นายเพิ่งทำลายระบบป้องกันชั้นแรกสำเร็จแล้ว แต่บอกไว้ก่อนนะว่า... ของจริงมันเพิ่งจะเริ่มต้นหลังจากนี้นี่แหละ]
---
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนาไปพร้อมกับก้าวเดินอันสุขุมของเรย์เนอร์นะครับ
เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่น แต่มาเปลี่ยนกฎเกมให้สะเทือนถึงคนเขียนระบบ•ตอนที่ 6
คำท้าทายจากกิลด์อันดับหนึ่ง
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซิร์ฟเวอร์นี้พี่ไม่ได้มาเล่น แต่มาเปลี่ยนกฎเกมให้สะเทือนถึงคนเขียนระบบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!