กลิ่นอายของชาแนลนัมเบอร์ไฟฟ์ผสมผสานกับหยดเหงื่อจางๆ บนลาดไหล่เนียนระหง คือเครื่องยืนยันว่าความโกลาหลหลังเวทีแฟชั่นโชว์ระดับประเทศได้สิ้นสุดลงแล้ว เหลือเพียงความเงียบงันในห้องแต่งตัววีไอพีที่กว้างขวาง รินรดายืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าซาตินสีดำกำลังปลดเข็มกลัดดีไซน์พิเศษออกจากชุดราตรีผ้าไหมปักเลื่อมที่เพิ่งเฉิดฉายบนแคทวอล์กเมื่อสิบนาทีที่แล้ว
"ถ้าจะยืนมองฉันด้วยสายตาพิพากษาแบบนั้น ตั้งกล้องไลฟ์สดขายบัตรเลยดีไหมคะ คุณดีไซเนอร์"
เสียงแหบเสน่ห์ที่ติดจะเหวี่ยงนิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ วีวี่ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีครีมอย่างหมดสภาพ ส้นสูงปรี๊ดถูกถيบกระเด็นไปคนละทิศละทาง ซุปเปอร์สตาร์สาวผู้ไร้ที่ติบนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในตอนนี้กำลังขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิง รอยยิ้มเย่อหยิ่งที่เคยประดับบนริมฝีปากสีไวน์แดงมลายหายไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่ฉาบอยู่ใต้ชั้นเครื่องสำอางราคาแพง
รินรดายังคงนิ่ง เธอไม่ได้ขยับตัวเข้าไปประชดประชันตามนิสัยปกติ สายตาสีเข้มกวาดมองร่างโปร่งที่กำลังหอบหายใจเบาๆ ไหล่บางที่เคยตั้งตรงอย่างสง่างามยามเผชิญหน้ากับแสงแฟลช ตอนนี้กลับลู่ลงราวกับกำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้คนเดียว
"ถ้าเหนื่อยจนแสดงละครไม่ออก ก็ควรกลับไปนอนค่ะ ไม่ใช่มานั่งประชดประชันฉันตรงนี้" รินรดาเลือกใช้คำพูดที่คมกริบตามเคย เพื่อปกปิดความรู้สึกบางอย่างที่กำลังไต่ระดับขึ้นมาในอก
"ละครเหรอ..." วีวี่หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเปราะบางเสียจนรินรดาสะดุด "คุณคิดว่าทุกสิ่งที่ฉันทำบนโลกนี้คือการแสดงสินะคะ รินรดา... คุณไม่เคยคิดเลยใช่ไหมว่าเบื้องหลังรอยยิ้มพวกนั้น ฉันต้องแลกกับอะไรบ้าง"
ซุปเปอร์สตาร์สาวเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำ รื้นไปด้วยหยดน้ำใสที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ มันไม่ใช่ความโกรธเกลียวเหมือนทุกครั้งที่พวกเธอปะทะคารมกัน แต่มันคือความพังทลายที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง ภาพของซุปตาร์ตัวจี๊ดที่ทุกคนหมั่นไส้ พังทลายลงเหลือเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่กำลังแตกสลายในห้องแต่งตัวที่เงียบงัด
รินรดานิ่งงัง หัวใจที่เคยถูกสร้างกำแพงน้ำแข็งห่อไว้กลับถูกค้อนเหล็กทุบเข้าอย่างจัง เธอไม่เคยเห็นมุมนี้ของวีวี่ ผู้หญิงที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ผู้หญิงที่เหยียบย่ำความรู้สึกคนอื่นด้วยความมั่นใจเกินร้อย แต่วินาทีนี้... กลับนั่งกอดเข่าร้องไห้เงียบๆ โดยไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น
ขาเรียวก้าวเข้าไปหาโดยอัตโนมัติ รินรดาไม่ได้ตั้งใจจะใจอ่อน แต่ร่างกายมันสั่งให้เธอขยับ ร่างระหงหยุดยืนตรงหน้าโซฟา ก่อนจะทิ้งตัวคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือเรียวยื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางที่กำลังสั่นเทา แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศ
"อย่า..." วีวี่เบือนหน้าหนี ปลายเสียงสั่นเครือ "อย่ามองฉันด้วยสายตาสมเพชแบบนั้น... รินรดา ได้โปรด"
"ฉันไม่ได้สมเพชคุณค่ะ วีวี่" รินรดาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างที่ตัวเองก็ไม่คาดคิด ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น "ฉันแค่... ไม่คิดว่าคนมั่นใจอย่างคุณ จะมีมุมที่อ่อนแอขนาดนี้"
วีวี่หันกลับมาสบตา ประกายน้ำตาในหน่วยตาคู่สวยสะท้อนภาพใบหน้าคมคายของดีไซเนอร์สาวที่กำลังมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย ระยะห่างระหว่างพวกเธอน้อยลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะปนกลิ่นน้ำหอม
"คุณไม่มีทางเข้าใจหรอก..." วีวี่กระซิบเสียงแผ่ว ใบหน้าที่เปื้อนคราบมาสคาร่าเลอะนิดๆ ขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว "โลกของฉันมันไม่มีพื้นที่ให้ความผิดพลาด... ทุกคนรอเหยียบย่ำฉัน มีแค่คุณ... มีแค่คุณคนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำกับฉันโดยไม่สนใจว่าฉันเป็นใคร"
รินรดาใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ปลายนิ้วที่ค้างอยู่ ตัดสินใจแตะลงบนแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตาแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำเอาวีวี่สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่กลับไม่มีท่าทีผลักไส
"ถ้าเหนื่อยนัก... ก็หยุดวิ่งบ้างก็ได้ค่ะ ไม่มีใครบังคับให้คุณต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลาหรอก" รินรดากระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยใช้กับใคร
วีวี่ชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพลภายใต้ชุดราตรีหรูหรา ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีชมพูเจือความร้อนรุ่ม ทั้งคู่จ้องมองกันเนิ่นนาน ราวกับกาลเวลาหยุดเดิน ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รำไร วีวี่หลุบตาลงมองริมฝีปากอิ่มของดีไซเนอร์สาวที่ขยับพูดคำว่า 'ไม่เป็นไรค่ะ' ซ้ำๆ
แต่ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นจังหวะเดียวกัน ประตูห้องแต่งตัววีไอพีก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงแหลมสูงของ "พาย" ที่ดังทะลุเข้ามาทันที
"ริน! แกอยู่ไหนเนี่ย สื่อข้างนอกถามหาให้วุ่น—อุ๊ย!"
พายชะงักกึก ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่ดีไซเนอร์สาวสุดเนี้ยบกำลังคุกเข่าประคองหน้าซุปตาร์สาวตัวแม่ในระยะประชิดชนิดที่ปากแทบจะติดกัน!
วีวี่ผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู รินรดาลุกขึ้นยืนตามทันที ใบหน้าเรียบเฉยถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็วเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ แต่หัวใจกลับเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
"ไม่มีอะไรค่ะคุณพาย!" รินรดาเอ่ยเสียงเข้มกลบเกลื่อนความเลิกลั่ก "ฉันแค่... กำลังช่วยแก้ตะเข็บชุดให้คุณวีวี่เขาเฉยๆ"
พายหรี่ตามองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ้มกรุ่มกริ่มที่บ่งบอกว่าเพื่อนสนิทของเธอกำลังโกหกคำโตอย่างแน่นอน ก่อนที่พายจะยังไม่ทันได้แซวอะไรเพิ่มเติม เสียงกริ่งโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแต่งหน้าของวีวี่ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่กำลังระอุ
วีวี่เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบเดียว ใบหน้าที่เพิ่งจะมีความอ่อนแอเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตึงเครียดขึ้นมาทันทีราวกับคนละคน เธอกดรับสายด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทที่ทรงอำนาจเช่นเดิม
"ว่าไงคะ... ฉันกำลังจะออกไป"
แต่วินาทีต่อมา สีหน้าของวีวี่ก็เปลี่ยนสีอย่างฉับพลัน ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ร่างบางเซถอยหลังไปชนโต๊ะเครื่องแป้งจนขวดน้ำหอมล้มคว่ำแตกกระจาย พร้อมกับเสียงปลายสายที่รินรดาไม่ได้ยิน แต่กลับทำให้มือของวีวี่สั่นระริกจนถือโทรศัพท์แทบไม่อยู่
*"คุณวีวี่คะ... แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้ข่าวฉาวของคุณกับ... กับคุณ 'กวิน' ถูกปล่อยว่อนเน็ตแล้วค่ะ รูปหลุดที่กองถ่ายเมื่อคืนก่อนกำลังเป็นไวรัล ทุกสำนักข่าวจ่อไมค์รอสัมภาษณ์หน้างานแล้วค่ะ!"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเคมีสุดแซ่บของยัยซุปตาร์กับดีไซเนอร์สาวจอมซึนนะคะ!
ดีไซเนอร์นิ่งขรึมกับยัยซุปตาร์ตัวจี๊ด•ตอนที่ 4
หลังเวทีที่มีแต่ไฟแค้น
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์นิ่งขรึมกับยัยซุปตาร์ตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!