"อุ๊ย... ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย ทำไมหน้าตาพวกเธอสองคนถึงได้ดูเหมือนพร้อมจะกระโจนเข้าใส่กันแบบนั้นล่ะ?"
เสียงหัวเราะคิกคักของพายดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศมาคุในห้องประชุมใหญ่ของ *Maison de Rin* ทันที ร่างเพรียวในชุดสูทสีเบจก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ หล่อนกวาดตามองระหว่างรินรดาที่กำลังยืนกำขอบโต๊ะประชุมแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด กับวีวี่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังอิตาลีด้วยท่าทางสบายอกสบายใจเกินเบอร์
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติที่เกือบหลุดลอยไปเพราะความกวนประสาทของซุปตาร์สาว นางปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งเป็นน้ำแข็งไร้รอยคลื่นตามแบบฉบับดีไซเนอร์มืออาชีพ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตาดีไซน์เก๋ยังคงฉายประกายความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน
"เธอไม่ได้เข้ามาขัดอะไรหรอกค่ะคุณบรรณาธิการพาย" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบกริบ เย็นชาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งเกาะ "แค่กำลังตกลงเรื่อง 'ขอบเขต' ในการทำงานร่วมกันเฉยๆ... ซึ่งดูท่าทางแล้ว คงต้องใช้เวลากว่าที่คิด"
"แหม, คุณดีไซเนอร์คะ อย่าเพิ่งทำหน้าเหมือนคนกินพริกขี้หนูสิบเม็ดสคะ" วีวี่ไหวไหล่เบาๆ หล่อนยกมือขึ้นทัดปอยผมยาวสลวยที่เคลียแก้ม ใบหน้าสวยเฉี่ยวมองตรงมาด้วยรอยยิ้มเย้ายวนที่ชวนให้คนมองหมั่นไส้ได้ในเวลาเดียวกัน "ฉันแค่เสนอไอเดียที่มัน 'ขายได้' และ 'ทัชใจ' คนดูในยุคนี้ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเอางานศิลปะราคาแพงของคุณไปเผาทิ้งเสียหน่อย"
"งานของฉันไม่ใช่แค่เสื้อผ้าโหลๆ ที่ใส่ถ่ายรูปเรียกยอดไลก์แล้วก็ทิ้งนะคะ วีวี่" รินรดาตอกกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น "ทุกชิ้นมีสตอรี่ มีจิตวิญญาณ และมีตัวตนของ *Maison de Rin* ฝังอยู่ ถ้าคุณอยากได้แฟชั่นฉาบฉวยแบบที่ใส่ขึ้นคอนเสิร์ตสามนาทีแล้วเปลี่ยน ฉันแนะนำให้เดินไปเลือกแบรนด์อื่นที่ชั้นล่างค่ะ ที่นี่ไม่มีพื้นที่ให้ความมักง่าย"
บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง พายมองหน้าเพื่อนสนิทสลับกับซุปตาร์สาวเบอร์หนึ่งของประเทศแล้วได้แต่ลอบถอนหายใจยาว ใครจะไปคิดว่าการจับคู่ระหว่างดีไซเนอร์สาวสุดเนียบผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ กับไอคอนสาวสายแฟชั่นผู้รักความหวือหวา จะกลายเป็นสงครามขนาดย่อมที่พร้อมจะเผาตึกแบรนด์เนมให้ราบเป็นหน้ากลองได้ทุกเมื่อตั้งแต่ยังไม่เริ่มโปรเจกต์
"เดี๋ยวนะคะ ใจเย็นๆ กันก่อนทั้งสองคนเลย!" พายรีบก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างแรงโน้มถ่วงมหาศาลของคนทั้งคู่ หล่อนวางแฟ้มลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดังปึ้ง "ไหนเราลองมาดูมู้ดแอนด์โทนที่พวกเธอแต่ละคนร่างมาดีกว่าค่ะ มานั่งลงแล้วคุยกันด้วยเหตุและผล... ไม่ใช่ด้วยอารมณ์"
วีวี่พ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ หล่อนยอมขยับตัวนั่งหลังตรงขึ้นเล็กน้อย แต่สายตายังคงไม่ละไปจากร่างระหงของดีไซเนอร์สาวที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"โอเคค่ะ งั้นเรามาเคลียร์กันบนโต๊ะนี้เลยดีกว่า" วีวี่เปิดฉากพูดต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้นชัดเจน "มู้ดแอนด์โทนที่รินรดาต้องการ มันมีความมืดหม่น โรแมนติกแบบโกธิค และเน้นซิลูเอทที่โครงสร้างแข็งกระด้าง... คุณคะ! นี่มันคอลเลกชันฤดูใบไม้ผลิ ไม่ใช่ฉากงานศพในหนังแวมไพร์ คนดูเขาอยากเห็นความสดใส ความเย้ายวน และความมีชีวิตชีวาที่สะท้อนตัวตนของฉันต่างหาก ไม่ใช่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าสีดำทะมึนไปยืนทำหน้าเศร้าสร้อยบนรันเวย์"
"นั่นคือความตื้นเขินที่คุณมองเห็นต่างหากล่ะค่ะ" รินรดาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุม โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันผ่านสายตา "ความดาร์กไม่ได้แปลว่าหม่นหมอง แต่มันคือความลึกลุ่มที่ซ่อนความเย้ายวนเอาไว้ต่างหาก... ซิลูเอทที่คมกริบและโครงเสื้อที่ทรงพลัง มันคเกราะป้องกันความอ่อนแอค่ะ วีวี่... อ้อ, ขอโทษทีนะคะ ฉันลืมไปว่าคนที่มีคนคอยปกป้องและมีรอยยิ้มสวยๆ ให้กล้องตลอดเวลาอย่างคุณ คงไม่เข้าใจหรอกว่าความรู้สึก 'ต้องเข้มแข็งด้วยตัวเอง' มันหน้าตาเป็นยังไง"
ประโยคสุดท้ายของรินรดาทำเอาบรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที พายถึงกับอ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าเพื่อนรักจะหลุดคำพูดที่พาดพิงถึงปมส่วนตัวของอีกฝ่ายออกมาแบบนั้น
ดวงตากลมโตของวีวี่ไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากอิบอิ่มเลือนหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่าที่เย็นชาไม่แพ้กัน หล่อนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาจ้องรินรดากลับอย่างไม่ลดละ รังสีความโกรธแผ่ออกมาจากตัวของซุปตาร์สาวจนน่ากลัว
"คุณคิดว่าคุณรู้จักฉันดีแค่ไหนกันคะ รินรดา?" วีวี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำ ทุบโต๊ะเบาๆ หนึ่งครั้งเพื่อเน้นย้ำความไม่พอใจ "คุณตัดสินฉันจากภาพลักษณ์บนจอเงิน จากข่าวซุบซิบ หรือจากอคติส่วนตัวของคุณกันแน่... คุณบอกว่าฉันกลัวความอ่อนแอ งั้นเหรอ? แล้วตัวคุณล่ะ... ซ่อนความกลัวอะไรไว้ใต้ความเนียบเจ้าระเบียบพวกนั้น? กลัวว่าผลงานจะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ? หรือกลัวว่าจะมีใครมองทะลุเข้ามาเห็นปมด้อยในใจของคุณกันแน่!"
คำพูดเชือดเฉือนพุ่งเข้าปะทะกันตรงๆ ไม่มีใครยอมใคร เคมีที่เคยคุกรุ่นด้วยความดึงดูดทางกาย เปลี่ยนเป็นแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงจนพายต้องยกมือขึ้นนวดขมับ
"พอค่ะ! หยุดทั้งคู่เดี๋ยวนี้เลย!" พายตบโต๊ะเสียงดังเพื่อเบรกสงครามประสาท "นี่เรากำลังคุยเรื่องงานแฟชั่นวีคค่ะ ไม่ใช่เวทีพิพากษาคดีส่วนตัว... ริน... แกก็ใจร้อนเกินไป วีวี่... น้องก็อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ตัดสินงานของเพื่อนพี่เลยค่ะ"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยืดตัวตรง เสยผมปัดความหงุดหงิดออกไปจากใบหน้า แม้ปากจะไม่อ้าเถียงต่อ แต่แววตายังคงแข็งกร้าว
"ถ้าจะให้ฉันทำตามแบบที่เธอต้องการ... ไม่มีทางค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด "แบรนด์ของฉันมีเกียรติ และฉันไม่ยอมให้ใครมาทำลายภาพจำที่สร้างมาหลายปีด้วยไอเดียสิ้นคิดแบบนั้นเด็ดขาด"
"งั้นเราก็คงไม่ต้องคุยกันต่อแล้วล่ะค่ะ" วีวี่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หล่อนหยิบกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงขึ้นมาคล้องแขน ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างถือดี "ในเมื่อดีเอ็นเอของแบรนด์คุณมันคับแคบและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งจนรับฟังเสียงของตลาดไม่ได้ ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาชื่อเสียงของฉันมาเสี่ยงกับโปรเจกต์นี้เหมือนกัน!"
ซุปตาร์สาวหมุนตัวเตรียมจะเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องประชุม พายร้องเรียกเสียงหลงด้วยความตกใจ เพราะถ้าโปรเจกต์นี้ล่ม
"เดี๋ยวก่อนค่ะ วีวี่! อย่าเพิ่งใจร้อน..."
ทว่า ก่อนที่มือเรียวของวีวี่จะเอื้อมไปถึงลูกบิดประตูห้องประชุม บานประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกเสียก่อนจากด้านนอกอย่างกะทันหัน
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางทางออกไว้ รินรดาที่กำลังจะหันไปเก็บเอกสารชะงักกึก วีวี่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะอีกครั้ง พายเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่มาใหม่ชัดเจน
"อ้าว... ขอโทษทีนะคะที่เข้ามาขัดจังหวะการประชุมสำคัญ... แต่พอดีฉันได้ยินเสียงดังเล็ดลอดออกมาถึงข้างนอกเลยอดเป็นห่วงไม่ได้" น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงความเจ้าเล่ห์ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ส่งตรงมาให้รินรดา
"ลิลลี่..." รินรดาครางชื่อนั้นออกมาเบาๆ ด้วยความรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่ออดีตคนรักที่สร้างแผลเป็นในใจให้เธอเมื่อหลายปีก่อน กำลังยืนยิ้มระรื่นอยู่ตรงหน้าประตู พร้อมกับแฟชั่นเซ็ตในมือที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา
"พอดีฉันได้รับมอบหมายให้มาเป็น 'ที่ปรึกษาพิเศษ' ในโปรเจกต์ร่วมทุนครั้งนี้ค่ะ... ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้งนะคะ ริน"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความแซ่บนี้เสมอนะคะ
— ควีนบีทูโก
ดีไซเนอร์นิ่งขรึมกับยัยซุปตาร์ตัวจี๊ด•ตอนที่ 3
สงครามบนโต๊ะประชุม
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์นิ่งขรึมกับยัยซุปตาร์ตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!