ดีไซเนอร์นิ่งขรึมกับยัยซุปตาร์ตัวจี๊ด•ตอนที่ 2

ทัศนคติที่สวนทาง

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
กลิ่นอายความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในสตูดิโอออกแบบใจกลางย่านทองหล่อ ไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความคุุกกรุ่นที่กำลังคุกรุ่นอยู่กลางห้องแม้แต่น้อย "ถ้าคุณยังยืนกรานจะใส่ต่างหูเพชรระย้าคู่นี้ขึ้นปกนิตยสาร *Vogue* ฉบับครบรอบสิบปี ฉันเกรงว่าโปรเจกต์นี้คงต้องยกเลิกค่ะคุณวีวี่" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์โมเดิร์นมองตรงไปยังซุปเปอร์สตาร์สาวที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีมรกตอย่างไม่เกรงกลัวบารมีที่ใครๆ ต่างพากันกราบกราน วีวี่แค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตากลมโตที่กรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมฉายแววเยาะหยันอย่างไม่คิดจะปิดบัง หล่อนขยับตัวเข้าหาโต๊ะทำงานกระจกใสที่มีร่างระหงของดีไซเนอร์สาวนั่งกอดอกนิ่งสนิท "ยกเลิกเหรอคะคุณรินรดา? พูดง่ายจังนะคะ สำหรับคุณมันอาจจะเป็นแค่กระดาษแผ่นเดียวที่ถูกเย็บรวมกัน แต่สำหรับฉัน... ทุกย่างก้าว หน้าปกทุกเล่ม คือภาพลักษณ์ที่ฉันสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อและความเป๊ะระดับท็อป ใครๆ ก็อยากเห็นเพชรเม็ดโตบนตัวฉันทั้งนั้นแหละค่ะ หรือว่ารสนิยมมินิมอลบ้าๆ ของคุณ มันทำให้คุณตาบอดมองไม่เห็นคุณค่าของความลักชูรีกันแน่?" คำพูดจิกกัดที่พ่นออกมาอย่างไร้ความเกรงใจทำเอารินรดากำมือแน่นใต้โต๊ะทำงาน ดีไซเนอร์สาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ รสนิยมมินิมอลบ้าๆ อย่างนั้นเหรอ? นั่นคือผลงานศิลปะที่เธอกลั่นกรองมาจากจิตวิญญาณและมันสมองนับร้อยชั่วโมง ต่างจากอีกฝ่ายที่คิดแค่ว่า 'อะไรแพง อะไรเด่น ฉันต้องได้ใส่' โดยไม่สนว่ามันจะทำลายโครงสร้างและคอนเซปต์ของคอลเลกชัน haute couture ที่เธอตั้งใจรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อประกาศศักดาบนรันเวย์ระดับโลกมากแค่ไหน "ความลักชูรีในนิยามของคุณ มันคือการเอาเครื่องประดับราคาแพงมาสุมไว้บนร่าง เพื่อกลบเกลื่อนความว่างเปล่าข้างในสินะคะ" รินรดาย้อนกลับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ็บแสบไม่แพ้กัน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเข้าไปประชิดร่างบางที่ยังคงนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่บนโซฟา "ตราบใดที่ฉันยังเป็นหัวหน้าทีมดีไซน์ในโปรเจกต์นี้ รสนิยม 'ขยะราคาแพง' แบบที่คุณอยากได้ จะไม่มีวันได้เฉิดฉายบนผลงานของฉันเด็ดขาดค่ะ" วีวี่ลุกพรวดขึ้นมาทันที แรงปะทะจากความสูงและอารมณ์ที่พุ่งสูงทำให้ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบปนวานิลลาหรูหราลอยปะทะจมูกรินรดา แต่อารมณ์ตอนนี้ไม่มีพื้นที่เหลือให้ความหอมหวานใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงประกายไฟจากดวงตาคู่สวยที่จ้องมองกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "นี่คุณ! กล้าดียังไงมาว่าของฉันเป็นขยะ!" วีวี่ตบโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นจนแจกันดอกไม้เซรามิคสั่นไหว ปลายนิ้วเรียวที่ทาเล็บเจลสีแดงเพลิงชี้หน้าอีกฝ่ายด้วยความโมโหจนตัวสั่น "ฉันเป็นใครคุณจำไม่ได้หรือไงคะ? คนที่ทำให้แบรนด์โนเนมใกล้เจ๊งอย่างคุณ กลับมาเป็นที่พูดถึงได้ในชั่วข้ามคืนก็คือฉัน! ถ้าไม่มีฉัน ป่านนี้คุณคงนั่งเหงาอยู่หลังร้านตัดเย็บโทรมๆ ไปแล้ว!" "ถ้าคิดว่าฉันพึ่งพาคุณฝ่ายเดียว งั้นเราก็ฉีกสัญญาแล้วแยกย้ายกันตรงนี้เลยดีไหมล่ะคะ?" รินรดาตอกกลับเสียงแข็ง นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอไม่เคยกลัวอำนาจเงินหรืออิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น และต่อให้ซุปเปอร์สตาร์คนนี้จะทรงอิทธิพลแค่ไหนในวงการบันเทิง แต่ในอาณาจักรแฟชั่นของเธอ รินรดาคือพระเจ้าผู้กุมอำนาจสูงสุด บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจฟ่อแฟ้นด้วยความโกรธของทั้งสองคนที่ยืนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีที่ร้อนแรงและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นปะทะกันจนอากาศรอบตัวแทบลุกเป็นไฟ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของรินรดาก็เลื่อนลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีพีชที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะไล่สายตากลับขึ้นมาสบกับนัยน์ตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความโกรธ ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติของดีไซเนอร์สาวกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ กลิ่นกายหอมกรุ่นและความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างของคนตรงหน้ากำลังรบกวนสมาธิอันเยือกเย็นของเธออย่างร้ายกาจ วีวี่เองก็ชะงักไปเมื่อเห็นประกายบางอย่างในแวตาคู่คมของดีไซเนอร์สาว ร่างบางที่กำลังพ่นคำพูดเผ็ดร้อนเมื่อครู่พลันเงียบเสียงลง หัวใจดวงน้อยใต้ชุดสูทแบรนด์เนมกลับเต้นรัวระรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่อันตรายนี้ทำให้ความโกรธเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง "หึ... ปากเก่งนักนะ" วีวี่กระซิบเสียงแผ่ว ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสวยขยับเข้าใกล้ใบหูของอีกฝ่ายอย่างถือดี "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะค่ะคุณดีไซเนอร์... คนปากแข็งแบบคุณเนี่ยแหละ เวลาสยบแทบเท้าฉัน มันจะน่าดูขนาดไหน" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนตามความเคยชิน ทว่าก่อนที่สงครามประสาทครั้งใหม่จะเริ่มต้นขึ้น— *ก๊อกๆๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต พร้อมกับการปรากฏตัวของพาย บรรณาธิการสาวเพื่อนสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือและรอยยิ้มเจื่อนๆ "อุ๊ย... ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย ทำไมหน้าตาพวกเธอสองคนถึงได้ดูเหมือนพร้อมจะกระโจนเข้าใส่กันแบบนั้นล่ะ?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของควีนบีทูโก แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์นิ่งขรึมกับยัยซุปตาร์ตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%