เสียงกระแทกของกล่องเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่วางลงบนโต๊ะกระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัว V.I.P. ดังสนั่นจนพายที่กำลังยืนตรวจความเรียบร้อยของราวผ้าถึงกับสะดุ้งสุดตัว
“นี่มันอะไรกันคะคุณรินรดา? ชุดนี้... จะให้ฉันใส่ขึ้นพรมแดงงานกาลาเปิดตัวนิตยสารแฟชั่นระดับประเทศจริงๆ เหรอคะเนี่ย?”
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่เจือด้วยความเย่อหยิ่งและจงใจหาเรื่องดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องฟิตติ้งเปิดกว้าง วีวี่ ซุปเปอร์สตาร์สาวเบอร์หนึ่งของเมืองไทย ก้าวออกมาพร้อมกับชุดเดรสผ้าไหมซาตินสีแดงเพลิงผ่าสูงถึงโคนขา ใบหน้าสวยเฉี่ยวกำลังเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตกรีดอายไลเนอร์เฉี่ยวคมมองภาพเงาสะท้อนในกระจกด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
รินรดา ซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยท่าทีนิ่งขรึมและเยือกเย็น ปรายตามองนางเอกสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเรียบเฉย แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเกรงกลัวบารมีของซุปตาร์สาวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อบนรันเวย์
“ถ้าคุณมีปัญหากับสายตาของตัวเอง ฉันแนะนำให้ไปปรึกษาจักษุแพทย์นะคะคุณวีวี่”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น รินรดาก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปประชิดตัวนางเอกสาว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่แคบลงจนได้กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานกับกลิ่นอายความตึงเครียดในอากาศ ดีไซเนอร์สาวปัดปอยผมที่หลุดรุ่ยของอีกฝ่ายออกด้วยปลายนิ้วอย่างถือวิสาสะ ก่อนจะดึงชายกระโปรงด้านข้างให้เข้าที่เข้าทางด้วยความประณีตระดับมืออาชีพ “ชุดนี้ตัดเย็บด้วยผ้าไหมอิตาลีแท้ ทรงเรขาคณิตที่ช่วยขับทรวดทรงนาฬิกาทรายของคุณให้โดดเด่นท่ามกลางแฟลชกล้องนับร้อย แต่มันจะ ‘พัง’ ทันที... ถ้าคนใส่ขาดรสนิยมและอินเนอร์มากพอที่จะพรีเซนต์มัน”
“นี่คุณ! ว่าฉันไม่มีรสนิยมอย่างนั้นเหรอ!”
วีวี่หันขวับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอยกมือขึ้นกอดอกบ้าง พยายามใช้ส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกันกดดันดีไซเนอร์สาว “ฉันเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งนะรินรดา ใครๆ ก็แย่งกันเอาชุดมาให้ฉันใส่ทั้งนั้นแหละ แต่คุณ... กลับทำตัวเย่อหยิ่งแถมยังออกแบบชุดที่ดูเหมือนผ้าถุงผ่าข้างนี่ให้ฉันเนี่ยนะ!”
“ผ้าถุงผ่าข้างอย่างที่คุณว่า คือคอลเลกชัน ‘Blood Moon’ ที่จัดแสดงในมิลานแฟชั่นวีคเมื่อปีที่แล้ว และมีมหาเศรษฐีสาวชาวฝรั่งเศสแย่งกันประมูลในราคาแปดหลักค่ะ” รินรดาย้อนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไร้ความสะดุ้งสะเทือน รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกความเย้ยหยันที่ทรงพลังเสียยิ่งกว่าการตะโกนโวยวาย “ถ้าคุณคิดว่าตัวเองดังพอที่จะใส่ชุดนี้แล้วไม่ทำให้มันดูเหมือนชุดนอนไม่ได้นอน กรุณาหัดควบคุมอารมณ์แล้วยืนให้สง่ากว่านี้ดีกว่าค่ะ เสียเวลาเปล่าๆ ที่จะมาเถียงกับฉันเรื่องรสนิยม”
“ริน... ใจเย็นๆ ก่อนน่า” พายรีบวิ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองสาวที่ส่งกระแสไฟฟ้าใส่กันจนแทบจะเผาไหม้ห้องแต่งตัวให้เป็นจุล บรรณาธิการสาวส่งยิ้มแห้งๆ ให้ซุปตาร์สาว “คือน้องวีวี่คะ ชุดนี้สวยจริงๆ นะคะ เหมาะกับลุคแพพพารัซซี่แตกในงานวันพรุ่งนี้แน่นอนค่ะ รินเขาก็แค่... ตั้งใจกับผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้มากเป็นพิเศษน่ะค่ะ”
“ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนเพื่อนสนิทของคุณหรอกค่ะคุณพาย!” วีวี่สะบัดหน้าหนีอย่างแง่วงอน แต่ริมฝีปากอิบอิ่มกลับเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนคิดไม่ตก ลึกๆ แล้วเธอก็รู้ดีว่าชุดนี้งดงามหยาดเยิ้มจนละสายตาไม่ได้จริงๆ แต่วิธีการพูดจาขวานผ่าซากและสายตานิ่งสนิทคู่นั้นของรินรดามันชวนให้เธอรู้สึก ‘หงุดหงิด’ หัวใจอย่างบอกไม่ถูก ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ดีไซเนอร์คนนี้ หัวใจเธอมักจะเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเกลียดนัก
รินรดาไม่สนใจท่าทีฮึดฮัดของซุปตาร์สาว เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเลื่อนดูตารางงานอย่างไม่ใส่ใจ “ถ้าลองชุดเสร็จแล้วก็กรุณาเปลี่ยนออกด้วยนะคะ ฉันไม่อยากให้เหงื่อเกรดต่ำของคุณมาทำลายเส้นใยผ้าไหมราคาแพง”
“นี่คุณกล้าดียังไงมาว่าฉันเหงื่อเกรดต่ำยะ!” วีวี่กรี๊ดออกมาเบาๆ ด้วยความเหลืออด เธอพุ่งตัวเข้าไปหารินรดาด้วยความโมโหจนดีไซเนอร์สาวต้องถอยหลังไปชนกับราวผ้า เสียงโลหะกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง รินรดาล้มตัวลงไปบนโซฟาหนังสีดำโดยมีร่างเพรียวบางของซุปตาร์สาวทาบทับอยู่ด้านบนโดยไม่ทันตั้งตัว
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแต่งตัวชั่วขณะ เมื่อใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ ดวงตากลมโตของวีวี่เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่นัยน์ตาคู่คมกริบของรินรดากลับไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นในระยะประชิด หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของรินรดากลับกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและกุหลาบจากตัววีวี่กำลังรุกรานสติสัมปชัญญะของเธออย่างรุนแรง
“ปล่อยค่ะ...” รินรดากระซิบเสียงพร่า พยายามดันไหล่บางออก แต่วีวี่กลับไม่ยอมขยับเขยื้อน ซุปตาร์สาวจ้องมองริมฝีปากที่เอาแต่พูดจาเชือดเฉือนของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก
“ถ้าฉันไม่ปล่อย... คุณจะทำไมล่ะคะ ดีไซเนอร์ปากร้าย” วีวี่แกล้งกระิบเสียงกระเส่าชิดริมหางตาของอีกฝ่าย จงใจยั่วเย้าให้อีกฝ่ายเสียอาการ
“กรี๊ด! ขอโทษนะคะที่ขัดจังหวะความหวาน... แต่พอดีว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาเยือนที่สตูดิโอค่ะริน” เสียงเปิดประตูกระชากเข้ามาพร้อมกับร่างของลูกน้องฝึกงานที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง “คุณคีย์... เจ้าของแบรนด์คู่แข่ง เดินเข้ามาในสตูดิโอของเราแล้วค่ะ!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความแซ่บนี้ด้วยกันนะคะ
---
ดีไซเนอร์นิ่งขรึมกับยัยซุปตาร์ตัวจี๊ด•ตอนที่ 1
รันเวย์เดือดกลางสตูดิโอ
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์นิ่งขรึมกับยัยซุปตาร์ตัวจี๊ด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!