กระบี่นิรันดร์พยศรักนางเซียนเหมันต์•ตอนที่ 2

พบพานนางเซียนน้ำแข็ง

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"หากความเย็นชาคืออาภรณ์ที่เจ้าใช้ปกป้องหัวใจ เช่นนั้น... ข้าจะใช้คมกระบี่นี้แหวกลมหายใจแห่งเหมันต์เพื่อดูว่า ภายใต้เกราะน้ำแข็งนั้นยังหลงเหลือความอบอุ่นอันใดอยู่บ้าง" เสียงทุ้มต่ำกังวานดั่งระฆังทองสำริดสะท้อนก้องทั่วหุบผาอัสดง ไอร้อนแห่งปราณกระบี่พวยพุ่งทะยานจากฝ่ามือหนาจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก ท่ามกลางหมู่เมฆหมอกสีเทาทะมึนที่ถูกแผดเผาจนกลายเป็นไอระเหย เฟยหลงยืนหยัดอย่างดื้อรั้น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลจากการข้ามผ่านขอบเขตพลัง แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมกริบดั่งพญาอินทรีผู้ไม่เคยสยบต่อฟ้าดิน เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปเพียงสามสิบก้าว ร่างระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูสะท้อนแสงจันทร์สลัว นางคือ 'ไป่หลัน' เทพธิดาแห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์ ผู้ถือครองกระบี่จันทราศารท ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ที่ติประดุจงานแกะสลักจากหยกสวรรค์ ทว่าเรียวคิ้วกลับขมวดมุ่นเล็กน้อย แววตาคู่คมกริบดั่งประกายน้ำแข็งพันปีจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก ระหว่างความรังเกียจเดียดฉันท์ต่อความอวดดี และความประหลาดใจระคนทึ่งที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยปาก "สามหาว..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งในเหมันต์ฤดูหลุดจากริมฝีปากสีชาด "เจ้าเป็นเพียงมดปลวกในดินแดนยุทธภพ กล้าดียังไงมาต่อกรกับวิชาเหมันต์เก้าสวรรค์ของสำนักเรา? คิดว่าการมีลมหายใจรอดมาจากการทดสอบด่านแรก จะทำให้เจ้าอาจหาญท้าทายความตายได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?" ไป่หลันสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่ในมือพลันเปล่งแสงสีฟ้าครามเจิดจ้า อุณหภูมิรอบบริเวณร่วงกวาดลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในพริบตา พื้นดินที่เหยียบย่ำถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมที่งอกเงยขึ้นมาราวกับกรงเล็บปีศาจ พลังปราณหยินบริสุทธิ์แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างกดทับบ่าของเฟยหลงจนกระดูกลั่นกรอบ เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับจริงจังและเด็ดเดี่ยวอย่างยิ่ง "มดปลวกหรือเซียนสวรรค์... ในวิถีกระบี่ล้วนเสมอภาคกันด้วยเจตจำนง!" เฟยหลงกล่าวเสียงดังฟังชัด ก้าวเท้าซ้ายออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง ราวกับขุนเขาที่ไม่มีวันพังทลาย "อาจารย์ของข้าเคยกล่าวไว้ว่า วิถีกระบี่คือการหาญกล้าท้าทายลิขิตสวรรค์ หากข้าต้องก้มหัวให้ความหนาวเหน็บที่ไร้หัวใจของเจ้า เช่นนั้นข้าคงต้องหักกระบี่ในมือทิ้งแล้วไปเป็นคนไร้ค่าเสียยังดีกว่า!" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของไป่หลัน นางชะงักไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาแวบหนึ่ง—ความโดดเดี่ยว ความกดดันที่ต้องแบกรับสำนักไว้บนบ่า และความหนาวเหน็บที่กัดกินจิตวิญญาณมาเนิ่นนาน ไม่มีใครกล้าพูดจาอาจหาญต่อหน้านางเช่นนี้มาก่อน ส่วนใหญ่มีแต่ความหวาดกลัวหรือความโลภในความงามและพลังของนางเท่านั้น "รนหาที่ตาย!" ไป่หลันสะบัดกระบี่ในมือ พลังปราณเหมันต์ระเบิดออกเป็นคลื่นกระบี่นับพันสายพุ่งเข้าหาเฟยหลงราวกับพายุหิมะกลืนกินสรรพชีวิต แสงสีฟ้าสว่างวาบจนแสบตา ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านทะลุผิวหนังเข้าไปถึงไขกระดูก รangกายของเฟยหลงถูกห่อหุ้มด้วยเกล็ดน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว ความเร็วของกระบี่ชุดนี้รวดเร็วและงดงามตระการตาจนแทบไม่เปิดโอกาสให้หายใจ เป็นกระบวนท่า 'เหมันต์โปรยปรายทั่วหล้า' อันเลื่องชื่อของสำนักเหมันต์นิรันดร์ ทว่า ในวินาทีที่ความตายมาเยือนตรงหน้า นัยน์ตาของเฟยหลงกลับสว่างวาบขึ้นด้วยประกายสีทองแห่งเต๋า *ซ่าส์...* เสียงลมปราณระเบิดทะลักออกจากจุดตันtian (ตันเถียน) ของเฟยหลงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างที่ถูกแช่แข็งระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาร่างของกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอย มันไม่ใช่กระบวนท่าที่มีรูปร่างตายตัว แต่มันคือ 'ความว่างเปล่า' ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เขาไม่ได้หลบหนี แต่เลือกที่จะพุ่งเข้าหาใจกลางพายุหิมะ กระบี่ในมือของเฟยหลงตวัดวาดเป็นวงโค้งเรียบง่าย ไร้ซึ่งลวดลายแพรร้ว แต่เปี่ยมล้นด้วยพลังกดดันระดับมหากาพย์ที่ทำให้มิติรอบข้างถึงกับสั่นพริ้ว นี่คือเคล็ดวิชาขั้นสูงที่เขาบรรลุผ่านความตายและความสูญเสีย—กระบี่ไร้ลักษณ์ ทะลวงมิติ! *เคร้ง! ฉับ!* ประกายไฟสีทองและสีฟ้าสว่างวาบตัดกันกลางอากาศ เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับอสนีบาตฟาด ดินแดนรอบด้านสั่นสะเทือน เล่มกระบี่ของทั้งสองปะทะกันอย่างดุเดือด ไป่หลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าพลังปราณเหมันต์ที่นางภาคภูมิใจนักหนากลับถูกคมกระบี่ของบุรุษผู้นี้เฉือนขาดเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย แรงปะทะมหาศาลทำให้ร่างของทั้งคู่กระเด็นถอยหลังไปคนละทาง ไป่หลันทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนพื้นน้ำแข็ง เลือดสีแดงสดสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของนาง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์มีรอยขาดวิ่นที่หัวไหล่ เผยให้เห็นผิวเนียนละเอียดดั่งหิมะ แต่นางไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อนอย่างยิ่งยวด ส่วนเฟยหลงเองก็ยืนหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและเลือด แขนขวาชาด้านจนแทบไร้ความรู้สึก กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นระริกราวกับส่งเสียงร้องคร่ำครวญ แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอย่างองอาจ ไม่ยอมก้มหัวให้ความพ่ายแพ้ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมหุบผาอัสดงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหยดน้ำแข็งละลาย เฟยหลงปาดเลือดที่มุมปาก รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นควัน เขาก้าวเดินเข้าไปหาเทพธิดาแห่งสำนักเหมันต์ช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว อย่างไม่เกรงกลัวต่อรั้วรังสีอำมหิตที่นางแผ่ออกมา ไป่หลันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นระรัวอย่างผิดจังหวะ นางยกปลายกระบี่ขึ้นชี้หน้าเขาอีกครั้ง แม้เรี่ยวแรงจะเหลือน้อยเต็มที แต่วาจายังคงเย็นชา "เจ้า... กล้าดียังไงมาแตะต้องตัวข้า? เจ้าคิดว่าชนะแล้วอย่างนั้นหรือ?" เฟยหลงหยุดยืนห่างจากนางเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายบุรุษผู้ทะนงตนแผ่ซ่านเข้าปะทะกับความเย็นชาของนางอย่างพอดิบพอดี เขาก้มมองดวงหน้างามล้ำที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง "ข้าไม่ได้มาเพื่อเอาชนะเจ้า..." เฟยหลงกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนแจ่มแจ้งในความเงียบ "แต่ข้ามาเพื่อแสดงให้เจ้าเห็นว่า... โลกใบนี้ยังมีสิ่งอื่นที่อบอุ่นและคุ้มค่าแก่การมีชีวิตอยู่ มากกว่าการขังตัวเองไว้ในความหนาวเหน็บอันโดดเดี่ยว ไป่หลัน... หัวใจของเจ้านั้นไม่ได้เย็นชาอย่างที่เจ้าพยายามหลอกตัวเองหรอก" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กหนักนับหมื่นชั่งทุบลงกลางความรู้สึกของไป่หลัน ร่างของนางสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและความสั่นไหวที่ไม่อาจปิด ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเปลี่ยนผ่านจากความเกลียดชังไปสู่ความเข้าใจอันลึกซึ้ง ทันใดนั้นเอง... ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยเงียบสงบก็มืดครึ้มลงในพริบตา เมฆสีดำสนิทก่อตัวขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฟ้าสีทองคำที่ทรงพลังยิ่งกว่าครั้งไหนๆ กลิ่นอายกดดันระดับบรรพกาลแผ่ซ่านลงมาจากนภาเบื้องบน บ่งบอกถึงการมาเยือนของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ—หรือบางที อาจเป็นทัณฑ์สวรรค์ที่รอคอยการชำระบัญชี! ไป่หลันหน้าถอดสีทันที นางรีบคว้าแขนเสื้อของเฟยหลงไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก "แย่แล้ว... เขากำลังตามหาเจ้า... บุคคลผู้นั้นมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้!" เฟยหลงหรี่ตาลงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่อเงาร่างมหึมาของผู้ฝึกตนในตำนานปรากฏลางๆท่ามกลางสายฟ้าสีทอง ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรันดร์พยศรักนางเซียนเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%