กระบี่นิรันดร์พยศรักนางเซียนเหมันต์•ตอนที่ 1

กระบี่ไร้ลักษณ์กลางเหมันต์

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
ความตาย... ไม่เคยส่งเสียงเตือนล่วงหน้า มันมาเยือนดุจเงาที่ทาบทับลงบนแผ่นดินยามอัสดง "เจ้ายังกล้าก้าวเท้ามาเหยียบดินแดนแห่งนี้อีกหรือ เฟยหลง?" น้ำเสียงแหบพร่าดั่งเสียงเสียดสีของโลหะกับหินผาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของหุบเขาไร้นาม สถานที่แห่งนี้ ไร้ซึ่งต้นไม้ใบหญ้า มีเพียงแผ่นศิลาสีนิลนับหมื่นแท่งที่ปักปันอาณาเขตราวกับสุสานของเหล่าเทพยดา ลมปราณรอบกายแปรปรวนจนเกิดเป็นเกลียวคลื่นสีเทาทมิฬหมุนวน บดบังแสงอาทิตย์จนแทบไม่เหลือรอด เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุธยโสแห่งพรรคอัคคีผลาญสวรรค์ที่ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า บุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายกระบี่คู่ไขว้ด้วยด้ายเงินยืนสงบนิ่ง ร่างกายของเขาสูงโปร่งและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันเยือกเย็น ดั่งห้วงสมุทรลึกที่ไร้ก้นบึง ในมือขวาของเขาถือด้ามกระบี่ไม้ธรรมดาที่ไร้ลวดลาย ประกายตาคมกริบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝัก บ่งบอกถึงความทะนงตนที่ถูกหล่อหลอมผ่านความตายและความสูญเสียมานับครั้งไม่ถ้วน ปมในอดีตยังคงกรีดแทะหัวใจของเขา ภาพเหตุการณ์ในวันที่อาจารย์ผู้มีพระคุณต้องดับสูญภายใต้เงื้อมมือของเหล่ามารสำนักใหญ่ยังคงชัดเจนในความทรงจำ เลือดสีโลหิตที่หลั่งรินในวันนั้น กลายเป็นเชื้อเพลิงที่หล่อเลี้ยงวิถีกระบี่ของเขาให้ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด การบำเพ็ญเพียรฝืนลิขิตฟ้าดินไม่ใช่เส้นทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันคือเส้นทางที่ต้องเหยียบย่างผ่านซากศพและความอยุติธรรม "หุบเขาไร้นาม... เหมาะสมที่จะเป็นหลุมฝังศพของพวกเจ้าทุกคนในวันนี้" เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบข้างลดฮวบลงจนเกิดเป็นเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามโขดหิน "ปากดีนัก! วันนี้ข้าจะใช้กระบี่เพลิงนิลกาฬบดขยี้กระดูกและวิญญาณของเจ้าให้แหลกเป็นจุล!" ผู้อาวุโสแห่งพรรคอัคคีผลาญสวรรค์คำรามลั่น ประกายไฟสีม่วงเข้มระเบิดออกจากร่าง ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนเกิดเป็นกลุ่มเมฆเพลิงหมุนวน อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนอากาศบิดเบี้ยว ร่างของมันพุ่งทะยานเข้ามาด้วยความเร็วสูงดั่งอุกกาบาตพุ่งชนพื้นโลก ดาบใหญ่ในมือตวัดลงมาหมายผ่าร่างของเฟยหลงให้เป็นสองท่อนในกระบวนท่าเดียว! ทว่า... เฟยหลงยังคงยืนนิ่ง ราวกับรูปปั้นสลัก สายตาของเขาจับจ้องไปยังวิถีดาบที่พุ่งเข้ามาอย่างใจเย็น ในห้วงความคิดของเขา เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลง สัจธรรมแห่งเต๋ากระบี่ลอยวนอยู่ในจิตสำนึก 'กระบี่ไร้ลักษณ์หาใช่การไม่มีกระบี่ แต่คือการไร้ซึ่งรูปแบบ เพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการแห่งกระบวนท่า' *ชิง!* เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ดั่งเสียงกระซิบของสายลมฤดูหนาว แต่กลับก้องกังวานเสียดแท้วิญญาณของผู้คนนับร้อยที่รายล้อมอยู่รอบหุบเขา ประกายแสงสีเงินยววงสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วพริบตา ท่ามกลางความมืดมิดของหุบเขา ประกายแสงนั้นงดงามตระการตาและอันตรายถึงชีวิตในคราเดียวกัน มันไม่ได้พุ่งออกไปด้วยความรุนแรงป่าเถื่อน ทว่ากลับพริ้วไหวราวกับสายน้ำที่ไร้รูป รวดเร็วจนมองไม่ทันแม้แต่เงา *ฉับ!* ร่างของผู้อาวุโสพรรคอัคคีผลาญสวรรค์ชะงักงันท่าางกลางอากาศ เปลวเพลิงสีม่วงที่ลุกโชนดับวูบลงในทันทีที่แสงกระบี่ยาวผ่านร่างไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกและไม่เชื่อมั่นในสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างกายของมันแยกออกเป็นสองส่วนก่อนจะร่วงหล่นกระแทกพื้นดิน เสียงกรีดร้องและเสียงอึกทึกของเหล่าสมุนที่ติดตามมาเงียบกริบลงทันที ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ดั่งถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดลำคอจนหายใจไม่ออก เฟยหลงสะบัดข้อมือเบาๆ เก็บกระบี่เข้าฝักอย่างนิ่มนวล ใบหน้ายังคงไร้ซึ่งรอยยิ้มและความลำพองตน ชัยชนะครั้งนี้เป็นเพียงก้าวเล็กๆ บนเส้นทางอันยาวไกลที่เขาต้องก้าวเดิน เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุดของยุทธภพและทวงคืนความยุติธรรม ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัดนั้นเอง มิติอากาศเบื้องหน้าของเขากลับบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง กลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่เหนือกว่าพลังปราณใดๆ ในหุบเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนทำให้หยดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามในเสี้ยววินาที หมอกควันสีขาวโพลนพวยพุ่งออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งที่ก้าวออกมาอย่างสง่างาม นางสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายดอกเหมันต์นับร้อย เส้นผมสีดำสนิททิ้งตัวยาวคลอเคลียแผ่นหลังบอบบาง ใบหน้ารูปไข่สวยงามไร้ที่ติ ทว่าเรียบเฉย เย็นชา และสูงส่งดั่งเทพเซียนผู้ไม่เคยแปดเปื้อนธุลีโลก นางคือ 'ไป่หลัน' เทพธิดาแห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์ ผู้ซึ่งไม่เคยย่างกรายออกมาสู่ยุทธภพภายนอกนับร้อยปี ดวงตากลมโตคู่สวยดั่งห้วงน้ำแข็งใสจ้องมองมาที่เฟยหลง นัยน์ตาคู่นั้นมีความซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง ทั้งความเยือกเย็นตามธรรมชาติ และความรู้สึกบางเบาที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้กำแพงน้ำแข็งอันหนาทึบ "เฟยหลง... เจ้าสร้างเรื่องใหญ่โตเกินไปแล้ว" น้ำเสียงของนางไพเราะดั่งเสียงพิณสวรรค์ แต่กลับเย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "การสังหารคนของพรรคอัคคีผลาญสวรรค์ในดินแดนนี้ หมายถึงการประกาศสงครามกับขุมกำลังครึ่งหนึ่งของยุทธภพ... และที่สำคัญที่สุด เจ้ากำลังก้าวล้ำเข้ามาในเขตแดนที่เจ้าไม่ควรย่างกราย" เฟยหลงเงยหน้าขึ้นสบตากลีบดอกเหมันต์คู่นั้น มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความทะนงตนและท้าทาย "ดินแดนใต้หล้าแห่งนี้ มีที่ใดที่กระบี่ของเฟยหลงไปไม่ถึง?" เขาเอמהด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่มั่นคง "และหากการปกป้องวิถีของตนเองต้องเป็นศัตรู Me กับคนทั้งยุทธภพ... ข้า เฟยหลง ก็ไม่เคยเกรงกลัว" ไป่หลันขมวดคิ้วน้อยๆ หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งน้ำแข็งพันปีกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางมองบุรุษตรงหน้าผู้ซึ่งเต็มไปด้วยความดื้อรั้นและอาจหาญ เกินกว่าที่ใครจะควบคุมได้ ทันใดนั้นเอง นางก็ยื่นมือเรียวบางออกไป ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกขาวชี้ตรงมาที่ปลายกระบี่ของเขา พร้อมกับพลังปราณเหมันต์อันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อกดดันเขาโดยตรง "ถ้าเช่นนั้น... จงแสดงให้ข้าเห็นสิ ว่ากระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้า จะแทงทะลวงน้ำแข็งของข้าได้หรือไม่ หรือจะต้องกลายเป็นเพียงเศษซากฝังกลบอยู่ ณ หุบเขาแห่งนี้ไปตลอดกาล" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ ดินแดนแห่งเต๋าและกระบี่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรันดร์พยศรักนางเซียนเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%