เสียงหัวเราะก้องกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาวสะท้อนก้องผาหินอัคคีทมิฬ บุรุษสวมหน้ากากทองคำผู้ซ่อนเร้นร่องรอยไว้ใต้เงาหมอกโลหิตมิได้เร่งร้อนลงมือ มันยืนหยัดอยู่บนยอดเสาศิลาจารึกอักขระมาร ท่าทางผ่อนคลายราวกับกำลังชมมหรสพชั้นเลิศ ขณะที่เบื้องล่างคือความกดดันระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินที่บีบอัดจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่นระลอก
"ยินดีต้อนรับสู่แดนประหาร... ท่านเทพธิดา และเจ้าหนูวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์"
เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองเจ้าของเสียงนั้น นัยน์ตาคมกริบดุจคมกระบี่โบราณจับจ้องไปยังแผ่นหลังบอบบางที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ร่างระหงของไป่หลันในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลายเหมันต์กำลังสั่นเทาเล็กน้อย นางไม่ได้หวาดกลัวต่อคมดาบหรือค่ายกลมารเบื้องหน้า ทว่า... ปราณหยินบริสุทธิ์ภายในร่างของนางกลับปั่นป่วนอย่างไร้เหตุผล ราวกับกระแสธารน้ำแข็งพันปีที่กำลังถูกความร้อนจากขุมนรกแผดเผาจนเดือดพล่าน
ชีพจรจิตวิญญาณของเทพธิดาแห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์กำลังกรีดร้อง
"ไป่หลัน"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างมั่นคง เฟยหลงก้าวเข้าไปประชิดร่างนาง มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อแขนเรียวดุจหยกขาว สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่เสียดแทงทะลุเสื้อผ้า ทว่าในขณะเดียวกัน หยาดเหงื่อเย็นเฉียบกลับผุดพรายขึ้นตามไรผมของนางเซียนผู้สูงศักดิ์
ไป่หลันหันกลับมาสบตาเขา ดวงเนตรคู่สวยที่มักจะเย็นชาและว่างเปล่า บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างลึกล้ำ ภาพนิมิตอันน่าสะพรึงกลัวกำลังฉายซ้ำไปซ้ำมาในห้วงสมองของนาง—ภาพที่ภูเขาหิมะพันปีถล่มทลาย ทะเลเพลิงโลหิตกลืนกินสำนักเหมันต์ และร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ถือครองกระบี่ไร้ลักษณ์แหลกสลายกลายเป็นธุลีผงต่อหน้าต่อตา!
"เฟยหลง..." เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "นิมิต... ข้าเห็นนิมิต... นี่ไม่ใช่แค่กับดักของสำนักมารอัคคีทมิฬ แต่มันคือ... ทัณฑ์สวรรค์ที่ถูกกำหนดไว้แล้ว"
"กำหนดไว้แล้วงั้นหรือ?" มุมปากของเฟยหลงยกย่องขึ้น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏชัดบนใบหน้าคมคาย "นับตั้งแต่วันที่เราก้าวเข้าสู่วิถีแห่งเต๋า มีผู้ใดบ้างไม่เคยถูกขู่ขวัญด้วยคำว่า 'ลิขิตฟ้า' หากสวรรค์ต้องการให้เราตาย กระบี่ในมือข้าคงหักสะบั้นไปนานแล้ว... เจ้าจงสงบจิตลง อย่าปล่อยให้มารศาสนาฉวยโอกาสยามจิตใจของเจ้าไร้การป้องกัน"
พลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกจากร่างของเฟยหลง ก่อตัวเป็นเกราะคุ้มกันสีครามเข้มห่อหุ้มร่างทั้งสองไว้ ปราณกระบี่นี้บริสุทธิ์และดุดันจนสามารถตัดผ่านมิติได้ มันทำหน้าที่เป็นเสมือนสมอเรือที่ช่วยยึดโยงจิตวิญญาณอันปั่นป่วนของไป่หลันให้กลับคืนสู่ความสงบ
ทว่า บุรุษสวมหน้ากากทองคำกลับหัวเราะลั่นออกมาอีกครา "ฮ่าๆๆ ช่างเป็นคู่รักที่มั่นคงในวิถีมารและเซียนเสียจริง! เจ้าหนูเฟยหลง เจ้าคิดว่ากระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้าจะปกป้องนางได้ตลอดไปอย่างนั้นหรือ? จงลืมตาดูเสียเถอะว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป... คือบทลงทัณฑ์ที่แท้จริงจากเบื้องบน!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของบุรุษสวมหน้ากากก็ระเบิดออกเป็นกลุ่มหมอกสีทองคำสว่างจ้า อักขระโบราณนับหมื่นตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนิตยภัทร เมฆดำทะมึนก่อตัวหมุนวนเป็นรูปตาข่ายยักษ์ สายฟ้าสีแดงฉานฟาดผ่าลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่ราวกับกรงขังมังกรเพลิง!
ครืนนน—!
แรงระเบิดสะทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหุบเขา ปราณกระบี่ของเฟยหลงปะทะเข้ากับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์จนเกิดประกายไฟสว่างวาบไปทั่วสารทิศ ร่างของเฟยหลงถอยหลังไปสามก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียดเป็นจุล เลือดสีสดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของเขา แต่นัยน์ตากลับยิ่งทอประกายคมกล้าดุจพญาอินทรีมองเหยื่อ
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ไป่หลันที่ตั้งสติได้จากการถ่ายทอดปราณกระบี่ของเฟยหลง นางก็สูดลมหายใจเข้าลึก
ดวงเนตรของนางเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลนดุจหิมะพันปี พลังปราณเหมันต์นิรันดร์ระเบิดออกรอบตัวจนอุณหภูมิลดฮวบลงนับร้อยองศาในพริบตา
"เฟยหลง... หลบไป!" เสียงของนางก้องกังวานด้วยอำนาจแห่งเทพธิดา
นางยกมือขึ้นวาดออกไปเบื้องหน้า ดัชนีเหมันต์ผสานกับคัมภีร์ลับสำนักเหมันต์ก่อเกิดเป็น 'กระบี่น้ำแข็งเก้าชั้นฟ้า' พุ่งทะยานสวนทางกับสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์ เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงชั้นบรรยากาศ
ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนของการปะทะพลังอันยิ่งใหญ่ ร่างเงาสสายหนึ่งก็พุ่งวาบออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว มันรวดเร็วยิ่งกว่าสายฟ้าแลบ และเป้าหมายของมันไม่ใช่เฟยหลง... แต่คือหัวใจของไป่หลันที่กำลังทุ่มสมาธิทั้งหมดไปกับการต้านทานทัณฑ์สวรรค์!
ฉับพลันนั้น ไป่หลันก็เบิกตากว้าง นางสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกแห่งความตายที่พุ่งเข้าประชิดตัว ทว่าร่างกายกลับขยับไม่ได้เนื่องจากกำลังภายในส่วนใหญ่ถูกดึงไปใช้ต้านค่ายกล
"ระวัง!" เฟยหลงคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน พลังปราณทั้งหมดในตันtianระเบิดทะลวงขีดจำกัด กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือพลันเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า แผ่รัศมีกดดันที่ทำให้สรรพสิ่งในรัศมีร้อยลี้ต้องสยบยอม
เขายอมใช้ร่างของตนเองเข้าขวางกั้นคมดาบปริศนาที่พุ่งเข้ามา!
ฉึก—!
เสียงเนื้อถูกแทงทะลุด้วยคมอาวุธดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
เลือดสีแดงฉาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีขาวของไป่หลัน ร่างของเฟยหลงกระตุกวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะใช้มือข้างหนึ่งคว้าจับใบดาบของมือลอบสังหารเอาไว้แน่นจนคมดาบกินเนื้อลึกถึงกระดูก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผดเผาจนมือของฝ่ายตรงข้ามแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
"บังอาจ..." เสียงของเฟยหลงเยือกเย็นดุจมาจากขุมนรกโลกันตร์
เขากวาดสายตามองไปยังผู้ลอบสังหารที่เผยร่างออกมา—นางคือสตรีในชุดรัดรูปสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากเงิน และแววตาคู่นั้น... เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุดันของเทพแห่งความตายเบื้องหน้า
แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ... เพราะในวินาทีที่เฟยหลงกำลังจะปลิดชีพมือลอบสังหารผู้นั้น แผ่นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเก่า หลุมอุกกาบาตขนาดมหึมาเปิดออกที่เบื้องหน้า พร้อมกับเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นข้างหูของไป่หลันและเฟยหลงพร้อมกัน
*“เกมล่ากระบี่ไร้ลักษณ์เพิ่งเริ่มต้นขึ้น... และผู้ที่จะตายคนแรก หาใช่พวกเจ้าไม่ แต่คือสำนักเหมันต์นิรันดร์ที่กำลังจะมอดไหม้ในอีกหนึ่งก้านธูปนี้”*
สิ้นเสียงกระซิบ หน้ากากทองคำที่เคยแตกสลายไปก่อนหน้านี้ กลับปรากฏขึ้นใหม่อีกนับร้อยชิ้นลอยอยู่เต็มท้องฟ้า ทุกหน้ากากต่างพากันส่งเสียงหัวเราะพร้อมเพรียงกันจนแก้วหูแทบแตก และที่น่าตกใจที่สุดคือ... คลื่นพลังปราณระดับเซียนแท้จริงนับสิบสายกำลังพุ่งตรงมาจากขอบฟ้าทิศบูรพาด้วยความเร็วราวกับดาวตก!
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านด้วยความอินและลุ้นระทึกไป1บดบาทตัวละครร่วมกันนะครับ
กระบี่นิรันดร์พยศรักนางเซียนเหมันต์•ตอนที่ 7
คำเตือนแห่งโชคชะตา
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรันดร์พยศรักนางเซียนเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!