กระบี่นิรันดร์พยศรักนางเซียนเหมันต์•ตอนที่ 6

ร่องรอยสำนักมาร

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
เปรี้ยง! เสียงระเบิดกัมปนาทสะท้านสะเทือนหินงอกหินย้อยภายในถ้ำจนร่วงกราวลงมาราวกับห่าฝน ประกายแสงสีโลหิตฉานสาดส่องกระทบกับผนังถ้ำศิลาอัคคีจนเกิดเงาอสูรร้ายมหึมาบิดเบี้ยวไปมา กรงเล็บมารโลหิตของราชันย์โลหิตพุ่งแหวกอากาศเข้าหากลางกระหม่อมของเฟยหลงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง นัยน์ตาของบุรุษหนุ่มกลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงประกายคมปลาบดุจคมกระบี่ที่พร้อมจะผ่าแยกแม้แต่ผืนฟ้า "บังอาจนัก!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของเฟยหลงดังสะท้อนก้องกังวาน ร่างกายของเขาหมุนวนวิถีปราณกระบี่ไร้ลักษณ์อย่างฉับพลัน ฝ่ามือซ้ายผลักดันร่างของไป่หลันถอยร่นไปเบื้องหลังในขณะที่มือขวากระชับด้ามกระบี่ที่ยังไม่หลุดจากฝักแน่น พลังลมปราณสีฟ้าครามเข้มข้นระเบิดทะลักออกจากจุดตันเถียน ก่อตัวเป็นม่านพลังรูปดอกบัวเหมันต์ซ้อนทับกันถึงเก้าชั้นต้านทานกรงเล็บโลหิตเอาไว้ชั่วลมหายใจ ตู้ม! แรงปะทะอันรุนแรงส่งผลให้พื้นถ้ำเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นแอ่งลึก ร่างของเฟยหลงไถลถอยหลังไปเกือบส้าวก่อนจะปักหลักยืนหยัดได้อย่างมั่นคง สายเลือดสีแดงสดสายหนึ่งไหลซึมออกจากมุมปากของเขา แต่นั่นมิได้ทำให้ความทะนงตนในวิถีกระบี่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ทว่ากลับจุดประกายเพลิงโทสะแห่งเต๋าอันบริสุทธิ์ให้ลุกโชนขึ้นในอก ราชันย์โลหิตหัวร่อด้วยเสียงอันแหบพร่าและน่าสะพรึงกลัว "ฮ่าๆๆๆ... กระบี่ไร้ลักษณ์อันเลื่องชื่อ มีดีเพียงแค่การตั้งรับเช่นนั้นหรือ? น่าผิดหวัง... ช่างน่าผิดหวังเสียจริง!" ไป่หลันที่ถูกผลักออกมาก้าวถ้ำย่างสามขุมเข้ามาเคียงข้าง สีหน้าของนางเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี ไอปราณความหนาวเหน็บระดับมหาสมุทรน้ำแข็งแผ่ซ่านออกมารอบกายจนหยดน้ำที่ร่วงหล่นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีครามประกายเพชร นางไม่กล่าววาจาใดๆ มือเรียวดุจหยกขาวตวัดเบาๆ กระบี่ประจำกาย 'เหมันต์นที' ก็พุ่งออกจากฝัก ส่งเสียงกรีดร้องเสียดแทศโสตประสาทราวกับเสียงคำรามของมังกรน้ำแข็ง "เฟยหลง... ถอยไปหนึ่งก้าว" น้ำเสียงของนางราบเรียบ แต่มั่นคงและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เยือกเย็น "หลันเอ๋อร์... เจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว" เฟยหลงแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและอำนาจอันล้นเหลือ "มารชั่วช้าผู้นี้ รุกรานอาณาเขตของเรา ปรารถนาชีวิตของเรา สัจธรรมแห่งวิถีกระบี่สอนให้เราก้าวไปข้างหน้า ไม่เคยมีบัญญัติบทใดสอนให้ถอยหลังต่อหน้าพวกเดรัจฉาน" สิ้นคำพูด ร่างทั้งสองก็ทะยานออกพร้อมกันดุจสายฟ้าแลบสองสาย สายหนึ่งคือความหนาวเหน็บที่แช่แข็งได้แม้กระทั่งวิญญาณ อีกสายคือความคมกล้าของกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ไร้รูปแต่ทรงพลังถึงขีดสุด การประสานสอดคล้องระหว่างวิถีกระบี่และวิชาเซียนเหมันต์ก่อให้เกิดกระบวนท่า 'เหมันต์ไร้ลักษณ์ กลืนกินสุริยัน' ประกายแสงสีฟ้าครามและสีเงินยวดยวงพุ่งเข้าผ่าร่างของราชันย์โลหิตอย่างจัง ฉับพลัน! เงาร่างของราชันย์โลหิตกลับสลายกลายเป็นกลุ่มหมอกเลือดอันน่าสะพรึงกลัว เสียงหัวร่อดังสะท้อนมาจากทุกทิศทุกทาง "พวกเจ้าคิดว่านี่คือร่างจริงของข้าอย่างนั้นหรือ? โง่เขลาเบาปัญญา! แดนรกร้างชายแดนนี้ บัดนี้ได้กลายเป็นสนามล่าของสำนักมารโลหิตแล้ว!" หมอกโลหิตพวยพุ่งผ่านช่องแคบของถ้ำหายลับไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและร่องรอยพลังมารอันดำมืดที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผนังศิลา เฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย เก็บกระบี่เข้าฝักด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด สายตาคมกราบกวาดมองไปรอบบริเวณก่อนจะหยุดลงที่รอยสลักประหลาดบนพื้นหิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์รูปหัวกะโหลกมีเขาประดับด้วยอักขระมารโบราณ "ร่องรอยสำนักมาร..." เฟยหลงพึมพำเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความครุ่นคิด "พวกมันไม่ได้มาเพื่อซุ่มโจมตีพวกเราโดยบังเอิญ... แต่พวกมันกำลังเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่ชายแดน" ไป่หลันก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวนางลอยปะปนกับกลิ่นอายความเย็นชา นางก้มมองสัญลักษณ์นั้น แววตาคู่สวยฉายแวววิตกกังวลเป็นครั้งแรก "อักขระนี้... เป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายระยะไกลที่ถูกปิดผนึกไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน หากพวกมันสามารถปลุกมันขึ้นมาได้ แสดงว่ากองกำลังหลักของพรรคมารใต้หล้าได้แทรกซึมเข้ามาถึงเขตแดนชั้นนอกของสำนักเหมันต์นิรันดร์แล้ว" สถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ทั้งสองคาดคิด การเดินทางเพื่อแสวงหาเต๋าและบำเพ็ญเพียรในคราแรก บัดนี้กลับถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งระดับมหันตภัยระหว่างธรรมะและอธรรมที่กำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า เฟยหลงหันไปสบตากับนาง แววตาของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนฉายประกายความเด็ดเดี่ยว "เช่นนั้น... เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนกลับสำนักในทันที ข้าอยากจะรู้ยิ่งนักว่า พวกสุนัขรับใช้แห่งพรรคมาร จะมีความสามารถสักเพียงใด ถึงกล้าอาจหาญเข้ามาเหยียบย่ำดินแดนที่ข้าปกป้อง" ไป่หลันมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม หัวใจที่เคยเยือกเย็นและปิดตายมานานนับปีกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้เมื่อลั่นวาจาแล้ว ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือฝืนลิขิตฟ้า เขากจะกระทำมันให้ลุล่วงอย่างแน่นอน ทั้งสองก้าวออกจากปากถ้ำสู่แสงสว่างยามสายที่สาดส่องลงมายังเทือกเขารกร้างชายแดน ลมหนาวพัดโชยนำพาฝุ่นควันและกลิ่นอายสังหารลอยมาแต่ไกล ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะทะยานร่างสำรวจร่องรอยเพิ่มเติมนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็ดังขึ้นจากหุบเขาเบื้องล่าง พร้อมกับธงผ้าสีดำสนิทปักรูปอสูรโลหิตที่ค่อยๆ โผล่พ้นขอบหน้าผาขึ้นมาล้อมรอบพวกเขาไว้ทุกด้าน! ไม่เพียงแค่นั้น บนยอดเขาสูงตระหง่านเบื้องหน้า ปรากฏร่างของบุรุษผู้หนึ่งสวมหน้ากากทองคำ ประดับด้วยขนนกสีเพลิง ยืนไขว้มือมองลงมาด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม และที่น่าตกใจที่สุดคือ ในมือของมันกำลังถือป้ายคำสั่งประจำตัวของเจ้าสำนักรองแห่งสำนักเหมันต์นิรันดร์ ซึ่งควรจะอยู่ภายในเขตหวงห้ามอันปลอดภัย! "ยินดีต้อนรับสู่แดนประหาร... ท่านเทพธิดา และเจ้าหนูวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์" เสียงหัวเราะก้องกังวานของบุรุษสวมหน้ากากทองคำดังขึ้น ทำลายความเงียบงัน พร้อมกับความจริงอันน่าตกใจที่กำลังจะถูกเปิดเผย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกระบี่ไร้ลักษณ์และนางเซียนเหมันต์ครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่นิรันดร์พยศรักนางเซียนเหมันต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%