“ถ้าวันนี้อาหารบนโต๊ะไม่ทำให้ข้าแปลกใจ เจ้าก็เตรียมตัวเก็บข้าวของออกจากหมู่บ้านนี้ไปเสียเถอะ แม่สะใภ้รองหลิน!”
เสียงตวาดทรงอำนาจของ ‘ท่านผู้ตรวจการหลี่’ ขุนนางเฒ่าผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเรื่องมากและลิ้นทองคำดังลั่นเรือนไม้ไผ่ จนบรรดาชาวบ้านที่มาแอบมุงดูเหตุการณ์ถึงกับหน้าซีดเผือด ห่อไหล่ด้วยความหวาดกลัว แม่สามีของหลินฟางที่ยืนรอรับหน้าอยู่ถึงกับเข่าอ่อน ล้มพับลงไปกองกับพื้น ตัวสั่นเทายังกะลูกนกตกน้ำ นางอุตส่าห์ไปกราบกรานอัญเชิญท่านผู้ตรวจการผู้ทรงอิทธิพลผู้นี้มา เพื่อหวังจะให้เขาช่วยกดดันและขับไล่สะใภ้ตัวซวยอย่างหลินฟางให้ออกไปจากตระกูล แต่ใครจะรู้เล่าว่า ตาแก่จอมเรื่องมากผู้นี้กลับเปิดฉากหาเรื่องด้วยความหงุดหงิดทันทีที่ก้าวเท้าเข้าบ้าน!
ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก หลินฟางกลับไม่แม้แต่จะชายตามองร่างที่กำลังสั่นเทาของแม่สามี หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านก้าวเดินออกมาจากห้องครัวอย่างมั่นคง บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ฉายแววเย้ยหยันนิดๆ ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองขุนนางเฒ่าผู้หยิ่งทะนงด้วยความรู้สึกขบขันเสียมากกว่าหวาดกลัว
วิศวกรเกษตรมือฉมังจากโลกอนาคตที่ผ่านการเจรจาธุรกิจมานับไม่ถ้วน มีหรือจะมาเกรงกลัวตาแก่หัวโบราณที่เอาแต่ถือยศถืออย่างเพียงเพราะลิ้นของตัวเอง
“ท่านผู้ตรวจการหลี่กล่าวเกินไปแล้วค่ะ อาหารในครัวของหม่อมฉัน… อ้อ ของข้าพเจ้า มิบังอาจเทียบชั้นกับห้องเครื่องในเมืองหลวงหรอกนะคะ แต่ถ้าท่านกล่าวว่ามันจะทำให้ท่านแปลกใจได้หรือไม่นั้น… ข้าพเจ้ามั่นใจว่าต่อให้ท่านเดินทางมาทั่วแคว้น ก็ไม่เคยลิ้มรสอาหารชุดนี้ที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอนค่ะ”
คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย ทำเอาท่านผู้ตรวจการหลี่แค่นเสียง ‘หึ’ ออกมาด้วยความหมั่นไส้ ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าหัวจรดเท้าด้วยแววตาดดูแคลน “ปากกล้าเสียจริง! หวังว่าฝีมือจะดีเหมือนลมปากนะ แม่นางหลิน ถ้าอาหารของเจ้ามีรสชาติจืดชืดเหมือนหน้าตาของคนในหมู่บ้านนี้ ข้าจะสั่งให้ทหารรื้อครัวของเจ้าทิ้งซะ!”
“เชิญท่านลิ้มลองดูก่อนเถอะค่ะ ค่อยตัดสินใจว่าจะรื้อหรือจะชม” หลินฟางผายมือเชิญด้วยท่าทีสง่างามราวกับคุณหญิงในจวนใหญ่ ทั้งที่นางเป็นเพียงหญิงชาวบ้านยากจนในสายตาคนอื่น
ฉินอวี้จวินที่ยืนกอดอกพิงเสาเรือนอยู่มุมมืด แววตาคมกริบฉายประกายความเอ็นดูระคนขบขันระAคนความคลั่งรัก สามีหนุ่มผู้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ภายใต้คราบชาวสวนร่างกำยำ ขยับยิ้มมุมปากเล็กน้อย มือหนาแอบลูบกระบี่ที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อเบาๆ หากตาแก่คนนี้กล้าทำอะไรให้ภรรยาของเขาต้องขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อย ต่อให้มีตำแหน่งผู้ตรวจการค้ำคออยู่ ศีรษะบนบ่าของตาแก่นี้ก็คงอยู่ได้อีกไม่นานแน่
หลินฟางตบมือเป็นสัญญาณเบาๆ สาวใช้จำเป็นสองคนรีบยกสำรับอาหารจานแรกออกมาวางบนโต๊ะไม้ขัดมันอย่างระมัดระวัง
กลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้งขึ้นมาเตะจมูกทำเอาบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่ชะงักงันไปทันที
มันไม่ใช่กลิ่นเครื่องเทศฉุนจัดแบบที่ชาวบ้านทั่วไปใช้กลบกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ แต่เป็นกลิ่นหอมละมุนของซีיוซอว์หมักสูตรโบราณผสานกับกลิ่นหอมยวนใจของเห็ดป่าหายากและสมุนไพรในมิติลับที่ถูกผัดจนเข้าเนื้อ น้ำซุปสีอำพันใสแจ๋วแต่เข้มข้นลอยกรุ่นควันบางๆ บนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา
“นี่คือ… ‘ไก่บ้านนึ่งสมุนไพรรากบัวสวรรค์’ ค่ะ” หลินฟางเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงกังวานใส ชวนฟัง “เนื้อไก่ที่เราเลี้ยงด้วยธัญพืชคัดพิเศษในสวน นำมานึ่งด้วยไฟอ่อนกับรากบัวสดจากสระหลังบ้านและโสมป่าอายุสิบปี น้ำซุปที่เห็นเคี่ยวจากกระดูกนานถึงหชั่วโมงเต็ม ไม่มีสารปรุงแต่งใดๆ นอกจากความหวานธรรมชาติที่ดึงออกมาจากวัตถุดิบชั้นเลิศค่ะ”
ท่านผู้ตรวจการหลี่ที่ตั้งท่าจะตักเข้าปากด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ชะงักมือไปชั่วขณะเมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนนั้นจู่โจมประสาทสัมผัส ปลายจมูกของขุนนางเฒ่าผู้ผ่านหูผ่านตาอาหารมานับหมื่นจานกระตุกวูบ สัญชาตญาณนักชิมระดับปรมาจารย์บอกเขาว่า อาหารจานนี้ไม่ธรรมดา!
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะใช้ตะเกียบไม้ไผ่คีบชิ้นเนื้อไก่ส่วนสะโพกที่เปื่อยนุ่มกำลังดีเข้าปาก
ความเงียบงันเข้าปกคลุมบริเวณโถงเรือนทันที
วินาทีที่ชิ้นเนื้อไก่สัมผัสกับลิ้น รสชาติอันล้ำลึกก็ระเบิดออกมา ความหวานละมุนของเนื้อไก่ที่ซึมซับน้ำซุปสมุนไพรจนชุ่มฉ่ำ ละลายในปากแทบไม่ต้องเคี้ยว ตามด้วยความหอมกรุ่นของโสมป่าที่กระจายไปทั่วโพรงจมูก ทิ้งรสสัมผัสกลมกล่อมที่ไม่จัดจ้านจนเกินไป แต่กลับตราตรึงใจจนคนชิมถึงกับเบิกตากว้างอย่างลืมตัว!
“นี่มัน…” ท่านผู้ตรวจการหลี่ครางฮือในลำคอ ตะเกียบในมือสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว รสชาตินี้… มันเหนือกว่าอาหารในเหล้าภัตตาคารอันดับหนึ่งของเมืองหลวงเสียอีก! มันคือความสดชื่นของธรรมชาติที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ!
แม่สามีที่นั่งลุ้นอยู่มุมห้องถึงกับอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกโพงด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด นางไม่เคยเห็นท่านผู้ตรวจการผู้หยิ่งผยองทำสีหน้าเคลิบเคลิ้มเช่นนี้มาก่อนในชีวิต!
“ยังไม่หมดเพียงเท่านี้หรอกนะคะท่านผู้ตรวจการ” หลินฟางยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ นางผายมือไปยังจานที่สองที่กำลังถูกยกออกมา “จานต่อไปคือ ‘ปลาคาร์พแม่น้ำผัดซอสเปรี้ยวหวานสามรสสูตรพิเศษ’ และตบท้ายด้วยของหวานอย่าง ‘พุดดิ้งนมแพะกลิ่นดอกไม้นานาพันธุ์’ ข้าพเจ้าเชื่อว่า… หลังจากท่านได้ลิ้มลองครบทุกเมนูแล้ว ท่านคงไม่อยากลุกออกจากหมู่บ้านนี้ไปอีกนานเลยล่ะค่ะ”
กลิ่นหอมของอาหารจานที่สองและสามเริ่มแผ่ขยายออกไปนอกเรือน กระจายไปตามสายลมโชยไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนชาวบ้านที่ยืนมุงอยู่ต่างพากันสูดปากกลืนน้ำลายกันเป็นแถว
ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับกลิ่นหอมยวนใจนั้นเอง ฉินอวี้จวินกลับสังเกตเห็นเงาดำสายหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่หลังพุ่มไม้หนาด้านนอกรั้วเรือน สายตาคมกริบของบุรุษผู้ผ่านสนามรบหรี่แคบลงทันที เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตและประกายแสงเย็นเยียบของคมดาบที่ซ่อนอยู่ในความมืด
แขกผู้ไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหม่กำลังคืบคลานเข้ามา… และเป้าหมายของพวกมันดูเหมือนจะไม่ใช่แค่การมาลองลิ้มชิมรสอาหารฝีมือภรรยาของเขาเสียแล้ว
หลินฟางที่กำลังจะอธิบายสรรพคุณของอาหารจานเด็ด ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติผ่านสัญชาตญาณในมิติลับ รอยยิ้มบนใบหน้าของนางค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ
เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 6
สูตรลับเมนูเด็ด
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!