เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 7

จ้างงานสร้างฐานะ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ถ้าพวกท่านยังยืนทำหน้าโง่งอมืองอเท้าอยู่ตรงนี้ต่ออีกเค่อเดียว ข้าจะปรับลดค่าแรงเหลือแค่คนละสองอีแปะ!" เสียงประกาศิตของหลินฟางดังขึ้นท่ามกลางลานดินหน้าบ้านพักพิงที่ทรุดโทรม ร่างบางในชุดผ้าฝ้ายสีหม่นทว่าสะอาดสะอ้านยืนกอดอก สายตาคมกริบกวาดมองชาวบ้านหมู่บ้านสกุลหลินและหมู่บ้านใกล้เคียงราวกับแม่เสือสาวกำลังคุมฝูงลูกกวาง จอบ เสียม และตะกร้าไม้ไผ่ที่กองอยู่บนพื้นระเกะระกะเมื่อครู่ ถูกคว้าขึ้นมาถือไว้แทบจะไม่ทันเมื่อได้ยินตัวเลขค่าแรงที่สูงกว่าการไปรับจ้างขนฟืนในเมืองหลวงเสียอีก "โอ๊ย คุณหนูหลิน... เอ๊ย ฮูหยินน้อย! พวกข้าไม่ได้อู้งานนะเจ้าคะ แค่กำลังตะลึงกับแปลงผักที่ท่านจัดระเบียบต่างหาก มัน... มันช่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับค่ายกลทหารไม่มีผิด!" ป้าเฉิน หญิงวัยกลางคนผู้มีรอยย่นข้างแก้มเอ่ยขึ้นด้วยความเกรงอกเกรงใจ พร้อมกับรีบยกจอบขึ้นขุดดินตามคำสั่งทันที หลินฟางแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอเบาๆ นางหาได้สนใจคำเยินยอไร้สาระเหล่านั้นไม่ สิ่งที่นางต้องการในเวลานี้คือ 'ผลลัพธ์' พื้นที่รกร้างกว่าสียู (ประมาณสามไร่) ด้านหลังเรือนพักถูกกำหนดให้เป็นแปลงเกษตรนำร่อง เมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวปลีหัวใจ มะเขือเทศเนื้อฉ่ำ และแตงกวาญี่ปุ่น ที่แอบนำออกมาจากมิติลับโดยผ่านกระบวนการปรับสภาพให้เข้ากับดินยุคโบราณแล้ว ถูกเตรียมไว้พร้อมเพรียง งานนี้ไม่ใช่แค่การปลูกผักประทังชีวิต แต่มันคือการปูรากฐานเศรษฐกิจของตระกูลฉิน เพื่อตบหน้าพวกญาติผู้พี่หน้าเลือดที่เคยมาดูถูกเหยียดหยาม และเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูหนาวอันโหดร้ายที่กำลังจะมาถึง ในมิติของนาง น้ำวิเศษจากบ่อน้ำทิพย์ถูกผสมลงในถังไม้ขนาดใหญ่ที่มีคนงานคอยตักไปรดแปลงดินอย่างสม่ำเสมอ กลิ่นหอมจางๆ ของแร่ธาตุและพฤกษานานาพันธุ์โชยแตะจมูก ทำให้เหล่าชาวบ้านที่มาทำงานต่างสูดหายใจเข้าลึกด้วยความสดชื่น แปลกประหลาดนัก... เพียงแค่เหงื่อหยดลงดินไม่ทันไร ต้นกล้าที่เพิ่งปักดำลงไปก็ราวกับส่งเสียงร้องด้วยความกระปรี้กระเปร่า ยืดลำต้นรับแสงอาทิตย์อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ "ระวังหน่อยเจ้าค่ะ ลุงหมาด! ตรงนั้นเป็นแปลงสมุนไพรบำรุงเลือด หากท่านทำรากช้ำ ข้าจะหักค่าแรงท่านครึ่งหนึ่งจริงๆ ด้วยนะเพคะ" หลินฟางเอ่ยเตือนชายชราผู้ทำหน้าที่ปรับหน้าดินด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แต่แววตากลับมีความขบขันซ่อนอยู่ "ฮ่าๆๆ แม่นางหลิน วางใจเถอะ ข้าทำนามาครึ่งค่อนชีวิต เรื่องแค่นี้มือฉมังอยู่แล้ว!" ลุงหมาดหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี แม้จะเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่ก็ไม่มีใครบ่นสักคำ เพราะนอกจากจะได้เงินค่าแรงที่สูงลิ่วแล้ว อาหารมื้อกลางวันและน้ำดื่มสมุนไพรที่ฮูหยินน้อยจัดเตรียมไว้ให้ ล้วนแต่รสชาติล้ำเลิศและช่วยฟื้นฟูพละกำลังได้อย่างอัศจรรย์ ขณะที่หลินฟางกำลังจดบันทึกผังการจัดการแปลงเกษตรลงในสมุดปกหนังด้วยความเพลิดเพลิน ร่างสูงใหญ่ของฉินอวี้จวินก็ก้าวเข้ามาจากชายป่า มือหนาทั้งสองข้างถือโครงไม้ไผ่สานที่เขาเพิ่งเหลาเสร็จใหม่ๆ เพื่อใช้ทำเป็นค้างให้พริกและมะเขือเทศเลื้อยขึ้น ชายหนุ่มในชุดบุรุษชาวสวนเนื้อผ้าหยาบ แต่กลับไม่อาจปกปิดรัศมีอำนาจและความสง่างามของอดีตจวินหวังผู้เลื่องชื่อได้เลย ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมบางๆ บริเวณไรผม แววตาที่ปกติมักจะเย็นชาและมองคนอื่นราวกับมดปลวก ยามนี้กลับทอประกายอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ชนิดที่หากใครมาเห็นคงต้องตกตะลึงจนกรามค้าง ฉินอวี้จวินเดินตรงดิ่งเข้ามาหาภรรยา ไม่สนใจสายตาของชาวบ้านที่ก้มๆ เงยๆ ทำงานอยู่รอบด้าน เขายื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้านผืนหนึ่งไปซับเหงื่อที่ข้างขมับให้หลินฟางอย่างเบามือ ราวกับนางเป็นแก้วตาดวงใจที่เปราะบางที่สุดในใต้หล้า "เหนื่อยมากหรือไม่ ฟางเอ๋อร์" เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเอמהตากระซิบข้างหู หลินฟางชะงักมือที่กำลังเขียน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสามีสายเปย์ที่ขยันขันแข็งยิ่งกว่าวัวควายในนา นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มสากของเขาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ "ท่านมาทำใหม่อีกแล้วนะ อวี้จวิน เดี๋ยวคนงานก็เอาไปนินทาหรอกว่าฮูหยินของท่านขูดรีดสามีให้มาเป็นแรงงานทาส" "ปล่อยให้พวกมันพูดไป ใครกล้าครหาเจ้า ข้าจะควักลิ้นมันออกมาให้สุนัขกิน" ฉินอวี้จวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับคมกริบจนหลินฟางต้องรีบตีแขนเขาเบาๆ เป็นเชิงปราม "พูดจาน่ากลัวอีกแล้วนะเพคะ... ไปๆๆ เอาโครงไม้ไผ่ไปวางไว้ตรงแปลงโน้นเลย ข้าจะให้คนเริ่มปักโครงแล้ว" นางแสร้งทำเป็นดุกลบเกลื่อนความเขินอายที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม แม้ปากจะบอกว่าดุ แต่ยามที่สายตาของนางกวาดมองไปรอบอาณาจักรขนาดย่อมที่พวกเขากำลังร่วมมือกันสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและความสามารถ หัวใจดวงน้อยๆ กลับพองโตด้วยความอิ่มเอม นี่คือชีวิตที่นางโหยหา... อิสระ ความมั่งคั่ง และบุรุษผู้พร้อมจะพลิกแผ่นดินปกป้องนางคนนี้ เวลาล่วงเลยจนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มอมแดงสาดส่องลงมาทาบทับทั่วทั้งสวนส้มและแปลงเกษตร กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารมื้อเย็นที่ป้าเฉินและสาวใช้อีกคนช่วยกันปรุงขึ้นเริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ลมโชยอ่อนพัดพาเอาความหอมของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นยาจีนโชยมาแตะจมูก เรียกน้ำย่อยในกระเพาะของทุกคนให้ส่งเสียงร้องโครกคราก หลินฟางล้างมือให้สะอาด นางเตรียมตัวจะประกาศเลิกงานและแจกจ่ายค่าแรงให้แก่ชาวบ้าน ทว่าในจังหวะนั้นเอง... *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงทุบประตูรั้วไม้หน้าเรือนดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงโวยวายหยาบคายที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังแว่วเข้ามา "เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี หลินฟาง! แกคิดว่าปีกกล้าขาแข็งแล้วจะหนีพ้นตระกูลหลินอย่างนั้นเรึย? เปิดประตูรับหน้าแม่สามีคนนี้เดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะพังประตูเข้ามาลากหัวแกไปสั่งสอนให้เข็ดหลาบ!" เสียงแหลมสูงของสะใภ้ใหญ่ตระกูลหลิน พร้อมกับเสียงทุบประตูที่ไม่เกรงใจใคร ทำให้ชาวบ้านที่กำลังจะรับเงินถึงกับชะงัก หันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ หลินฟางหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน *มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะ...* ฉินอวี้จวินที่ยืนอยู่ข้างกายวางโครงไม้ไผ่ในมือลงช้าๆ รัศมีไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลดลงหลายองศา เขายกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะ ทว่าในดวงตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากความตาย "ดูเหมือนว่า... อาหารมื้อนี้จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาขอส่วนบุญเพิ่มเสียแล้วกระมัง ฮูหยิน?" ฉินอวี้จวินหันมาเอמהตากระซิบถามภรรยาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความอันตรายถึงขีดสุด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%