"ถ้าเจ้ายังดึงดันจะขุดร่องน้ำผ่านแนวเขตที่ดินของตระกูลหลิวอีกเพียงศอกเดียว ข้าจะไปฟ้องท่านอำเภอให้มาลากคอพวกเจ้าเข้าคุกฐานบุกรุก!"
เสียงแหลมสูงของสะใภ้รองตระกูลหลิวแผดก้องจนนกบนกิ่งส้มสะดุ้งบินหนี หล่อนยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดอยู่บนคันนา ขวางทางรถเข็นไม้ของหลินฟางเอาไว้เสียมิด ใบหน้าอวบออitบอัดไปด้วยความริษยาที่ปิดไม่มิด ตั้งแต่ที่สองสามีภรรยาคู่นี้พลิกฟื้นผืนดินแห้งแล้งจนกลายเป็นสวนส้มเขียวขจี ผลผลิตออกดอกออกผลสะพรั่งจนชาวบ้านตาโต คนตระกูลหลิวที่เคยขับไลไสส่งพวกนางยามตกอับก็เริ่มนั่งไม่ติด ท่าทางหาเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นรอบที่สามของสัปดาห์แล้วค่ะ
หลินฟางวางจอบในมือลงช้าๆ นางใช้ผ้าขนหนูผืนเก่าซับเหงื่อบนหน้าผาก ลมหายใจยังคงสม่ำเสมอ ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองสภาพภูมิประเทศรอบตัวอย่างพิจารณา ทางน้ำสายหลักที่ควรจะไหลเวียนหล่อเลี้ยงแปลงส้มด้านทิศตะวันตกกลับแห้งขอด ผิดหลักวิศวกรรมชลประทานที่นางคำนวณไว้ไม่ผิดเพี้ยน เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายแอบถมดินเบี่ยงเบนทางน้ำในยามวิกาล เพื่อบีบให้สวนส้มของนางขาดแคลนน้ำจนต้องยอมจำนนและนำโฉนดที่ดินมาขายต่อให้ในราคาถูกเหมือนได้เปล่า
"สะใภ้รองหลิว ท่านใช้สมองส่วนไหนคิดว่าที่ดินตรงนี้เป็นของตระกูลท่านคะ?" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนอีกฝ่ายชะงัก "หลักเขตที่ดินฝังอยู่ลึกสามศอก มีตราประทับของทางการชัดเจน หากท่านอยากฟ้องท่านอำเภอนัก ข้าว่าเราไปพบท่านตอนนี้เลยดีไหมคะ ข้าจะได้ให้ทางการช่วยตรวจสอบด้วยว่าใครกันแน่ที่เป็นคนลักลอบขุดคูน้ำเบี่ยงเบนทางน้ำสาธารณะจนทำให้แปลงนาของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปด้วย"
คำพูดของหลินฟางราดน้ำร้อนลงบนหลังมือของอีกฝ่ายทันที ชาวบ้านหลายคนที่มามุงดูเริ่มซุบซิบและชี้ไม้ชี้มือไปที่สะใภ้รองหลิว เพราะแปลงนาของพวกเขาก็เริ่มขาดแคลนน้ำเช่นกันเนื่องจากฝีมือเห็นแก่ตัวของคนตระกูลนี้
"เจ้า... เจ้าอย่ามาปากกล้าแถแถกนะ นังสารเลว!" สะใภ้รองหน้าซีดเผือดแต่ยังคงทำเป็นใจดีสู้เสือ ยกมือขึ้นชี้หน้าหมายจะตบสั่งสอน
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วนั้นจะทันได้เฉียดผิวของหลินฟาง ร่างสูงใหญ่ของฉินอวี้จวินก็ก้าวเข้ามาบังภรรยาไว้ราวกับภูเขาผา มือหนาคว้าข้อมือของหญิงสาวปากร้ายไว้แน่น แรงบีบเพียงเล็กน้อยทำให้อีกฝ่ายร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบดั่งพญายเหยี่ยวตวัดมองด้วยรัศมีกดดันที่น่าสะพรึงกลัวจนสะใภ้รองเข่าอ่อนยวบ
"ภรรยาข้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หากเจ้ายังไม่อยากมือหักและตระกูลหลิวของเจ้าอยากหมดอนาคตในอำเภอนี้ ก็ไสหัวไปซะ" ฉินอวี้จวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง ไม่มีคำขู่ใดเกินจริง เพราะเบื้องหลังของบุรุษผู้นี้คืออำนาจที่แม้แต่ขุนนางท้องถิ่นยังต้องก้มหัวให้
สะใภ้รองสะบัดมือหลุดแล้ววิ่งหนีหางจุกตูดไปทันทีท่าเสียงหัวเราะเยาะของชาวบ้าน
หลินฟางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันมามองสามีที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นโหมดพ่อบ้านใจอ่อน ยื่นกระติกน้ำชาอุ่นๆ มาให้พร้อมกับใช้มืออีกข้างปัดเศษดินออกจากไหล่ให้นางอย่างทะนุถนอม "เหนื่อยไหมอาฟาง? ปล่อยเรื่องนี้ให้ข้าจัดการเถอะ ข้าจะให้คนมาปรับทางน้ำใหม่โดยไม่ต้องผ่านที่ดินพวกมันให้เสียเวลา"
"ไม่ได้หรอกค่ะท่านพี่ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุไม่มีวันยั่งยืน" หลินฟางยิ้มมุมปาก นัยน์ตาส่องประกายเจ้าเล่ห์แบบที่จวินหวังหนุ่มเห็นแล้วต้องใจสั่น นางยกมือขึ้นกอดอก "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมกั้นทางน้ำนัก เราก็มาใช้หลักกลศาสตร์สร้างระบบกั้นและทดน้ำแบบแรงโน้มถ่วงขั้นสูงกันดีกว่าค่ะ ข้าจะทำให้ดูว่าภูมิปัญญาของวิศวกรยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดตบหน้าคนหัวโบราณอย่างไร"
ตลอดช่วงบ่าย ทั้งสองช่วยกันวางแผนขุดลอกคูน้ำสายใหม่ที่ซ่อนอยู่ใต้แนวโขดหินธรรมชาติ หลินฟางใช้ความรู้เรื่องแรงดันน้ำและท่อไม้ไผ่ต่อเชื่อมระบบน้ำหยดและทางระบายน้ำอัจฉริยะในมิติลับ ออกแบบให้แปลงส้มทุกต้นได้รับน้ำอย่างทั่วถึงโดยไม่ต้องพึ่งพาทองน้ำสาธารณะที่ถูกคนใจคดกลั่นแกล้งอีกต่อไป เม็ดเหงื่อผุดพรายบนใบหน้าเนียนใส ยามที่นางระดมความคิดและลงมือทำเคียงคู่กับสามี บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังขับเคลื่อนที่น่ามอง
เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ แสงสีส้มแดงสาดส่องลงมาทาบทับผืนสวน ความเหนื่อยล้าถูกปัดเป่าด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารเย็นที่ลอยมาจากห้องครัวเล็กๆ หลินฟางจัดการเข้ามิติลับเพื่อหยิบเนื้อกวางตุ่นสดๆ และเครื่องเทศชั้นดีมาหมักย่างด้วยเตาถ่านที่ฉินอวี้จวินก่อรอไว้ น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวเคี่ยวจนเดือดปุดๆ ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน ชวนให้ท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความหิวโหย
ทั้งสองนั่งเคียงข้างกันบนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นส้มใหญ่ ลมยามเย็นพัดโชยกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าผสมผสานกับกลิ่นอายดินชื้นจากการปรับปรุงพื้นที่ใหม่ รสชาติของเนื้อย่างชุ่มฉ่ำละมุนลิ้นตัดกับความเผ็ดร้อนของน้ำจิ้มสูตรพิเศษทำให้มื้อนี้สมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ
ทว่าในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างมีความสุข เสียงเคาะประตูด้านหน้าเรือนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับเงาร่างของคนผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาในเขตสวนด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ เมื่อแสงไฟจากตะเกียงสาดส่องกระทบใบหน้าของแขกยามวิกาลผู้นั้น หลินฟางก็ต้องชะงักค้าง ตะเกียบในมือแทบร่วงหล่นลงพื้น เพราะคนผู้นั้นคือสายสืบจากจวนอ๋องใหญ่ผู้ที่ควรจะอยู่ห่างจากที่นี่นับพันลี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ
เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 8
ปัญหาระบบชลประทาน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!