เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 18

ของขวัญชิ้นใหญ่จากท่านอ๋อง

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนถ้วยชาเคลือบหยกสั่นสะเทือน น้ำชาสีอำพันกระฉลอกเปื้อนกระดาษสาเนื้อดีที่ปูลาดอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของเฒ่าแก่จูผู้ดูแลคลังเสบียงประจำมณฑลบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเรียวเล็กจ้องเขม็งไปยังสตรีร่างโปร่งที่กำลังนั่งจิบชาเก๊กฮวยอย่างไม่สะทกสะท้าน "หลินฟาง! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไร! ถึงกล้าเอ่ยปากขอ 'หุบเขาอัสดง' แดนต้องห้ามแห่งนั้นมาเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัว!" เสียงหวีดแหลมของเฒ่าแก่จูตอกย้ำความเดือดดาลที่อัดอั้นมานานหลายเค่อ หลังจากที่ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วตลาดการค้าว่านางเอกสาวผู้สร้างชื่อจากสวนส้มและพืชผลแปลกตา กำลังจะครอบครองพื้นที่รกร้างที่ไม่มีใครกล้าเหยียบย่าง หลินฟางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ไผ่ช้าๆ เสียงกระทบกันเบาๆ ไพเราะราวกับเสียงกรับหยก แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างยามเหมันต์ นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายวัยกลางคนผู้มักใหญ่ใฝ่สูงผู้นี้ด้วยรอยยิ้มบางเบາที่มุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนที่มองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ "เสียสติหรือเจ้าคะ? เฒ่าแก่จู... ท่านใช้คำนี้ตัดสินข้าเร็วกว่าไปหน่อยกระมัง" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง "หุบเขาอัสดงที่ท่านว่า เป็นแดนต้องห้ามเพราะดินเปรี้ยวจัด ปลูกอะไรก็ตาย ไร้ผู้คนเหลียวแลมานับสิบปี แต่ในสายตาของข้า... มันคือผืนผ้าใบผืนใหญ่ที่รอคอยการแต่งแต้มต่างหากล่ะเจ้าคะ" "เหลวไหล! ดินที่แม้แต่หญ้ายังไม่ขึ้น ผืนนั้นมีค่าอันใด นอกจากจะรกทึบไปด้วยสัตว์ร้ายและหมอกพิษ! หากเจ้าอยากตายนัก ก็ไปตายไกลๆ อย่ามาทำพิธีพิลึกพิลั่นในเขตการปกครองของข้า!" "เขตการปกครองของท่านงั้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังแทรกขึ้นจากหน้าประตูห้องรับรอง ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมังกรซ่อนลายสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเยือกเย็น กลิ่นอายกดดันอันน่าเกรงขามแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งห้องจนทุกคนต้องก้มหน้าหลบสายตาโดยอัตโนมัติ ฉินอวี้จวินก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังเก้าอี้ที่หลินฟางนั่งอยู่ มือหนาวางลงบนพนักพิงอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองเฒ่าแก่จูที่หน้าซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด เข่าของเฒ่าแก่จูสั่นเทาจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อรู้ว่าตนเพิ่งพูดจา   'ล่วงเกิน'  บุคคลที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในแคว้นเข้าให้แล้ว "ทะ... ท่านอ๋อง!" เฒ่าแก่จูละล่ำละลักคุกเข่าลงโขกศีรษะกับพื้นจนเกิดเสียงดังทึบ "กระผม... กระผมไม่ทราบว่า..." "ไม่ทราบว่าภรรยาของเปิ่นหวังจะทำการใด จึงกล้าใช้น้ำเสียงตวาดใส่เช่นนั้นหรือ" ฉินอวี้จวินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงจิตสังหารเข้มข้นจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเย็นเยียบลงหลายองศา "หุบเขาอัสดงเป็นกรรมสิทธิ์ของราชสำนัก และเปิ่นหวังได้มอบโฉนดตราประทับทองคำให้แก่ชายาของข้าเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ใครก็ตามที่กล้าขัดขวางการปรับปรุงพื้นที่ของนาง... ย่อมเท่ากับขัดราชโองการของเปิ่นหวัง!" สิ้นคำประกาศนั้น เฒ่าแก่จูก็แทบเป็นลมล้มพับไปกับพื้น ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความตกตะลึง ที่ดินเขตหวงห้ามที่ทุกคนต่างพากันหลีกหนี เหตุใดจวินหวังผู้ทรงอำนาจจึงยกให้สตรีผู้นี้อย่างง่ายดายเช่นนี้เล่า? หลินฟางอมยิ้มพึงพอใจ นางลุกขึ้นยืนแล้วจัดอาภรณ์ให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีหนุ่มผู้คลั่งรักของนาง แววตาของทั้งคู่ประสานกันโดยไม่ต้องเอื้อnวาจาใดๆ ความอบอุ่นและสายใยความผูกพันหลอมรวมอยู่ในความเงียบงันนั้น ฉินอวี้จวินยื่นมือหนาออกมาลูบเรือนผมนุ่มของภรรยาอย่างทะนุถนอม ความดุดันน่าเกรงขามเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสายตาอ่อนโยนที่มองภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างสุดซึ้ง "เจ้าอยากได้สิ่งใด เปิ่นหวังหามาให้ได้ทั้งสิ้น" เขากระซิบเสียงนุ่มข้างใบหูของนาง "ข้าไม่ได้อยากได้แค่ที่ดินหรอกนะเจ้าคะ..." หลินฟางกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มซุกซน ดวงตาสุกใสเป็นประกายระยิบระยับ "แต่ข้าจะเปลี่ยนหุบเขาอัสดงนั้น ให้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรกรรมที่มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน เพื่อตบหน้าพวกที่เคยดูถูกเราให้กระอักเลือดกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว" การเดินทางสู่หุบเขาอัสดงเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันถัดมา ขบวนเกวียนขนยศสัมภาระ เมล็ดพันธุ์พืช และอุปกรณ์การเกษตรล้ำสมัยจากมิติลับเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตแดนรกร้างที่ปกคลุมด้วยหมอกสีเทาจางๆ บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบจนน่าขนลุก พื้นดินแห้งแล้งแตกเป็นระแหง เต็มไปด้วยเศษหินและตอไม้ตายซาก สมคำร่ำลือว่าที่นี่คือสุสานแห่งพืชพรรณ ทว่า สำหรับหลินฟางแล้ว สถานที่แห่งนี้คือขุมทองคำขนาดยักษ์! นางก้าวลงจากเกวียน สูดกลิ่นอายดินแห้งๆ เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะหยิบขวดแก้วบรรจุน้ำวิเศษจากมิติลับออกมา แววตาของวิศวกรเกษตรสาวฉายประกายความมุ่งมั่น นางไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำการเกษตรแบบเดิมๆ แต่นางจะใช้ความรู้จากโลกอนาคตผสานกับปาฏิหาริย์แห่งมิติลับเนรมิตผืนแผ่นดินตายซากนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง "ฮูหยินขอรับ ทางด้านเหนือของหุบเขาพบสิ่งแปลกปลอมบางอย่าง..." เสียงทุ้มของอาเฉิน บ่าวรับใช้คนสนิทที่ควบม้าตามมาสมทบ ดังขึ้นขัดจังหวะ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "พวกเราขุดพบโครงกระดูกสัตว์โบราณ... และ... และดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งฝังอยู่ใต้ดินลึกเข้าไปอีกขอรับ!" หลินฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย นางหันไปสบตากับฉินอวี้จวินที่เดินเข้ามาโอบไหล่นางไว้หลวมๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น โครงกระดูกสัตว์โบราณในเขตหวงห้ามงั้นหรือ? หรือว่าใต้ดินของหุบเขาอัสดงแห่งนี้ จะไม่ได้มีแค่ความแห้งแล้งอย่างที่ทุกคนเข้าใจ? ในขณะที่หลินฟางกำลังจะก้าวเท้าเดินตามอาเฉินไปดูจุดที่พบความผิดปกติ สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับสายหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังแนวต้นไม้แห้งทึบที่อยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา ดวงตาสองข้างของเงานั้นส่องประกายสีฟ้าเรืองรองในความสลัวของหมอกพิษ จ้องมองตรงมาที่นางด้วยความอาฆาตมาดร้าย! นิยายตอนที่ 18 นี้ได้รับการสนับสนุนจากสวนส้มปลายฟ้า ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางกันมานะคะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%