"ถ้าตระกูลหลินกล้าส่งคนมายุ่มย่ามที่แปลงทดลองของข้าอีก ข้าจะใช้เกลือโปรยลงไปบนนาข้าวของพวกมันให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่ต้นเดียว!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงแค่นหัวเราะอย่างเยียบเย็นของหลินฟาง นางกำลังใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดคราบดินโคลนออกจากสองมือเรียวบางอย่างใจเย็น ภายในโรงเรือนเพาะชำลับหลังเรือนพัก
กลิ่นหอมหวานของผลไม้ป่าที่สุกงอมผสมผสานกับความสดชื่นของไอน้ำในมิติลับลอยอบอวลอยู่รอบกาย ทว่าบรรยากาศรอบตัวนางในยามนี้กลับมิได้ผ่อนคลายดังเช่นกลิ่นอายของธรรมชาติ เหตุการณ์เผชิญหน้ากับพวกญาติหน้าเลือดเมื่อช่วงบ่ายยังคงสร้างความกรุ่นโกรธให้1นagในอก แม้ว่านางจะจัดการตบหน้าพวกมันด้วยหลักฐานการถือครองที่ดินจนหน้าหงายกลับไปแล้วก็ตาม แต่สัญชาตญาณของวิศวกรเกษตรผู้ผ่านโลกมาโชกโชนบอกนางว่า... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายระลอกใหญ่เท่านั้น
"ภรรยาข้าโกรธเคืองถึงเพียงนี้ เกรงว่าน้ำชาในจอกคงรสชาติฝาดเฝื่อนไปหมดแล้วกระมัง"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงสง่าของฉินอวี้จวินที่ก้าวเข้ามาจากเงาสลัวของม่านประตู เขาสวมชุดคลุมผ้าไหมสีเข้มปักลายพยัคฆ์ซ่อนลาย ทว่าในมือหนากลับถือถาดไม้ที่มีถ้วยกระเบื้องเคลือบสีนวลส่งควันฉุยของน้ำแกงบำรุงกำลังมาด้วย ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองภรรยาคนสวยด้วยประกายความอ่อนโยนที่มักจะมีให้แค่นางคนเดียวเสมอ
หลินฟางเหลือบมองสามีสายเปย์ที่มักจะปรากฏกายในเวลาที่นางต้องการกำลังใจพอดี มุมปากอิ่มยกยิดยวนใจ "ท่านจวินหวัง ท่านว่างเว้นจากราชการลับในค่ายทหารมาคอยเอาอกเอาใจข้าเช่นนี้ ระวังเหล่าใต้เท้าผู้เคร่งครัดจะพากันฟ้องร้องฮ่องเต้ว่าท่านละเลยหน้าที่ราชการนะเจ้าคะ"
"ให้พวกมันฟ้องไปสิ" ฉินอวี้จวินวางถาดลงบนโต๊ะไม้ไผ่ ก่อนจะทรุดกายลงนั่งเคียงข้าง รั้งเอวบางเข้ามาแนบชิดอย่างถือวิสาสะ "ต่อให้แผ่นดินนี้ล่มสลาย แต่ถ้าข้าดูแลเจ้าได้ไม่ดีพอ ข้าต่างหากที่จะเป็นคนเผาบัลลังก์มังกรนั้นเสียเอง"
คำพูดอาจฟังดูสามหาวและอาจทำให้ศีรษะหลุดจากบ่าได้หากมีผู้ใดล่วงรู้ ทว่าน้ำเสียงที่จริงจังและแววตารักใคร่ลุ่มลึกของเขากลับทำให้หัวใจดวงน้อยของหลินฟางกระตุกวูบ นางอดไม่ได้ที่จะใช้ปลายนิ้วจิ้มลงไปบนอกเสื้อของเขาเบาๆ อย่างหมั่นไส้
"ปากหวานเช่นนี้... สงสัยวันนี้ท่านคงแอบไปกว้านซื้อร้านขายขนมมาทั้งถนนสินะคะ"
"ข้าไม่ได้ซื้อร้านขนม แต่ข้าไปจัดการพวกสุนัขลอบกัดที่ส่งสายตาคุกคามเจ้าแถวชายป่ามาต่างหาก" ฉินอวี้จวินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าประกายตากลับวับวามด้วยไอสังหารที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "คนพวกนั้นไม่มีโอกาสได้สร้างความรำคาญให้เจ้าอีกแล้ว ฟางเอ๋อร์... วางใจเถอะ ข้าไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องภรรยาของฉินอวี้จวินเด็ดขาด"
หลินฟางชะงักไปเล็กน้อย นางรู้ดีว่าสามีของนางไม่ใช่ขุนนางบุ๋นธรรมดา มือคู่นั้นผ่านการสังหารและปกป้องบ้านเมืองมาโชกโชน การที่เขายื่นมือเข้ามาจัดการความสกปรกนอกบ้านให้นาง ย่อมทำให้เส้นทางเกษตรกรรมของนางราบรื่นขึ้นอย่างมหาศาล
นางระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ดึงความสนใจกลับมายังเป้าหมายสำคัญของค่ำคืนนี้ "เอาล่ะ ในเมื่อภายนอกเคลียร์ทางให้สะอาดแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะมาสร้างความมั่งคั่งกันเสียที... ท่านมาก็ดีเลย ช่วยข้าถือโคมไฟหน่อยค่ะ ข้าจะทำการทดลองใหญ่"
ฉินอวี้จวินเลิกคิ้วอย่างสนใจ เขายอมลุกขึ้นยืนถือโคมกระดาษนำทางให้ภรรยาเดินลึกเข้าไปยังมุมสุดของโรงเรือน ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับ "มิติลับ" คลังสมบัติส่วนตัวที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีการเกษตรจากโลกอนาคตและเมล็ดพันธุ์หายาก
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคือต้นกล้าของ "ส้มหิมะจันทรา" ผลไม้ในตำนานที่สูญพันธุ์ไปจากแผ่นดินนี้ร่วมร้อยปี ลักษณะของมันคือลำต้นสีเงินยววง ใบเรียวยาวราวกับหยกขาว และที่สำคัญคือมันต้องการพลังงานจากน้ำวิเศษในมิติลับเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด
หลินฟางสูดลมหายใจเข้าลึก ภายในสมองประมวลผลข้อมูลทางพันธุศาสตร์พืชอย่างรวดเร็ว นางหยิบขวดแก้วบรรจุของเหลวเรืองแสงสีฟ้าครามออกมาจากมิติ มันคือน้ำยาสกัดชีวภาพเข้มข้นที่นางปรุงขึ้นเองจากแร่ธาตุในมิติลับ ผสมผสานกับเอนไซม์เร่งรากจากโลกยุคศตวรรษที่ 22
"ท่านพี่ ถือโคมให้ใกล้กว่านี้อีกนิดค่ะ ข้าต้องหยดน้ำยานี้ลงบนรากแก้วในอัตราส่วนที่พอ1เหมาะ หากพลาดแม้แต่หยดเดียว เซลล์พืชอาจจะช็อกและตายได้"
ฉินอวี้จวินขยับเข้าไปชิดร่างบางมากขึ้น แผ่นหลังกว้างของเขาทำหน้าที่บังลมหนาวที่พัดลอดช่องหน้าต่างให้จนหมดสิ้น ไออุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาจนหลินฟางรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งแผ่นหลัง สมาธิของนางจดจ่ออยู่กับการหยดของเหลวสีฟ้าลงบนดินสีดำสนิท
หยด... หยดที่หนึ่ง... หยดที่สอง...
ทันทีที่หยดสุดท้ายซึมลงสู่ราก ต้นส้มหิมะจันทราก็เกิดปฏิกิริยาขึ้นทันที! ลำต้นสีเงินสั่นระริกเบาๆ ใบไม้สีหยกขาวเปล่งแสงเรืองรองนุ่มนวลราวกับดวงจันทร์ยามค่ำคืน กลิ่นหอมหวานละมุนละไมราวกับดอกไม้ป่าผสมกลิ่นซิตรัสกระจายตัวฟุ้งไปทั่วทั้งโรงเรือน กลิ่นนั้นหอมหวนจนชวนให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าราวกับวิญญาณได้รับการชำระล้าง
"สำเร็จแล้ว..." หลินฟางอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้า นางหันไปมองหน้าสามีด้วยความดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น "ท่านเห็นไหมคะ! การตัดแต่งพันธุกรรมด้วยวิธีนี้ทำให้มันออกดอกเร็วกว่ากำหนดถึงสิบเท่า!"
ฉินอวี้จวินมองภาพภรรยาที่กำลังยิ้มกว้างด้วยความหลงใหล สำหรับเขาแล้ว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความสำเร็จนี้งดงามยิ่งกว่าสมบัติล้ำค่าใดๆ ในท้องพระคลังเสียอีก เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาข้างแก้มของนางอย่างเบามือ
"ภรรยาของข้าเก่งกาจที่สุดในใต้หล้าอยู่แล้ว" เขาเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาส่อประกายหวานเชื่อม "เช่นนี้แล้ว ผลผลิตล็อตแรกของส้มประหลาดนี่... ข้าคงต้องจองสิทธิ์เป็นคนชิมคนแรกกระมัง?"
"แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ท่านคือผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในโครงการนี้นี่นา" หลินฟางหัวesเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี "พรุ่งนี้เช้า ข้าจะนำมันไปแปรรูปทำเป็น 'แยมส้มหิมะจันทรา' เสิร์ฟคู่กับขนมปังอบร้อนๆ รับรองว่ากลิ่นหอมต้องลอยไปไกลจนถึงบ้านท่านแม่สามีที่ชอบมาหาเรื่องเราแน่นอน ถึงเวลานั้น ข้าอยากจะเห็นนักว่าหน้าตาของพวกชอบอิจฉาจะบิดเบี้ยวสักแค่ไหน"
เสียงหัวเราะเบาๆ ของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นในโรงเรือน ทว่า ในขณะที่หลินฟางกำลังก้มลงเก็บอุปกรณ์การทดลองลงในกล่องไม้ มิติพิเศษในตัวนางก็เกิดอาการสั่นไหวอย่างรุนแรงโดยไม่มีสาเหตุ!
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าใสที่มักจะนิ่งสงบ กลับปรากฏข้อความเตือนภัยสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนดัง "ติ๊ด... ติ๊ด..." ที่สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของนาง
[คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมกำลังเข้าใกล้รัศมี 500 เมตรจากตัวอาคาร... แหล่งพลังงานดังกล่าวไม่ใช่เนื้อมนุษย์ทั่วไป แต่มีรังสีความร้อนสูงระดับเดียวกับ "สัตว์อสูรกลายพันธุ์" จากยุคมืด!]
หลินฟางชะงักค้าง มือที่กำลังถือขวดแก้วสั่นระริก สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตา นางเงยหน้าขึ้นสบตากับฉินอวี้จวินที่ในตอนนี้แววตาคู่คมเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งตรงมายังเรือนพักของพวกเขา
"ฟางเอ๋อร์..." ฉินอวี้จวินดึงร่างบางเข้าาหาตัว ซัดฝ่ามือออกไปเบาๆ เพื่อปิดประตูกลของโรงเรือนพร้อมกับชักกระบี่เหล็กนิลกาฬออกจากฝัก เสียงโลหะกระทบกันกังวานใสในความเงียบ
ยังไม่ทันที่หลินฟางจะได้เอ่ยปากถามอันใด เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งน่าขนลุกที่ดังลอดเข้ามาในความมืด...
"ฮ่าๆๆๆ... ได้กลิ่นผลไม้สวรรค์ลอยมาไกลถึงนี่... เจ้าของบ้าน ออกมาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญหน่อยสิ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ หวังว่าจะชื่นชอบบทนี้นะคะ
เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 19
วิจัยพืชพันธุ์แปลกใหม่
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!