"หากพวกท่านกล้าก้าวเข้ามาเหยียบเขตเรือนของข้าอีกเพียงก้าวเดียว อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่เตือนก็แล้วกัน!"
น้ำเสียงเย็นเยียบแต่ทรงพลังของหลินฟางดังก้องไปทั่วบริเวณหน้าเรือนทรุดโทรม ร่างบอบบางในชุดผ้าฝ้ายเก่าคร่ำคร่าแต่ทว่ายืนหลังตรงสง่างามราวกับพญาหงส์ แววตาของนางกวาดมองกลุ่มญาติสามีตัวแสบที่กำลังถือไม้และจอบบุกเข้ามาด้วยความฮึกเหิม นำโดยป้าสะใภ้ใหญ่ผู้มีใบหน้าอ้วนท้วมราวกับหมูตอนและปากที่คว่ำลงเป็นเอกลักษณ์
"นังตัวซวย! สามีเจ้าบาดเจ็บปางตายจนใกล้จะเป็นคนพิการอยู่รำหน้ารอมร่อแล้ว พวกเจ้ายังมีหน้ามาซ่อนตัวอยู่ในเรือนอีกหรือ? ส่งเงินค่าเช่าที่ดินแปลงท้ายหมู่บ้านมาเสียดีๆ หรือไม่เช่นนั้น... วันนี้ข้าจะรื้อเรือนผุๆ หลังนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง!" ป้าสะใภ้ใหญ่แผדเสียงแหลมสูงจนนกบนต้นไม้แตกตื่นบินหนี
หลินฟางแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน นางไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... เลือดนักสู้และวิญญาณวิศวกรเกษตรกรผู้ผ่านการแข่งขันในตลาดทุนอันโหดร้ายมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังเดือดพล่าน ร่างกายในร่างใหม่นี้อาจจะอ่อนแอ แต่สติปัญญาและ 'มิติลับ' ที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณหาได้อ่อนแอตามไม่
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะระเบิดเป็นสงครามขนาดย่อม ร่างสูงใหญ่ของฉินอวี้จวินก็ก้าวออกมาจากมุมมืดของประตูเรือน แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่ซ่อนเร้นประกายอำมหิตเอาไว้ภายใต้รอยยิ้มเย็นชา ทำให้กลุ่มคนที่ถืออาวุธถึงกับชะงักกึกโดยอัตโนมัติ ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากตัวบุรุษผู้มีเบื้องหลังลึกลับผู้นี้ จนป้าสะใภ้ใหญ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"อ... อ้าว อาเจียน... เจ้ายังไม่ตายหรอกหรือ?" ป้าสะใภ้ใหญ่ละล่ำละลักเอ่ย เสียงที่เคยแหลมสูงเริ่มสั่นพร่า
"ถ้าข้ายังไม่ตาย คนที่ต้องลงไปนอนในโลงย่อมไม่ใช่ข้าอย่างแน่นอน" ฉินอวี้จวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่น่าขนพองสยองเกล้า เขาย่างสามขุมเข้ามาเคียงข้างหลินฟาง มือหนายื่นออกไปโอบไหล่บางของภรรการาวกับจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่านางคือคนของเขา ผู้ใดแตะต้อง... ต้องข้ามศพเขาไปก่อน
หลินฟางเหลือบมองสามีแวบหนึ่ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเคมีแปลกประหลาดที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับแม่เหล็กขั้วเดียวกัน นางสัมผัสได้เลาๆ ว่าสามีชาวนาคนนี้มีความลับดำมืดซ่อนอยู่ แต่นี่ไม่ใช่เวลามาสอบสวน เมื่อฝ่ายตรงข้ามเห็นท่าไม่ดีจึงพากันถอยร่นและขู่ตะคอกทิ้งท้ายก่อนจะวิ่งหนีหายไปลับตา
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา หลินฟางก็รีบดึงสติกลับมาสู่ภารกิจสำคัญทันที นางกวาดสายตามองพื้นที่รกร้างว่างเปล่าหลังเรือน ดินตรงนี้แห้งแล้งและเต็มไปด้วยก้อนกรวด ยากนักที่พืชผลใดจะเจริญเติบโตได้ แต่สำหรับนาง... ที่มีมิติลับคลังเมล็ดพันธุ์และน้ำวิเศษอยู่ในมือ พื้นที่แห้งแล้งเหล่านี้คือผืนผ้าใบชั้นดีในการสร้างอาณาจักรเกษตรกรรม!
"เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรกับดินพวกนั้นหรือฟางเอ๋อร์?" ฉินอวี้จวินเอ่ยถามด้วยแววตาพินิจพิเคราะห์ เขายืนกอดอกมองภรรยาตัวน้อยที่กำลังก้มๆ เงยๆ สำรวจเนื้อดินอย่างตั้งอกตั้งใจ
"ข้าจะปลูกผักค่ะ..." หลินฟางเงยหน้าขึ้นตอบ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความมุ่งมั่น "และมันจะไม่ใช่ผักธรรมดาแน่นอนค่ะท่านพี่"
นางเดินเลี่ยงหลบเข้าไปในมุมลับตาหลังเรือน เมื่อมั่นใจว่าไม่มีใครมองเห็น จิตวิญญาณของนางก็ถูกดึงดูดเข้าสู่ 'มิติลับ' ทันที เบื้องหน้าของนางคือชั้นวางคลังเมล็ดพันธุ์วิเศษจากโลกอนาคตที่มีอุณหภูมิควบคุมอย่างแม่นยำ พร้อมด้วยบ่อน้ำวิเศษที่ส่งไอหมอกสีขาวจางๆ ลอยวนเวียนชวนให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า หลินฟางเลือก 'เมล็ดพันธุ์คะน้าทองคำ' สายพันธุ์ดัดแปลงพิเศษที่เจริญเติบโตเร็วกว่าปกติถึงสิบเท่าและมีรสชาติหวานกรอบอร่อยเป็นเลิศ พร้อมทั้งตักน้ำวิเศษใส่ถังไม้เก่าๆ ติดมือกลับออกมายังโลกความเป็นจริง
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามสาย หลินฟางเริ่มลงมือพรวนดินด้วยแรงกายทั้งหมดที่มี แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมตามไรผมจนเส้นผมเปียกชื้น แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของนางกลับงดงามยิ่งนัก ฉินอวี้จวินที่ยืนมองอยู่เงียบๆ ทนเห็นภรรยาเหน็ดเหนื่อยไม่ไหว เขาจึงเดินเข้ามาแย่งจอบในมือของนางไปถือไว้เสียเอง "เรื่องใช้แรงงานปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีเถอะ เจ้ามีหน้าที่แค่สั่งการก็พอ"
หลินฟางพยักหน้ารับด้วยความซาบซึ้ง นางใช้มือเรียอบางตักน้ำวิเศษจากถังมารดลงบนแปลงดินที่เพิ่งพรวนเสร็จ และบรรจงหย่อนเมล็ดพันธุ์คะน้าทองคำลงไปทีละหลุมอย่างประณีตราวกับกำลังรังสรรค์งานศิลปะชิ้นเอก
ผ่านไปเพียงแค่หนึ่งกطرหายใจ สิ่งมหัศจรรย์ก็อุบัติขึ้น!
ดินแห้งแล้งเริ่มส่งเสียงซู่ซ่าเบาๆ ไอความชุ่มชื้นพวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ยอดอ่อนสีเขียวมรกตแทงทะลุผืนดินขึ้นมาอย่างรวดเร็วดั่งปาฏิหาริย์ ภายในเวลาไม่ถึงเค่อ (15 นาที) แปลงผักรกร้างหลังเรือนก็ถูกแทนที่ด้วยคะน้าทองคำต้นอวบอ้วน ใบสีเขียวสดใสเปล่งประกายระยิบระยับราวกับต้องมนต์สะกด กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ของพืชผักสดใหม่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ กลบกลิ่นอับชื้นของเรือนเก่าจนหมดสิ้น
หลินฟางเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น พลังของมิติลับในร่างนี้ทรงประสิทธิภาพมากกว่าที่นางคาดคิดไว้เสียอีก!
แต่ทว่า... ความสุขจากการทดลองปลูกผักชุดแรกยังไม่ทันได้จางหาย เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ป้าสะใภ้ใหญ่ แต่เป็นถึงหัวหน้าหมู่บ้านและชายชุดดำแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งที่พกพากลิ่นอายคาวเลือดและอาวุธครบมือ เดินตรงดิ่งเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
ฉินอวี้จวินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาอย่างปิดไม่มิด ทว่าในวินาทีที่ชายชุดดำคนนำหน้าเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หลินฟางกลับต้องหัวใจกระตุกวาบ เมื่อนางสังเกตเห็นสัญลักษณ์รูป 'พยัคฆ์เหิน' ที่ปักอยู่บนปกเสื้อของคนกลุ่มนั้นอย่างชัดเจน... มันคือตราสัญลักษณ์ของกองกำลังลับจากเมืองหลวงที่กำลังตามล่าตัวฉินอวี้จวิน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "สวนส้มปลายฟ้า" นะคะ
เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 2
เมล็ดพันธุ์ในตำนาน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!