เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะเหล็กกล้าดัง *เคร้ง* กังวานประสานกับเสียงน้ำมันเดือดพล่านในเตาถ่านไร้ควัน สวนส้มปลายฟ้าขอต้อนรับนักอ่านทุกท่านเข้าสู่ตอนที่สิบห้าของ "เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก" กันนะคะ!
“ถอยไปเถอะแม่นางหลิน ขืนเจ้ายังผัดด้วยไฟแรงปานนี้ เกรงว่าหมูป่ารสเลิศจานนี้คงกลายเป็นถ่านดำปี๋ไร้ราคาเป็นแน่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับกลิ่นอายบุรุษเพศอันคุ้นเคยที่โชยมาปะปนกับกลิ่นหอมฉุยของเครื่องเทศ หลินฟางไม่แม้แต่จะหันไปมอง นางตวัดข้อมืออย่างคล่องแคล่ว โยนใบโหระพาสดใหม่จากมิติลับลงไปในกระทะ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวลับหลังร้านอาหาร ‘รสทิพย์สวรรค์’ ที่เพิ่งเปิดกิจการได้ไม่นาน
“ถ้าข้ามือหนักจนอาหารเสียรส ท่านจวินหวังคงไม่ลงทุนนั่งรอตักข้าวเป็นจานที่สามหรอกกระมังเพคะ” หลินฟางปรายตามองบุรุษผู้มีฐานะสูงส่งเหนือผู้คนนับหมื่น แต่ยามนี้กลับสวมใส่ชุดเรียบง่าย นั่งพับเพียบอยู่บนม้าไม้เตี้ยๆ ในห้องครัวคับแคบอย่างไร้ฟอร์มขุนนางใหญ่โต
ฉินอวี้จวินหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยความขบขัน เขายื่นมือหนาไปหยิบจานกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามที่หลินฟางเพิ่งจัดเตรียมเสร็จลงจากเตาอย่างระมัดระวัง กลัวว่าภรรยาตัวน้อยจะพลาดพลั้งโดนความร้อนลวกเอา “ข้าแค่มาร่วมตรวจสอบคุณภาพอาหารในฐานะ... หุ้นส่วนคนสำคัญต่างหากเล่า”
“หุ้นส่วนที่กินจุยิ่งกว่าลูกหมูสามตัวน่ะหรือเพคะ?” หลินฟางย้อนเสียงใสพลางยื่นมือไปหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดเหงื่อตามกรอบหน้า ทว่ายังไม่ทันที่ผ้าจะแตะถึงผิว ฉินอวี้จวินก็ชิงตัดหน้าคว้าผ้าผืนนั้นไปเสียก่อน เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดระดับความสูง แล้วบรรจงซับเหงื่อให้อย่างเบามือ ราวกับนางเป็นตุ๊กตาแก้วเจียระไนที่หากจับแรงเกินไปอาจแตกสลายได้
บรรยากาศในห้องครัวที่ควรจะร้อนระอุกลับพลันอบอวลด้วยความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาด หัวใจของหลินฟางเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ นางเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบที่มองตรงมาด้วยความลึกซึ้ง เกินกว่าคำว่า "หุ้นส่วน" หรือแม้กระทั่งคำว่า "สามีภรรยาตามนาม" จะนิยามได้
ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ตระกูลเดิมของร่างนี้ยกพวกมาอาละวาดหวังจะฮุบร้านอาหาร ฉินอวี้จวินก็ยกระดับความคลั่งรักขึ้นมาอีกขั้น จากเดิมที่คอยส่งคนมาดูแลเงียบๆ ตอนนี้เขากลับใช้ข้ออ้างสารพัดเพื่อมา "ตรวจการบ้าน" ที่ร้านทุกวัน วันละสามเวลาหลังอาหาร ยิ่งกว่าหมอหลวงตรวจอาการคนไข้เสียอีก
“มองหน้าข้าเช่นนี้... ติดใจฝีมือทำอาหาร หรือว่าติดใจหน้าสามีคนนี้กันแน่ หืม... ฟางเอ๋อร์” น้ำเสียงพร่าต่ำเอ่ยชิดริมหูจนหลินฟางรู้สึกวูบวาบไปทั้งแผ่นหลัง
“ท่านนี่นะ... กลางวันแสกๆ และที่นี่ก็คือห้องครัวหลังร้านนะเพคะ!” หลินฟางรีบถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับโต๊ะเตรียมวัตถุดิบ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว นางเกลียดนักที่มักจะพ่ายแพ้ให้กับสายตาแพรวพราวของสามีตัวร้ายผู้นี้ทุกที
“แล้วอย่างไรเล่า สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน จะแสดงความรักต่อกัน ใครจะกล้าว่ากล่าว?” ฉินอวี้จวินก้าวเข้าไปประชิดทีละน้อย จนหลินฟางไร้ซึ่งทางถอย แผ่นหลังแนบชิดติดขอบโต๊ะ ขณะที่วงแขนแข็งแกร่งยกขึ้นเท้ากับขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักตัวนางไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์
กลิ่นกายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นหอมสะอาดของไม้จันทน์และกลิ่นอายแดดอ่อนๆ จากภายนอก ทำให้สติสัมปชัญญะของวิศวกรสาวจากโลกอนาคตเริ่มกระเจิง ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติด ตามด้วยเสียงกระแอมกระไอมของพ่อบ้านหลี่ที่จงใจทำเสียงดังเพื่อเตือนสติ
“เรียน... นายท่านฮูหยิน ด้านหน้าร้านมีแขกผู้มีเกียรติมาขอพบขอรับ บอกว่าเป็นคุณชายจากตระกูลสวี... และดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าใดนัก”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าของฉินอวี้จวินเลือนหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยแววตาดุดันเหี้ยมเกรียมที่มักจะใช้ยามออกสนามรบ รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องครัวลดฮวบลงทันตาเห็น
“ตระกูลสวีอย่างนั้นหรือ?” ฉินอวี้จวินแค่นหัวเราะเสียงเย็น “ดูท่าว่าสุนัขบางตัว ยังจำบทเรียนราคาแพงเมื่อคราวก่อนไม่ได้สินะ ถึงได้กล้ามาเห่าหอนถึงถิ่นของข้า”
หลินฟางยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ แววตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเจ้าเล่ห์แบบเดียวกับเขาราวกับถอดแบบกันมา “ใจเย็นก่อนสเพคะ ท่านจวินหวัง... ในเมื่อพวกมันอุส่าห์มาเยือนถึงที่ ทั้งทีเราเพิ่งเปิดร้านได้ไม่กี่วัน เช่นนั้นก็ถือว่ามาช่วยเป็น ‘พรีเซนเตอร์’ เรียกยอดขายให้ก็แล้วกัน”
ฉินอวี้จวินเลิกคิ้วสูง หันมามองภรรยาด้วยความแปลกใจระคนเอ็นดู “เจ้ามีแผนอะไรอีกแล้วล่ะ หืมภรรยาตัวแสบ?”
“ก็แค่... อยากให้คุณชายตระกูลสวีได้ลิ้มลองเมนูเด็ดประจำร้าน ที่รับรองว่ากินแล้วจะต้อง ‘ซาบซึ้ง’ จนลืมไม่ลงไปตลอดชีวิตเลยล่ะเพคะ” หลินฟางยิ้มหวานหยด ยิ้มชนิดที่ทำให้ฉินอวี้จวินนึกสงสารเหยื่อผู้โชคร้ายรายนี้ขึ้นมาจับใจ
ทั้งสองก้าวเดินเคียงคู่กันออกมายังส่วนต้อนรับหน้าร้าน บรรยากาศภายในห้องอาหารโอ่อ่าตกแต่งด้วยไม้เนื้อดีกำลังเงียบสงบ แขกเหรื่อโต๊ะอื่นต่างพากันหลบฉากออกไปจนหมดเหลือเพียงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนวางอำนาจอยู่กลางร้าน บุรุษหนุ่มรูปงามสวมอาภรณ์ปักดิ้นทองชั้นดี ใบเชิดหยิ่งยโสกำลังยืนกอดอกมองสำรวจรอบร้านด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์
“หึ นึกว่าร้านอาหารที่ร่ำลือกันนักหนาจะวิเศษวิโสมาจากไหน ที่แท้ก็เป็นแค่โรงเตี๊ยมชั้นต่ำที่มีกลิ่นอายสาบโคลนสาบควายติดตัวมาด้วยนี่เอง!” คุณชายสวีเอ่ยขึ้นเสียงดังหวังให้ผู้คนรอบข้างได้ยิน
หลินฟางก้าวเท้าออกมาด้วยท่าทีสง่างาม ใบหน้าประดับรอยยิ้มการค้าที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว นางประสานมือไว้เบื้องหน้าแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส “ยินดีต้อนรับคุณชายสวีสู่ ‘รสทิพย์สวรรค์’ เจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านผู้นี้... ลมอะไรหอบมาเยือนร้านเล็กๆ ของเรา หรือว่ากลิ่นหอมของอาหารที่นี่จะลอยไปเตะจมูกสุนัข... อภัยด้วยเจ้าค่ะ ข้าหมายถึงลอยไปเตะจมูกท่านจนทนไม่ไหว ต้องรีบมาอุดหนุนตั้งแต่ร้านเพิ่งเปิด?”
คำพูดเหน็บแนมแบบสุภาพแต่เจ็บแสบถึงทรวงอกทำเอาคุณชายสวีหน้าชาดิก ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว “นังสารเลวปากกล้า! เจ้ากล้าดียังไงมาว่าข้า...”
“พอเสียที”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นเพียงคำเดียว ทำเอาคุณชายสวีและผู้ติดตามถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคมปลาบราวกับพญาเหยี่ยวของฉินอวี้จวินที่ก้าวตามหลังออกมา ขาวยาวก้าวเข้ามาบังร่างของหลินฟางไว้ครึ่งหนึ่งอย่างปกป้อง รังสีอำมหิตที่กดดันลงมาทำให้บรรยากาศในร้านเย็นเยียบราวกับตกลงสู่เหมันตฤดู
“ทะ... ท่าน... จวินหวัง!?” คุณชายสวีหน้าถอดสี เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้นเมื่อตระหนักว่า บุรุษผู้ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร ผู้มีอิทธิพลสูงสุดในดินแดนนี้ที่แม้แต่บิดาของเขายังต้องก้มหัวให้
ฉินอวี้จวินปรายตามองอีกฝ่ายราวกับมองมดปลวก น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น “ภรรยาข้าต้อนรับขับสู้แขกไม่ดีตรงไหน หรืออาหารที่นี่ไม่ถูกปากเจ้า ถึงได้มาส่งเสียงน่ารำคาญในอาณาเขตของข้า”
คุณชายสวีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลัง “มะ... มิกล้าพ่ะย่ะค่ะ! กระหม่อมแค่วาดหวังจะมา... มาชิมอาหารขึ้นชื่อของที่นี่เท่านั้น!”
หลินฟางแอบอมยิ้มขบขัน นางก้าวออกมาจากด้านหลังของสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ “ในเมื่อคุณชายสวีมีใจอยากชิมถึงเพียงนี้ เช่นนั้นข้าขอแนะนำเมนูพิเศษ... ‘ซุปสมุนไพรล้างใจ’ ที่ปรุงด้วยวัตถุดิบชั้นยอดจากมิติลับ รับรองว่ากินเข้าไปแล้ว... จะทำให้สมองที่มืดบอดสว่างวาบขึ้นมาทันทีเลยล่ะเจ้าค่ะ!”
นางหันไปพยักหน้าให้พ่อบ้านหลี่ที่ยืนรออยู่ไม่ไกล พ่อบ้านชราพยักหน้ารับก่อนจะหายเข้าไปในครัวครู่ใหญ่ แล้วกลับออกมาพร้อมกับถาดกระเบื้องที่คลุมด้วยฝาชีทองเหลือง ส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งร้าน ทว่า... ทันทีที่ฝาชีถูกเปิดออก กลิ่นที่โชยออกมากลับทำให้คุณชายสวีและผู้ติดตามถึงกับหน้าซีดเผือด ผะอืดผะอมจนแทบอาเจียนออกมา ณ ตรงนั้น!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ
เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 15
จวินหวังมาตรวจการบ้าน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!