เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 14

เปิดร้านอาหารสาขาแรกในเมือง

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ถ้าคิดจะใช้ไม้ต้มกระดูกหมูเน่าๆ มากลบกลิ่นความอิจฉาริษยาในร้านของท่านเกาละก็ เกรงว่าต่อให้เคี่ยวจนน้ำซุปงวดเป็นยางมะตอย ลูกค้าก็คงเลือกเดินข้ามถนนมาต่อแถวรอซื้อขาหมูพะโล้ตุ๋นยาจีนของข้าอยู่ดีค่ะ!" เสียงหัวเราะใสกระจ่างดั่งไข่มุกกระทบถาดหยกดังขึ้นท่ามกลางความจอแจของย่านการค้าสายหลักในเมืองหลวง ร่างระหงของหลินฟางในชุดผ้าฝ้ายปักลายดอกส้มสีส้มอ่อนยืนเท้าสะเอวด้วยท่าทางสง่างาม ใบหน้างามล้ำประดับด้วยรอยยิ้มเยnเยือกที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา เบื้องหน้าของนางคือร้านอาหาร "ส้มสวรรค์" สาขาแรกที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้เพียงสามวัน แต่กลับสร้างแรงกระเพื่อมสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งย่านการค้าจนร้านอาหารเก่าแก่หลายแห่งถึงกับคอตก กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสิบชนิดที่เคี่ยวจนเข้าเนื้อหมูสามชั้นชั้นดี รอยไหม้เกรียมของหนังหมูที่ย่างด้วยไฟอ่อนจนกรอบนอกนุ่มใน และน้ำราดพะโล้รสชาติกลมกล่อมที่ลอยล่องไปตามสายลม ทำให้เหล่าพ่อค้าแม่ขายและขุนนางชั้นผู้น้อยต่างกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้ แถวยาวเหยียดเหยียดโค้งไปจนถึงหัวมุมถนน ฝั่งตรงข้ามคือ "ภัตตาคารรุ่งเรือง" ของตระกูลเกา ที่บัดนี้ไร้เงาลูกค้า แม้แต่แมียังไม่กล้าเดินเฉียดใกล้ เกาฉี เจ้าของภัตตาคารรุ่งเรืองหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นถ่านต้มยา มือหนาสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง เขาลงทุนจ้างพ่อครัวมือหนึ่งจากเหลาอาหารชื่อดังมาเพื่อกำจัดร้านของนังเด็กบ้านนอกคนนี้ให้พ้นทาง แต่ใครจะคาดคิดว่าอาหารบ้านๆ อย่าง "ขาหมูพะโล้สูตรมิติลับ" และ "ซุปไก่ตุ๋นโสมพันปี" ของหลินฟาง จะมีอณูพลังปราณจางๆ ที่ช่วยฟื้นฟูพละกำลังและทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งได้ทันทีที่รับประทานเข้าไป แบบนี้ต่อให้ตระกูลเกาจะเอาทองคำมาโปรดหน้าร้าน ก็ไม่มีทางแย่งลูกค้าไปได้หรอกค่ะ! "หลินฟาง! เจ้าอย่าได้ลำพองใจให้มากนัก การค้าขายในเมืองหลวงไม่ได้มีแค่ฝีมือการทำอาหาร แต่มันต้องมีเส้นสายและกฎระเบียบ!" เกาฉีตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนถ้วยชาแตกกระจัดกระจาย เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาหมายจะหาเรื่องถึงหน้าร้าน ทว่า... ก่อนที่ฝ่าเท้าหยาบกร้านจะก้าวข้ามธรณีประตูร้าน ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานลงมาจากหลังคาอย่างเงียบเชียบ ราวกับเทพเซียนที่ก้าวลงมาจากสรวงสวรรค์ กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมารอบทิศทางจนอุณหภูมิในรัศมีสิบก้าวลดฮวบทันที ฉินอวี้จวินก้าวเข้ามาขวางหน้าเกาฉีไว้ด้วยสายตาเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก มือเรียวยาวดั่งหยกแตะอยู่ที่ด้ามกระบี่ข้างกายอย่างเป็นธรรมชาติ "ภรรยาของเปิ่นหวังบอกว่าอย่างไรนะ? ข้าได้ยินไม่ถนัด หูของเจ้ามีปัญหา หรือสมองของเจ้ามีรอยร้าวกันแน่ ถึงกล้ามาส่งเสียงเห่าหอนหน้าร้านของนาง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉย ทว่ากลับทำให้เกาฉีเข่าอ่อนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา *จวินหวัง!* ขุนนางผู้เหี้ยมเกรียมและทรงอำนาจที่สุดในราชสำนัก เหตุใดจึงมายืนทำตัวเป็นสามีผู้คลั่งรักคอยถือตะหลิวและเช็ดโต๊ะให้นภรรยาอยู่ที่นี่เล่า! หลินฟางอมยิ้มขบขัน เดินเข้าไปใกล้สามีตัวสูงแล้วยื่นผ้าเช็ดมือสะอาดให้ เขาหันมามองนางด้วยสายตารักใคร่และอ่อนโยนจนคนละคนกับที่มองเกาฉีเมื่อครู่ มือหนายื่นมารับผ้าเช็ดมือพร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงออดอ้อนที่ไม่มีใครได้ยิน "ฟางเอ๋อร์ เหนื่อยหรือไม่? หากคนพวกนี้ยังกล้ามาวุ่นวาย ข้าจะสั่งให้คนรื้อภัตตาคารฝั่งตรงข้ามทิ้งเสียให้สิ้นเรื่อง" "ท่านพี่ อย่าใจร้อนสิคะ การทำลายคู่แข่งด้วยกำลังมันง่ายเกินไป สู้ทำให้พวกเขาเห็นคาตาว่าต่อให้ใช้กลสกปรกแค่ไหน ก็ไม่มีทางสู้ฝีมือและวัตถุดิบจากมิลลิลักของข้าได้หรอกค่ะ ถึงจะสะใจกว่ากันเยอะ" หลินฟางกระซิบตอบพร้อมกับส่งค้อนวงงามให้สามีสายเปย์ที่พร้อมจะเผาเมืองเพื่อความสุขของนางได้ทุกเมื่อ บรรยากาศภายในร้านกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อลูกค้าส่งเสียงเร่งเร้าขออาหารจานเด็ดเพิ่ม หลินฟางละความสนใจจากตาแก่เจ้าเล่ห์ หันกลับมาจัดการตัก "เป็ดพะโล้รมควันใบชา" ที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่ว เนื้อเป็ดสีชมพูนุ่มฉ่ำน้ำ หนังกรอบสีทองอร่ามจากการรมควันด้วยใบชาเขียวมิติลับ ถูกแล่เป็นชิ้นพอดีคำอย่างรวดเร็วและงดงาม ฝีมือการจัดการของนางรวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับร่ายรำ "เสร็จแล้วค่ะ! เป็ดพะโล้รมควันใบชาจานสุดท้ายของรอบเที่ยง เชิญคุณชายตระกูลหลี่เจ้าค่ะ" เสียงหวานเอ่ยเรียกพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ ทำให้คุณชายหนุ่มแห่งตระกูลหลี่ที่มารอต่อคิวถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย รีบควักตั๋วเงินออกมารasจ่ายโดยไม่ต้องทอน กำไรจากการขายอาหารในเมืองหลวงเพียงสามวันแรก พุ่งทะยานจนทะลุเป้าหมายที่นางวางไว้ทั้งเดือนเสียอีก เมล็ดพันธุ์ในมิติลับเติบโตงอกงามอย่างรวดเร็วเพื่อรองรับวัตถุดิบที่ต้องใช้ปริมาณมหาศาล ความเหนื่อยยากจากการต่อสู้กับคนตระกูลเดิมที่เคยคิดจะฮุบสมบัติ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความสุขสำราญและความมั่งคั่งที่กำลังไหลมาเทมาจนน่าหมั่นไส้ ทว่า ในขณะที่ความสำเร็จกำลังพุ่งถึงขีดสุด และฉินอวี้จวินกำลังจะป้อนขนมเปี๊ยะไส้พุทราจีนเชื่อมให้ภรรยาด้วยความเอาใจใส่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยก็ดังขึ้นที่หน้าถนนใหญ่ พร้อมกับธงปักรูปตราพยัคฆ์กางปีกของ "กองกำลังองครักษ์หลวง" ที่ไม่ควรจะมาปรากฏตัวในย่านการค้าสามัญชนเช่นนี้! ม่านมุ้งหน้าร้านถูกกระชากเปิดออกด้วยมือของบุรุษผู้มีแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่หางตา ดวงตาคมกริบกวาดมองมาที่หลินฟางด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด ก่อนที่เขาจะประสานมือคารวะฉินอวี้จวินด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยเลศนัย "ทูลท่านจวินหวัง... และฮูหยินหลิน ฝ่าบาททรงมีราชโองการด่วนให้เชิญท่านทั้งสองเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัว ณ ตำหนักในทันที โดยอ้างถึง... เมล็ดพันธุ์ข้าวสาลีวิเศษที่ท่านนำมาปลูกจนทำให้ท้องพระคลังสั่นสะเทือนพะยะค่ะ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%