“เจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า อาซิง! พวกมันมีอาวุธ ขู่ว่าจะเผาร้านให้วอดวายหากไม่ยอมเซ็นสัญญาโอนสิทธิ์สูตรน้ำผลไม้หมักนั่นให้พวกมัน!”
เสียงสะอื้นไห้ของเสี่ยวหลานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในร้าน ‘สวนเกษตรฟางจวิน’ เสียงแก้วเซรามิกที่แตกกระจายบนพื้นหินอ่อนคือหลักฐานความรุนแรงที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ หลินฟางขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคู่คมดุจหงส์จ้องมองรอยแผลที่มุมปากของพนักงานสาวอย่างเดือดดาล กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้และผลไม้ที่เคยอบอวลในร้านบัดนี้ถูกกลบด้วยกลิ่นคาวเลือดที่โชยมาจากบาดแผล
“พวกมันมากันกี่คน” น้ำเสียงของหลินฟางราบเรียบ หากทว่าแฝงด้วยไอเย็นยะเยือกที่ทำให้ทุกคนในร้านต้องขนลุกชัน
“สาม... สามคนเจ้าค่ะ ดูท่าทางไม่ใช่คนท้องถิ่น แต่ละคนสวมเสื้อผ้าเนื้อดีแต่มีรอยปักตราสัญลักษณ์เป็นรูปนกอินทรีสีทองที่ข้อมือ...”
หลินฟางแค่นยิ้มที่มุมปาก ‘สำนักการค้าบูรพา’ อย่างนั้นหรือ? ช่างกล้าหาญนักที่ส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนถึงหน้าบ้านของนาง! นางหยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาเช็ดคราบเลือดที่มุมปากให้เสี่ยวหลานอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่เคาน์เตอร์ไม้หอม นางหยิบขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุน้ำทิพย์จากมิติออกมาหยดลงในชามชาแล้วยื่นให้เสี่ยวหลาน
“ดื่มเสีย แล้วไปพักหลังร้าน สวนผลไม้ของเราไม่ใช่สนามรบของพวกโจรป่า แต่ถ้าใครคิดจะมาปล้นชิง... พวกมันก็ต้องรู้วิธีชดใช้ที่สมน้ำสมเนื้อ”
เมื่อเสี่ยวหลานเข้าไปพัก หลินฟางก็เดินไปยังสวนด้านหลัง ที่นั่น ‘ฉินอวี้จวิน’ กำลังนั่งขัดดาบประจำกายอยู่ใต้ต้นท้อที่กำลังออกผลดกเต็มต้น ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายเหมือนกำลังนั่งจิบชา แต่แววตาที่จ้องมองดาบนั้นกลับดูเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังรอเวลาขย้ำเหยื่อ
“ดูเหมือนว่าหนอนแมลงที่เจ้ากำจัดไปเมื่อคราวก่อน จะเรียกพวกพ้องมาเพิ่มนะจวินจวิน” หลินฟางเอ่ยขึ้นพลางนั่งลงข้างๆ เขา
ฉินอวี้จวินวางดาบลงแล้วคว้าเอวบางของนางให้มานั่งบนตัก มือหนาลูบไล้หลังมือนางอย่างปลอบประโลม “ข้าบอกเจ้าแล้วว่าโลกของการค้าน่ะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป โดยเฉพาะกับพวกที่กินส่วนแบ่งตลาดไม่พอจนอยากจะกลืนกินทุกอย่างที่ขวางหน้า”
“ท่านจะทำอย่างไร” หลินฟางถามพลางหยิบแอปเปิ้ลสีแดงสดขึ้นมาปอกเปลือกอย่างใจเย็น
“คนของสำนักการค้าบูรพางั้นรึ? สำหรับข้า... การเผาร้านพวกมันทิ้งคงง่ายเกินไป” ฉินอวี้จวินโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างหูนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้หลินฟางใจเต้นไม่เป็นจังหวะ “ข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่า การที่ภรรยาของจวินหวังจะเปิดกิจการนั้น ไม่ใช่เรื่องที่คนกลุ่มหนึ่งจะเข้ามาทำตัวเป็นอันธพาลได้ง่ายๆ วันนี้ข้าได้ส่งคำสั่งไปยังหัวหน้าสำนักงานเขตแล้ว... พรุ่งนี้ตลาดเช้าจะมีข่าวใหญ่เรื่องการตรวจสอบบัญชีทุจริตของสำนักการค้าบูรพา”
หลินฟางหัวเราะร่า นางหยิบชิ้นแอปเปิ้ลป้อนเขา “สมกับเป็นสามีของข้าจริงๆ... แต่ก่อนจะถึงพรุ่งนี้ คืนนี้ข้าขอเล่นสนุกกับพวกมันสักหน่อยดีกว่า”
ในมิติของหลินฟาง เมล็ดพันธุ์ชนิดหนึ่งกำลังถูกปลุกเสกด้วยน้ำวิเศษ มันคือ ‘เถาวัลย์ตะคริว’ พืชแปลกประหลาดที่นางนำติดตัวมาจากโลกอนาคต มันไม่มีพิษร้ายแรงถึงตาย แต่จะทำให้คนที่สัมผัสตัวของมันเกิดอาการคันคะเยอไปทั่วร่างจนผิวหนังแทบถลอกภายในเวลาไม่กี่ชั่วยาม หลินฟางนำเมล็ดพันธุ์นั้นโรยไว้รอบกำแพงร้านอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับวางกับดักน้ำหอมฟีโรโมนที่จะล่อให้แมลงดุร้ายในป่าใกล้ๆ กรูเข้ามาหาใครก็ตามที่พยายามจะปีนข้ามกำแพงเข้ามาในยามวิกาล
เวลาล่วงเลยจนเข้ายามดึก แสงจันทร์สลัวทอดเงาลงบนพื้นหญ้า บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงใบไม้ไหว ทันใดนั้น เงาร่างสามคนก็ปรากฏขึ้นบนกำแพงร้าน พวกมันพยายามย่องเบาเข้ามาด้วยท่าทางช่ำชอง
“สูตรน้ำผลไม้หมักนั่นต้องอยู่ในห้องเก็บของหลังร้านแน่... จัดการเก็บกวาดให้เรียบอย่าให้เหลือหลักฐาน” ชายร่างผอมส่งสัญญาณ
ทว่า ทันทีที่เท้าของพวกมันแตะพื้นหญ้า เสียงร้องโหยหวนก็ดังขึ้นพร้อมกัน!
“อ๊ากกก! นี่มันตัวอะไร! ทำไมมันคันอย่างนี้!”
“ช่วยด้วย! มด... ฝูงมดมาจากไหนกัน!”
หลินฟางยืนกอดอกดูผ่านหน้าต่างชั้นสองด้วยแววตาเย็นชา ข้างๆ คือฉินอวี้จวินที่กำลังป้อนขนมเปี๊ยะไส้ถั่วแดงให้ภรรยาด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางเสียงโหยหวนของพวกอันธพาลที่กำลังเต้นเร่าๆ เพราะความคันและฝูงแมลงรุมเร้า
“คืนนี้เจ้าจะทำน้ำผลไม้หมักสูตรใหม่ให้ข้าชิมใช่หรือไม่?” ฉินอวี้จวินถามพลางใช้หลังมือเช็ดเศษขนมที่มุมปากให้นาง
“แน่นอนค่ะ คืนนี้จะเป็น ‘น้ำเบอร์รี่หมักถังไม้โอ๊ค’ สูตรพิเศษที่ข้าเตรียมไว้รับมือพวกที่ปากดีโดยเฉพาะ”
ขณะที่พวกมันกำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่นั้น จู่ๆ ชายร่างผอมก็ชักมีดสั้นออกมาแทงเข้าที่ความว่างเปล่าราวกับคนเสียสติ ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูด้านหลังร้านก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษชุดดำนับสิบคนที่มีตราสัญลักษณ์ที่ทุกคนในเมืองต้องสยบ... ตราพยัคฆ์เหินของกองกำลังลับของจวินหวัง!
ฉินอวี้จวินลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาที่เคยมองภรรยาอย่างอ่อนโยนบัดนี้เปลี่ยนเป็นคมปลาบประดุจใบมีดโกน เขามองลงไปยังผู้บุกรุกเบื้องล่างด้วยสายตาของเจ้าชีวิต
“ในเมื่อพวกเจ้าเลือกทางเดินนี้เอง... ก็อย่าได้โทษว่าข้าไร้เมตตา”
เขากำลังจะก้าวเท้าออกไปจัดการด้วยตัวเอง ทว่าสายลับคนหนึ่งของเขาพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าเสียก่อน “ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ... คนของสำนักการค้าบูรพาที่มาที่นี่ ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่พวกมันนำ ‘สัญญาผูกขาดการค้า’ ที่มีตราประทับของ... พระพันปีหลวงมาด้วย!”
มือของหลินฟางที่ถือแก้วไวน์ผลไม้หยุดชะงักลงทันที ใบหน้าหวานซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพระพันปีหลวง การต่อสู้ครั้งนี้ย่อมไม่ใช่แค่เรื่องของการค้าขายธรรมดา แต่มันคือการประกาศสงครามกับอำนาจมืดในวังหลวงที่นางไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของสวนส้มปลายฟ้านะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ท่านตื่นเต้นยิ่งขึ้นค่ะ!
เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 22
การคุกคามจากอำนาจมืด
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!