"หากเรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงพระพันปีหลวงจริง... ข้าเกรงว่าแก้วไวน์ในมือท่าน จะมิใช่สิ่งเดียวที่ต้องแหลกสลายเจ้าค่ะ"
เสียงกระซิบแหบพร่าแต่ทรงพลังของอาเจิน สาวใช้คนสนิทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงรับรอง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกส้มสามฤดูที่ลอยเข้ามาทางหน้าต่างบานแกะสลัก กลับไม่อาจเจือจางความกดดันที่เกาะกุมหัวใจของหลินฟางได้เลยแม้แต่น้อย
มือเรียวบางที่ถือแก้วไวน์ผลไม้หมักจากมิติลับหยุดชะงักลงทันที ใบหน้าหวานล้ำซีดเผือดลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง นางไม่คาดคิดเลยว่า การขยายกิจการสวนส้มและร้านค้าสมุนไพรในเมืองหลวง จะไปสะดุดตอชิ้นใหญ่เข้าให้แล้ว อำนาจมืดจากวังหลวงที่เอื้อมมือมาถึงเบื้องหลังของตระกูลขุนนางท้องถิ่น ย่อมหมายความว่าพวกมันมิได้ต้องการเพียงแค่สูตรลับการเกษตรหรือส่วนแบ่งการค้า แต่มันคือการ "ลอบสังหารอนาคต" ของนางทีละน้อย!
"พระพันปีหลวง..." หลินฟางทวนชื่อนี้ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "ทรงว่างงานถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ ถึงได้มีเวลามาสนพระทัยว่าชาวสวนตัวเล็กๆ อย่างข้า จะปลูกส้มพันธุ์ไหนมาขายในตลาด"
"คุณหนูระวังปากด้วยเจ้าค่ะ!" อาเจินสะดุ้งสุดตัว รีบกวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างหวาดระแวง แม้ว่าเรือนหลังนี้จะถูกสร้างขึ้นด้วยไม้หอมอย่างดีและป้องกันเสียงได้ระดับหนึ่ง ทว่าในสายตาของคนนอก หลินฟางเป็นเพียงสตรีสามัญชนที่โชคดีได้แต่งงานกับแม่ทัพหนุ่มผู้กุมอำนาจ ไม่ใช่บุคคลที่จะต่อกรกับมารดาของแผ่นดินได้โดยง่าย
ทว่า หลินฟางหาได้มีความหวาดกลัวไม่ นางวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะไม้จันทน์เสียงดัง "กริ๊ก" เบาๆ แต่กลับสะท้อนก้องในความรู้สึกของคนฟัง นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สมองอันปราดเปรื่องดั่งวิศวกรเกษตรจากโลกอนาคตกำลังประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่นางมี
หากนี่คือการประกาศสงคราม นางก็พร้อมจะใช้ "วิทยาการและมิติลับ" ในการเผาทำลายฐานอำนาจของพวกมันให้ราบคาบเช่นกัน!
"โครม!"
เสียงประตูห้องโถงถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำสนิทพร้อมผ้าคลุมยาวปลิวสะัดตามแรงลมก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคง กลิ่นอายสนามรบและกลิ่นอายเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งมากับตัวของฉินอวี้จวิน ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองภรรยาสำรวจความปลอดภัยอย่างรวดเร็วก่อนจะผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่านางยังไร้รอยขีดข่วน
"ท่านพี่..." หลินฟางอุทานเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของสามี
ฉินอวี้จวินก้าวเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว ฝ่ามือหนาที่ผ่านการจับดาบมานับไม่ถ้วนเอื้อมมาประคองแก้มเนียนนุ่มของนางไว้ด้วยความทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้แก้วเจียระไนชิ้นงามจะแตกสลายไป
"เจ้าปลอดภัยดีหรือไม่ ฟางเอ๋อร์" เสียงทุ้มต่ำเอמהยถามด้วยความห่วงใยที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด แม้ภายนอกเขาจะเป็นจวินหวังผู้เหี้ยมโหดที่ขุนนางทั้งราชสำนักต่างพากันหวาดผวา ทว่ายามอยู่เบื้องหน้าภรรยาผู้นี้ เขากลับเป็นเพียงบุรุษผู้คลั่งรักที่ยอมพลิกแผ่นดินเพื่อปกป้องนาง
"ข้าไม่เป็นไรค่ะ..." หลินฟางส่ายหน้าเบาๆ เอามือทาบลงบนหลังมืออุ่นของเขา "เพียงแต่... ข่าวลือเรื่องเบื้องบนเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ท่านพี่รู้เรื่องนี้แล้วใช่ไหมคะ?"
ฉินอวี้จวินแค่นเสียง "ฮึ" ออกมาคำหนึ่ง แววตาคมปลาบฉายประกายสังหารที่น่ากลัวจนอาเจินต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"หมากกระดานนี้ พระพันปีหลวงทรงเดินเกมเร็วเกินไปหน่อย..." ฉินอวี้จวินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "ทรงคิดว่าการใช้ตระกูลขุนนางท้องถิ่นมาบีบคั้นสวนส้มของเรา จะทำให้ข้าต้องยอมจำนนต่ออำนาจของฝ่ายในงั้นหรือ? ช่างฝันหวานเสียจริง"
"ท่านพี่หมายความว่า..."
"ข้าจะไม่ยอมให้แมลงวันตัวไหนบินเข้ามาสร้างความรำคาญให้สวนส้มของเจ้าได้อีกเป็นอันขาด" ฉินอวี้จวินกล่าวตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะหันไปทางหน้าต่างแล้วสะบัดมือเบื้องขวาครั้งหนึ่ง
พรึบ!
ร่างเงาดำสายหนึ่งราวกับภูตผี ปรากฏกายขึ้นคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของจวินหวังในชั่วพริบตา ชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกสวมด้วยหน้ากากเหล็ก ปรากฏไอสังหารเข้มข้นจนทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น นี่คือ "องครักษ์เงา" ฝีมือเยี่ยมยอดที่สุดในสังกัดลับของจวินหวัง ผู้ซึ่งทำหน้าที่ปลิดชีพเป้าหมายโดยไร้ร่องรอย
"ท่านสั่งมาเถอะพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงแหบต่ำแต่หนักแน่นดังขึ้น
ฉินอวี้จวินหันกลับมามองสบตาภรรยา แววตาที่มองนางเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ทว่ายามหันกลับไปสั่งการองครักษ์เงากลับเย็นชาดั่งพญายมราช
"ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ส่งองครักษ์เงากลุ่มสมาคมพยัคฆ์ทมิฬจำนวนสีนาย ผลัดเปลี่ยนเวรกันอารักขาฮูหยินหลินตลอด 24 ชั่วโมง!" ฉินอวี้จวินออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด "ห้ามให้ผู้ใด ไม่เว้นแม้แต่ขุนนางขั้นสามหรือราชนิกูลหน้าไหนเข้าใกล้เรือนพักและสวนส้มในระยะห่างสามลี้ หากมีใครฝ่าฝืน... ตัดหัวเสียบประจานหน้าประตูเมืองได้ทันที โดยไม่ต้องรอรายงานข้า!"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์เงารับคำสั่งด้วยน้ำเสียงกึกก้อง ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตาเดียว ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ตรงนั้นมาก่อน
หลินฟางมองตามจุดที่องครักษ์เงาหายไป ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นในอก นางอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมาบางๆ แม้ว่าสถานการณ์ภายนอกจะตึงเครียดและเต็มไปด้วยอันตรายจากอำนาจมืดในวังหลวง ทว่าสามีสายเปย์ผู้คลั่งรักผู้นี้ กลับจัดเตรียมกองกำลังระดับสุดยอดมาเฝ้าระวังความปลอดภัยให้นางถึงเตียงนอนเช่นนี้ จะไม่ให้นางรู้สึกอุ่นใจและ... หมั่นไส้ในความทุ่มเทของเขาได้อย่างไรเล่า?
"ท่านพี่ทำเกินไปหรือเปล่าคะ? องครักษ์เงาระดับหัวกะทิเช่นนั้น นำมาเฝ้าสวนส้มกับภรรยาปลูกผักทำอาหาร มันจะไม่เป็นการใช้ไก่ป่ามาเชือดด้วยดาบอาญาสิทธิ์เกินไปหน่อยหรือคะ" หลินฟางแกล้งเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาสะท้อนประกายระยิบระยับอย่างมีชีวิตชีวา
ฉินอวี้จวินโน้มตัวลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ข้างแก้มของนาง มุมปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งจะปรากฏ
"สำหรับผู้อื่น พวกมันคืออาวุธสังหารที่น่ากลัวที่สุดในแผ่นดิน... แต่สำหรับเจ้า ฟางเอ๋อร์..." เขาจงใจเว้นจังหวะให้หัวใจของนางเต้นระส่ำ ก่อนจะกระซิบชิดริมหูด้วยเสียงทุ้มพร่า "พวกมันเป็นเพียง 'คนสวน' ที่มีหน้าที่คอยไล่แมลงและวัชพืชที่บังอาจมารบกวนความสุขของภรรยาข้าก็เท่านั้นเอง"
คำพูดของเขานอกจากจะแสดงความรักความหลงใหลอย่างไร้ขีดจำกัดแล้ว ยังแฝงความหมายอันทรงพลังที่ทำให้อะดรีนาลีนในตัวของหลินฟางพลุ่งพล่าน นางมิใช่สตรีอ่อนแอที่ต้องรอให้สามีปกป้องฝ่ายเดียว ในเมื่อเขายกโล่ทองคำมาให้ถึงที่ มีหรือที่นางจะไม่ใช้โอกาสนี้ในการโต้กลับบ้าง?
"ในเมื่อท่านพี่จัดเตรียมคนคุ้มกันให้ถึงเพียงนี้แล้ว..." หลินฟางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากสวย นางหันไปหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามที่บรรจุน้ำวิเศษจากมิติลับออกมาจากแขนเสื้อ "ถ้าเช่นนั้น เราก็ควรจะใช้ 'ปุ๋ยเร่งโตสูตรพิเศษ' ผสมสมุนไพรขับพิษ จัดการต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ที่กำลังจะแอบลักIอบเข้ามาในสวนส้มของเราคืนนี้เสียหน่อยดีกว่ากระมังคะ?"
ฉินอวี้จวินมองรอยยิ้มของภรรยาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ เขาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ สามีภรรยาคู่นี้ไม่เพียงแต่ใจตรงกันเท่านั้น ทว่ายามที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรู รอยยิ้มของพวกเขากลับมีความร้ายกาจและน่าสะพรึงกลัวไม่แพ้กันเลย
ผ่านไปจนกระทั่งยามดึกสงัด ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วทั้งไร่ส้มปลายฟ้า แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบกับใบส้มเขียวขจีที่พริ้วไหวตามสายลมยามค่ำคืน ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนสงบสุขนั้น กลับมีเงาร่างสีดำกลุ่มหนึ่งนับสิบชีวิต กำลังลอบปีนกำแพงหินเข้ามาในเขตสวนส้มอย่างเงียบเชียบที่สุด พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับลิงลม มือถือมีดสั้นอาบยาพิษ พลางส่งสัญญาณมือให้กันเพื่อมุ่งตรงไปยังเรือนพักของหลินฟางโดยเฉพาะ
ทว่า... ก่อนที่เท้าคู่แรกจะแตะถึงพื้นดินภายในสวนส้ม เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นราวกับเสียงกลองศึกก็ดังขึ้นจากความมืดมิดรอบทิศทาง!
"บังอาจนัก!"
เสียงคำรามต่ำต้อยขององครักษ์เงากลุ่มพยัคฆ์ทมิฬดังสะท้อนก้อง พร้อมกับประกายคมดาบที่วับวามขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์ เงาดำลึกลับเหล่านั้นยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ ร่างของพวกมันก็ถูกกดทับลงกับพื้นดินด้วยแรงมหาศาลจนกระดูกแทบหักเป็นท่อนๆ!
ในขณะเดียวกัน ที่ระเบียงชั้นสองของเรือนพัก หลินฟางกำลังยืนจิบชาร้อนกรุ่นกลิ่นหอมละมุนที่ผสมผสานเกสรดอกส้มอย่างสบายใจอารมณ์ สายตากลมโตมองลงไปยังเบื้องล่างที่พวกสายลับถูกจัดการอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ทว่าทันใดนั้นเอง... สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับอีกสายหนึ่งที่สวมชุดคลุมสีทองปักลายหงส์ สวมหน้ากากเงินเดินฝ่าวงล้อมเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัวความตาย!
กลิ่นอายอันคุ้นเคยและเอกลักษณ์ของเข็มพิษโบราณที่ซัดตรงมายังหน้าต่างห้องของนาง ทำให้หลินฟางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"คนผู้นี้... ไม่ใช่สายลับของตระกูลขุนนางท้องถิ่น!" หลินฟางอุทานเบาๆ หัวใจกระตุกวูบ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 23
องครักษ์เงากับสวนส้ม
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!