กลิ่นหอมหวลของพริกหมาล่าและน้ำมันงาที่คั่วจนได้ที่ กำลังลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งเรือนครัวหลังน้อย แต่ทว่าบรรยากาศภายในห้องโถงกลับไม่ได้อบอุ่นน่ารับประทานเหมือนกลิ่นอาหารนั้นเลยแม้แต่น้อย
"เจ้าบอกข้าได้หรือไม่... หลินฟาง... ว่าเหตุใดส้มโอในสวนหลังบ้านของเจ้า ถึงได้โตเร็วกว่ากำหนดถึงสามเดือน แถมรสชาติยังหวานฉ่ำจนต่อให้เป็นผลไม้จากอุทยานหลวงก็ยังเทียบไม่ติด?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่น่าเกรงขามดังขึ้นจากบุรุษที่นั่งสงบนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อดี ฉินอวี้จวิน หรือ 'จวินหวัง' ผู้ทรงอิทธิพลที่ใครๆ ต่างก้มหัวให้ กำลังใช้สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองร่างบางของหญิงสาวที่กำลังงละมุนละม่อมอยู่กับการเคี่ยวซุปกระดูกหมู
หลินฟางชะงักมือที่กำลังถือทัพพีไม้เล็กน้อย หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจแต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับสามีในนามผู้ซ่อนคมเล็บไว้ใต้ท่าทีเยือกเย็น รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว
"ท่านพี่ช่างสังเกตยิ่งนักเจ้าค่ะ... สวนของข้ามีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่บรรพบุรุษสั่งสอนมา การใส่ใจพรวนดิน รดน้ำด้วยความรัก ย่อมทำให้พืชผลเติบโตได้ดีกว่าปกติเป็นธรรมดา ท่านคิดว่าข้ามีวิชามารอันใดอย่างนั้นหรือ?" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความท้าทายอยู่ในที
ฉินอวี้จวินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าวอย่างกดดัน กลิ่นอายบุรุษสูงศักดิ์แผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง มือหนายื่นออกไปปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนของนางออกอย่างแผ่วเบา ทว่าแววตากลับลึกล้ำจนคาดเดาไม่ได้
"ความรักอย่างนั้นหรือ...? ข้าเองก็ดูแลเจ้าด้วยความรักเช่นกัน ไฉนเลยร่างกายของข้าถึงไม่เห็นเติบโตงอกงามและหวานล้ำขึ้นบ้างเล่า... หืม?"
คำเย้าแหย่ที่เจือความจริงจังทำเอาหลินฟางเกือบสำลักน้ำลาย นางถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างจากแผงอกกว้างที่โน้มลงมาใกล้เกินความจำเป็น ยัยวิศวกรเกษตรอย่างนางผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก แต่กลับต้องมาเสียอาการให้กับสามีเจ้าเล่ห์ผู้นี้ทุกทีสิน่า!
"ท่านพี่อย่ามาล้อเล่นนะเจ้าค่ะ! หากไม่มีอะไรแล้ว... เชิญไปรอที่โต๊ะอาหารเถอะค่ะ ข้ากำลังทำ 'ไก่ผัดพริกแห้งเสฉวน' เมนูเด็ดที่จะทำให้ท่านลืมไม่ลงทีเดียว" นางรีบเบี่ยงประเด็น พยายามซ่อนความพิรุธไว้ใต้ท่าทีคล่องแคล่วในการทำอาหาร
แต่มือหนากลับคว้าข้อมือนางไว้เบาๆ ไม่ยอมให้หลบเลี่ยง ปลายนิ้วกร้านศึกสัมผัสชีพจรที่เต้นระรัวของนางผ่านผิวเนื้อ
"ข้าไม่ได้ล้อเล่น หลินฟาง..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "ข้ารู้ว่าเจ้ามีความลับ... ความลับที่ทำให้คนตระกูลหลี่ที่เคยรังแกเจ้าต้องล้มละลายในชั่วข้ามคืน และความลับที่ทำให้พืชผลในมือเจ้ากลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่พวกขุนนางกราบกรานอยากได้... ข้าไม่สนหว่าเจ้าได้มันมาจากไหน แต่ข้าเตือนด้วยความหวังดีว่า... มีสายตาอีกหลายคู่กำลังจ้องมองความลับนี้อยู่... และพวกมันไม่ได้ใจดีเหมือนข้า"
บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบงันลงทันที คำเตือนจากปากของจวินหวังทำให้หลินฟางตระหนักได้ทันทีว่า โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องทำมาค้าขายหรือตบหน้าชาวบ้านใจร้าย แต่มันคือสนามการเมืองและการแย่งชิงอำนาจที่อันตรายยิ่งนัก
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันด้วยความตึงเครียด กลิ่นหอมฉุนของพริกและเครื่องเทศที่กำลังเดือดพล่านในกระทะก็ส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทว่าก่อนที่หลินฟางจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดเพื่อทำลายความเงียบ เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านหน้าก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงและเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของชาวบ้าน
"คุณหลิน!แย่แล้วเจ้าค่ะ! ทางการ... ทางการจากอำเภอส่งคนมาปิดล้อมสวนของท่านแล้วเจ้าค่ะ!"
หลินฟางเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หันขวับไปสบตากับฉินอวี้จวินที่เวลานี้ประกายตากลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ในขณะที่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว...
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับสวนส้มปลายฟ้านะคะ
เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 10
ถูกจับจ้องโดยผู้มีอิทธิพล
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!