เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 11

การเจรจาธุรกิจแบบใหม่

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
เสียงกระแทกถ้วยชาเคลือบหยกกระทบโต๊ะไม้เนื้อดีดัง *'เคร้ง'* สะท้อนก้องไปทั่วห้องรับรองส่วนตัวของเหลาอาหารชื่อดังประจำเมือง ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เถ้าแก่เหลียง เจ้าของเหลาอาหารผู้มีพุงพลุ้ยและใบหน้ามันเยิ้ม ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนทั้งสองด้วยสายตาสั่นระริก "นี่... นี่มันเรื่องเข้าใจผิดกันชัดๆ ข้าไม่ได้มีเจตนาจะกดราคาผลผลิตของแม่นางหลินเลยแม้แต่น้อย!" เถ้าแก่เหลียงรีบละล่ำละลักแก้ตัว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับ เมื่อครู่เขายังวางท่าถือดี คิดจะเอาเปรียบสองสามีภรรยาคู่นี้ด้วยการกดราคาลงครึ่งหนึ่งโดยอ้างว่าผักผลไม้ของพวกนางล้นตลาด แต่ตอนนี้สถานการณ์กลับพลิกผันราวกับพลิฝ่ามือ หลินฟางเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย หันขวับไปสบตากับฉินอวี้จวินที่เวลานี้ประกายตากลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ในขณะที่มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว... รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความอบอุ่นแม้แต่น้อย หากแต่เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ฉินอวี้จวินไม่ได้กล่าววาจาใดๆ เขาเพียงแค่เคาะนิ้วเรียวยาวลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะช้าๆ ทว่าทุกครั้งที่ปลายนิ้วกระทบเนื้อไม้ กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับลงบนอกของเถ้าแก่เหลียง ชายหนุ่มปรายตามองตั๋วแลกเงินมูลค่ามหาศาลที่ถูกโยนลงบนโต๊ะเมื่อครู่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงไอสังหารจางๆ "เข้าใจผิดงั้นหรือ? เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านบอกว่า ผลไม้เกรดพรีเมียมเหล่านี้เป็นเพียงของไร้ค่าที่เก็บมาจากข้างทางสินะ ถ้าเช่นนั้น... สินค้าล็อตนี้ของภรรยาข้า ก็คงไม่มีค่าพอที่จะให้เหลาอาหารอันดับหนึ่งของท่านซื้อหาไปเช่นกัน กระบี่ของข้าช่วงนี้ไม่ได้กินเลือดมานานแล้ว ไม่รู้ว่าคอของเถ้าแก่เหลียงจะเหนียวสักแค่ไหนกันเชียว" คำพูดราบเรียบแต่แฝงการคุกคามอย่างชัดเจนนั้น ทำให้เถ้าแก่เหลียงเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นแทบจะในทันที ใครเล่าจะไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้คือใคร แม้ภายนอกเขาจะสวมใส่ชุดผ้าฝ้ายเรียบง่ายเพื่อตามภรรยามาทำFการค้าในเมือง แต่รัศมีอำนาจและความเหี้ยมเกรียมที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่นั้น ไม่ใช่สิ่งที่พ่อค้าหน้าเงินอย่างเขาจะต่อกรได้เลย หลินฟางลอบถอนหายใจเบาๆ นางป้องปรามสามีด้วยการเอื้อมมือไปแตะแขนเสื้อเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง ก่อนจะก้าวออกมารับหน้าด้วยรอยยิ้มการค้าที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสะสวย นางเป็นวิศวกรเกษตรจากโลกอนาคต เรื่องการเจรจาต่อรองและการบริหารจัดการผลผลิต ย่อมเหนือชั้นกว่าคนยุคนี้หลายขุมนัก "เถ้าแก่เหลียงลุกขึ้นเถอะค่ะ ไม่ต้องตกใจไป สามีของข้าก็เป็นคนเช่นนี้แล รักภรรยาจนตาบอด มักจะหงุดหงิดทุกครั้งที่มีคนพยายามเอาเปรียบครอบครัวของเรา" หลินฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับคมกริบ "แต่พวกเราไม่ได้มาเพื่อฆ่าแกงใคร เรามาเพื่อทำธุรกิจ" นางกวาดสายตามองไปรอบห้องรับรอง ก่อนจะหยิบผลส้มสีทองอร่ามลูกใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมหวานสดชื่นออกมาจากตะกรบไม้ไผ่ที่นางถือมาด้วย ผลส้มนี้ผ่านการบำรุงด้วยน้ำวิเศษในมิติลับของนาง ผิวเปลือกเรียบเนียน เนื้อแน่นฉ่ำน้ำ และมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งนางตั้งใจนำมาเสนอขายเป็นแห่งแรก "ท่านก็น่าจะรู้ดีว่า ผลผลิตจาก 'สวนส้มปลายฟ้า' ของเราไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่รสชาติและคุณภาพนั้นยอดเยี่ยมชนิดที่หาไม่ได้จากที่ไหนในแคว้นนี้ หากท่านปฏิเสธสัญญาฉบับนี้ เกรงว่า... เหลาอาหารคู่แข่งของท่านอย่าง 'หอหอมหมื่นลี้' คงจะอ้าแขนรับพวกเราด้วยความยินดีอย่างยิ่งกระมังคะ?" คำพูดของหลินฟางเปรียบเสมือนหมัดฮุกตรงเข้าที่คางของเถ้าแก่เหลียง หอหอมหมื่นลี้คือคู่แข่งคู่อาฆาต หากพวกเขารับส้มวิเศษเหล่านี้ไปครองแต่เพียงผู้เดียว เหลาอาหารของเขาคงต้องสูญเสียลูกค้าชนชั้นสูงไปจนหมดสิ้นแน่ เถ้าแก่เหลียงรีบคลานเข้าไปใกล้ ลนลานจนแทบจะกราบกราน "แม่นางหลิน! ได้โปรดเมตตา! ข้าตาบอดเอง ข้าตาถั่วเอง! สัญญา... สัญญาตามที่ท่านเสนอมาทุกประการ! ซื้อเหมาหมด! ไม่สิ... ข้าขอเพิ่มราคาให้อีกสองส่วน! ขอเพียงท่านส่งผลผลิตให้เหลาของเราเป็นเจ้าแรกแต่เพียงผู้เดียว!" หลินฟางปรายตามองสัญญาฉบับใหม่ที่ถูกเลื่อนเข้ามาใกล้ นางอ่านทวนข้อความอย่างรวดเร็วด้วยความพึงพอใจ เงื่อนไขทั้งหมดเป็นประโยชน์ต่อสวนส้มของนางอย่างยิ่ง ทั้งราคาผูกขาด การันตีจำนวนการซื้อ และการจ่ายเงินสดล่วงหน้า "ดีค่ะ ในเมื่อเถ้าแก่มีความจริงใจเช่นนี้ เราก็ตกลงตามนี้" หลินฟางหยิบตราประทับไม้แกะลายประจำตัวออกมากดลงบนกระดาษสัญญาอย่างมั่นใจ "สัญญาการค้าแลกเปลี่ยนผลผลิตระหว่างเรา ถือว่ามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป หวังว่าเราจะร่วมมือกันได้อย่างราบรื่นนะคะ" เมื่อจัดการธุระเรื่องสัญญาเสร็จสิ้น สองสามีภรรުރก็ก้าวเดินออกมาจากเหลาอาหารท่ามกลางสายตาหวาดหวั่นระคนนับถือของผู้คนรอบข้าง ฉินอวี้จวินเอื้อมมือมาโอบเอวบางของภรรยาไว้หลวมๆ ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าจากการเจรจาธุรกิจอันยาวนานได้เป็นอย่างดี "ภรรยาเก่งกาจถึงเพียงนี้ ข้าคงต้องหาของรางวัลมาปรนเปรอเจ้าเสียหน่อยแล้วกระมัง" ฉินอวี้จวินก้มลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือแววเจ้าเล่ห์ หลินฟางค้อนใส่เขาเบาๆ วงหน้าเนียนแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย "ท่านนี่นะ วันๆ คิดแต่จะเปย์ข้า ร่างกายนี้ของข้าชักจะถูกท่านตามใจจนเสียคนไปทุกทีแล้วนะคะ" "ตามใจเมียตัวเอง ผิดตรงไหนกัน" เขาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะพาภรรยาเดินลัดเลาะไปตามถนนสายการค้าเพื่อหาซื้อวัตถุดิบทำอาหารมื้อเย็นฉลองความสำเร็จในวันนี้ ทว่าขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวเข้าร้านขายสมุนไพรหายาก เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาคนหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าฉินอวี้จวินเสียก่อน สีหน้าขององครักษ์หนุ่มเคร่งเครียดจนน่ากลัว เขากระซิบรายงานเสียงเบา แต่ทว่าหลินฟางกลับได้ยินทุกคำอย่างชัดเจน "เรียนท่านจวินหวัง... สายสืบจากเมืองหลวงส่งข่าวมาด่วน พญาอินทรีโลหิตแห่งแดนเหนือเคลื่อนไหวแล้ว และเป้าหมายที่มันกำลังมุ่งหน้าไป... คือ 'หุบเขาไผ่เขียว' ที่ตั้งของแปลงเกษตรลับท่านหญิง..." รอยยิ้มพึงใจบนใบงามของหลินฟางแข็งค้างไปในทันที ในขณะที่แววตาของฉินอวี้จวินแปรเปลี่ยนเป็นประกายเพลิงโลกันตร์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้าในพริบตาเดียว! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%