เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 4

ปะทะลูกพี่ลูกน้องจอมตะกละ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
กลิ่นเหม็นไหม้ของโครงไม้ไผ่ผสมกับกลิ่นสาบของเศษฟางเปียกชื้นโชยเข้าจมูกจนหลินฟางต้องขมวดคิ้วมุ่น ภาพควันสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามสายไม่ได้ทำให้หญิงสาวตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกอย่างที่พวกมันคาดคิด ตรงกันข้าม แววตากลมโตคู่นั้นกลับทอประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก นางสาวเท้าก้าวเร็วจนชายกระโปรงผ้าหยาบสะบัดพลิ้ว ร่างเพรียวบางพุ่งตรงไปยังบริเวณแปลงผักสมุนไพรที่นางเพิ่งลงมือเพาะปลูกด้วยน้ำพักน้ำแรง ทว่าจุดที่เกิดควันไฟหาใช่ตัวบ้านหลักไม่ หากแต่เป็นเพิงเก็บฟืนและเครื่องมือเกษตรหลังเก่าที่นางตั้งใจจะปรับปรุงเป็นโรงเรือนเพาะชำต่างหาก "โอייה! ให้ตายสิ ไฟไหม้เรือนเพาะปลูกของนังตัวซวยนี่แล้ว! ใครก็ได้ช่วยด้วย บ้านจะไหม้หมดแล้ว!" เสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตกดังแผดมาจากร่างท้วมของหลินชุ่ยฮวา ลูกพี่ลูกน้องฝั่งลุงใหญ่ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวจอมตะกละของร่างเดิม นางกำลังยืนเท้าสะเอวทำทีเป็นตื่นตกใจ แต่รอยยิ้มหยันที่มุมปากและสายตาที่เหลือบมองแปลงผักของหลินฟางอย่างหมายมาดกลับฟ้องชัดเจนทุกอย่าง ยิ่งไปกว่านั้น ข้างกายของนางยังมีเจ้าอ้วนฉี บุตรชายวัยสิบขวบที่กำลังใช้ไม้เขี่ยกองขี้เถ้าเล่นอย่างสนุกสนาน พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะคิกคักชอบใจ หลินฟางหยุดยืนห่างจากคนทั้งสองเพียงไม่กี่ก้าว นางไม่ได้ส่งเสียงโวยวายหรือวิ่งกระวนกระวายอย่างที่หลินชุ่ยฮวาจินตนาการไว้ มือเรียวบางยกขึ้นกอดอก ดวงตาคู่สวยกวาดมองสภาพความเสียหายอย่างใจเย็น เพิงไม้ไผ่ถูกไฟเผาไหม้ไปเพียงมุมเล็กๆ เนื่องจากนางไหวตัวทันและเคยติดตั้งระบบระบายน้ำขนาดเล็กไว้รอบแปลงผักตั้งแต่เมื่อวาน น้ำในร่องสวนจึงซึมขึ้นมาช่วยดับความร้อนไว้ได้ทันท่วงที "พี่ชุ่ยฮวาดูมีความสุขเสียจริงนะคะ ถึงกับลงทุนจุดไฟเผาเพิงเก็บฟืนบ้านข้าเพื่อต้อนรับแขกหรืออย่างไร?" เสียงหวานใสดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบ แม้จะเจือแววเย้ยหยัน แต่น้ำเสียงกลับราบเรียบจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง หลินชุ่ยฮวาหันขวับมา สีหน้าตกใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดในทันที นางเชิดหน้าขึ้นแล้วถลึงตาใส่ "นังสารเลว หลินฟาง! เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร! ข้ากับลูกแค่เดินผ่านมาแล้วเห็นควันขึ้น จึงหวังดีจะมาช่วยดับไฟต่างหากเล่า! เจ้ามันคนเนรคุณ เห็นพี่สาวหวังดีกลับเอาแต่ใจใส่ร้าย!" "หวังดี?" หลินฟางแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว แรงกดดันประหลาดแผ่ออกจากร่างเพรียวบางจนหลินชุ่ยฮวาเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "หวังดีถึงขั้นถือคบเพลิงเดินวนรอบเพิงฟืนสามรอบ แล้วโยนเศษผ้าชุบน้ำมันหมูเข้าไปข้างในอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? สายตาของข้าอาจจะแย่ แต่ก็ไม่ได้บอดสนิทถึงขนาดมองไม่เห็นว่าใครทำอะไร!" เจ้าอ้วนฉีที่ยืนอยู่ข้างมารดาเริ่มหน้าถอดสีเมื่อถูกจี้ใจดำ เด็กชายปล่อยท่อนไม้ในมือทิ้งแล้วหลบหลังมารดา "ท่านแม่... ข้าเจ็บตา... นังนี่มันน่ากลัว..." "เจ้าเด็กปากดี!" หลินชุ่ยฮวาแผדเสียงแหลมกลบเกลื่อนความ ผิด นางสะบัดหน้าพรืดแล้วกadอกเชิดใส่ "ถึงข้าจะทำแล้วอย่างไรล่ะ! ที่ดินผืนนี้ ท่าทางโง่เง่าของเจ้ามันไม่มีปัญญาดูแลหรอกนะ! อีกอย่าง ท่านลุงกับท่านป้าก็ตกลงกันไว้แล้วว่า จะให้พี่ใหญ่ของข้ามาแต่งเข้าแล้วฮุบเอาสวนผลไม้กับที่ดินแปลงนี้ไปเสีย! เจ้าเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียว คิดจะขัดขวางตระกูลหลินอย่างนั้นรึ?" ความจริงถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้ยางอาย หลินฟางพยักหน้ารับช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หลินชุ่ยฮวาขนลุกซู่โดยไม่มีสาเหตุ ร่างอรชรไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น แต่นัยน์ตากลับฉายแววอันตรายลึกล้ำ "ตระกูลหลินงั้นหรือ..." หลินฟางทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบ "พวกท่านคงลืมไปแล้วกระมังว่า ตอนที่ข้าถูกขับไล่ออกจากบ้านโดยไม่มีแม้แต่เศษข้าวติดท้อง พวกท่านเป็นคนประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กับข้าต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านเองไม่ใช่หรือ? ตอนนี้เห็นสวนผลไม้เริ่มออกดอกออกผล ผลผลิตงอกงาม ก็เลยอยากจะหน้าด้านกลับมาฮุบเอาดื้อๆ อย่างนั้นสินะเพคะ" "นัง... นังเด็กเหลือขอ!" หลินชุ่ยฮวาหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัดที่ถูกจี้จุดดำ นางพุ่งเข้าหาหมายจะตบหน้าหลินฟางให้หายแค้น มืออวบอ้วนกางออกหมายจะข่วนให้เสียโฉม ทว่า หลินฟางหาใช่หญิงสาวอ่อนแอคนเดิมไม่! ด้วยสัญชาตญาณและทักษะการป้องกันตัวจากโลกยุคก่อน นางเบี่ยงตัวหลบการจู่โจมอย่างรวดเร็วราวกับปลาไหล มือเรียวคว้าจับข้อมือของหลินชุ่ยฮวาไว้แน่นก่อนจะบิดไปด้านหลังด้วยแรงที่ทำให้อีกฝ่ายร้องกรี๊ดลั่นราวกับหมูป่าถูกเชือด "โอ๊ย! เจ็บๆๆ! มือขจะหักแล้ว! ปล่อยนะ นังบ้านี่!" หลินชุ่ยฮวาโอดครวญลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด พยายามดิ้นรนสุดชีวิตแต่กลับขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับถูกคีมเหล็กหนาหนีบเอาไว้ "จำไว้ว่าที่นี่ไม่ใช่ตลาดสดในหมู่บ้านที่พวกท่านจะมาอาละวาดตามใจชอบ" หลินฟางโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างหู น้ำเสียงกระซิบนั้นเย็นเยียบจนหลินชุ่ยฮวาสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง "ถ้าพวกท่านยังกล้ามาเหยียบที่นี่เพื่อสร้างความเดือดร้อนอีกแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะไม่แค่หักข้อมือท่านแน่... แต่อาจจะทำให้ตระกูลหลินของพวกท่านไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอนจริงๆ!" หลินฟางสะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย จนหลินชุ่ยฮวาล้มคะมำไม่เป็นท่าไปกองกับพื้นดินเปื้อนขี้เถ้า เจ้าอ้วนฉีรีบวิ่งเข้าไปประคองมารดาพร้อมกับร้องไห้จ้าโฮลั่น "แม่! ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง! นังปีศาจ! ข้าจะฟ้องท่านพ่อให้มาเอาเรื่องเจ้า!" เด็กชายตะโกนลั่นด้วยความแค้นเคือง "เชิญตามสบาย" หลินฟางปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าของตนเองอย่างใจเย็น แววตากวาดมองสองแม่ลูกด้วยความสมเพชเวทนา "บอกพวกมันด้วยว่า หากอยากได้ที่ดินนัก ก็เตรียมเงินมาซื้อคืนในราคาตลาดสิบล้านอีแปะ ไม่อย่างนั้น... เตรียมตัวรับหมายศาลจากทางการข้อหาบุกรุกและวางเพลิงได้เลย!" คำขู่ที่จริงจังและเด็ดเดี่ยวทำให้หลินชุ่ยฮวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นางรู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนโง่งอมงายที่ยอมให้รังแกอีกต่อไปแล้ว แววตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวและไร้ความปรานีเสียยิ่งกว่านายอำเภอประจำตำบลเสียอีก เมื่อเห็นว่าขู่ไม่สำเร็จ สองแม่ลูกจึงได้แต่ประคองกันลุกขึ้น ลากสังขารหนีออกไปจากเขตสวนอย่างทุลักทุเล พร้อมกับเสียงสาปแช่งที่ดังไล่หลังมาไม่ขาดสาย หลินฟางถอนหายใจยาวเหยียด นางหันกลับมามองความเสียหายเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้น ก่อนจะยกมือแตะสร้อยข้อมือหยกโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อ มิติลับสั่นไหวเล็กน้อย ไอเย็นสบายแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายช่วยขจัดความเหนื่อยล้าให้มลายหายไปในพริบตา ในเมื่อพวกมันกล้าหาเรื่องนางก่อน ก็อย่าหาว่านางใจร้ายที่จะใช้ประโยชน์จากพืชพันธุ์กลายพันธุ์ในมิติลับมาสั่งสอนพวกมันให้หลาบจำบ้างก็แล้วกัน ขณะที่นางกำลังจะเดินกลับเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมมื้อเที่ยงเพื่อปลอบขวัญตนเอง กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อย่างซีיוผสานกับกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้นก็ลอยล่องมาตามสายลม เย็นย่ำปานนี้แล้ว ใครกันที่เป็นคนจุดเตาทำอาหารอยู่ในครัวของนาง? หลินฟางขมวดคิ้วด้วยความฉงน นางก้าวเท้าเดินย่องเบาไปยังห้องครัวหลังบ้าน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกะทันหัน แผ่นหลังกว้างสง่างามในชุดคลุมผ้าไหมสีดำปักลายด้ายเงินประณีตกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟ มือหนาข้างหนึ่งถือตะหลิวพลิกชิ้นเนื้อหมูสามชั้นที่กำลังส่งเสียงฉู่ฉ่าอย่างคล่องแคล่ว เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบครึ่งศีรษะด้วยปิ่นหยกขาว ท่าทางสง่างามราวกับเทพเซียนลงมาจุติในครัวบ้านนอกซอมซ่อแห่งนี้ และเมื่อร่างสูงโปรดนั้นหันกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นละมุนละไมที่ส่งมาให้ หลินฟางก็แทบจะลืมหายใจ... ฉินอวี้จวิน! บุรุษผู้ควรจะอยู่จวนอ๋องห่างออกไปนับร้อยลี้ เหตุใดจึงมาApronสวมผ้ากันเปื้อนยืนทำอาหารรอรับนางอยู่ตรงนี้ได้เล่า! "กลับมาแล้วหรือภรรยาข้า..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยขึ้น พร้อมกับช้อนเงินที่ตักแกงเดือดปุดๆ ขึ้นเป่าเบาๆ "อาหารเที่ยงวันนี้... ข้าตั้งใจทำเมนูโปรดของเจ้าเป็นพิเศษ หวังว่าจะถูกปากพอนะ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกษตรสาวกับเจ้าของสวนผลไม้ผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%