ทายาทตระกูลดังกับดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้ไม่แยแส•ตอนที่ 2

ประกาศิตจากอดีตภรรยา

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้กฤษณาอบอวลอยู่ในห้องรับรองพิเศษของแกลเลอรีชื่อดัง ลีลาวดี ยืนสง่นิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ มือเรียวภายใต้ถุงมือผ้าลูกไม้สีดำสนิทกำลังจัดระเบียบปกเสื้อสูทผ้าไหมอิตาลีของนายแบบหนุ่มคนสุดท้ายด้วยความพิถีพิถัน แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงมาขับเน้นให้ร่างระหงในชุดเดรสเข้ารูปสีมรกตดูโดดเด่นราวกับราชินีผู้กุมชะตากรรมของคนทั้งห้อง ทว่าความนิ่งงันของเธอกลับถูกรบกวนด้วยเงาสะท้อนจากกระจก—เงาร่างสูงใหญ่ของชายผู้ซึ่งเธอเคยปรารถนาจะลบเลือนออกไปจากสารบบความทรงจำตลอดกาล “คุณลี... ผลงานคอลเลกชันนี้งดงามจนผมเกือบจะละสายตาไม่ได้เลย” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่ฉวยโอกาสเอื้อมมาแตะข้อศอกเรียวของเธอ รณกร ยืนอยู่ตรงนั้น นัยน์ตาคมกริบทอประกายความโหยหาและสำนึกผิดอย่างปิดไม่มิด เขายังคงดูภูมิฐานและทรงอำนาจเช่นเดิมในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป หากแต่แววตาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาอย่างไร้หัวใจในอดีต บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและรaอคอยการให้อภัยจากหญิงสาวที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนป่นปี้ ลีลาวดีไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เธอเพียงแค่ปรายหางตามองเงาของเขาผ่านกระจก มุมปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่เปี่ยมล้นด้วยอำนาจการกดขี่ทางความรู้สึกอย่างเลือดเย็น “กรุณามือกวาดให้พ้นจากตัวฉันด้วยค่ะ คุณรณกร” น้ำเสียงหวานนุ่มทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnออกมาอย่างไม่แยแส เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาเต็มตา ลีลาวดีเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่สวยจดจ้องร่างสูงด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า—ความว่างเปล่าที่ทำร้ายจิตใจของอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ได้มากกว่าการกรีดร้องหรือตบตีเสียอีก รณกรชะงักไป มือที่ค้างอยู่กลางอากาศค่อยๆ ลดลงข้างลำตัวอย่างยากลำบาก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อกราวกับถูกของมีคมกรีดแทะ เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างฝืนทน เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าในเวลานี้ ไม่ใช่ลีลาวดีคนเดิมที่เคยนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนเตียงนอนกว้างใหญ่ในค่ำคืนที่เขาบอกปัดความสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย “ลี... ผมรู้ว่าผมเคยทำผิดพลาดมหันต์กับคุณ ผมรู้ว่าคำขอโทษเป็นสิ่งที่ไร้ค่าที่สุดในตอนนี้ แต่ได้โปรด... ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ได้ไหมครับ?” รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ร่องรอยความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าอดีตภรรยา ลีลาวดีหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้เขาช้าๆ กลิ่นกายหอมหวานเฉพาะตัวโชยปะทะนาสิกของรณกร จนอดีตสามีหนุ่มถึงกับลมหายใจสะดุด เผลอกำมือแน่นด้วยความปรารถนาที่พลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “แก้ตัวเหรอคะ?” ลีลาวดีทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเขา “คุณเอาสมองส่วนไหนคิดคะ ว่าคนที่เคยเหยียบย่ำความรู้สึกของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี จะมีสิทธิ์กลับมาเอ่ยคำว่า ‘โอกาส’ อีกครั้ง? ตอนที่คุณผลักไสไลส่งฉันออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ตอนที่คุณเลือกผู้หญิงคนอื่นและปล่อยให้ฉันต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและความเจ็บปวดลำพัง... คุณเคยถามหาโอกาสจากฉันบ้างไหมคะ?” วาจาเชือดเฉือนทุกคำพรั่งพรูออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ ทุกพยางค์ที่หลุดจากเรียวปากอิ่มเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่พุ่งเข้าปักอกรณกรจนเลือดอาบ เขาหน้าซีดเผือด ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจตลอดหลายปีที่ผ่านมาประเดประเด็นขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก “ลี... ผมสำนึกแล้ว ทุกสิ่งที่ผมทำลงไปมันคือความโง่เขลา... ผมยอมทำทุกอย่าง ขอแค่คุณยอมให้ผมได้ดูแลคุณอีกครั้ง” รณกรพยายามก้าวเข้าไปใกล้เพื่อจะคว้ามือเธอมากุมไว้ แต่ลีลาวดีกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา “เก็บความกรุณาจอมปลอมของคุณไว้เถอะค่ะ เพราะตอนนี้ สำหรับฉันแล้ว... คุณก็เป็นแค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งที่บังเอิญเดินเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันเท่านั้น และถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวรบกวนเวลาทำงานของฉัน ฉันคงต้องให้ระบบรักษาความปลอดภัยเชิญคุณออกไปข้างนอก... ด้วยความอัปยศอดสูที่สุด” คำพูดตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยทำให้รณกรนิ่งงั้นไป เขาช็อกจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนมองหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นภรรยาในนาม บัดนี้เธอกลับกลายเป็นดีไซเนอร์สาวทรงอิทธิพลผู้สูงส่งและเย่อหยิ่งเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นพร้อมกับเสียงทุ้มของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูกระจก “มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับคุณลี? พอดีผมเห็นแขกไม่ได้รับเชิญคนนี้ยืนเกะกะอยู่แถวนี้ นึกว่าหมาวัดหลงเข้ามาเสียอีก” ธนัตถ์ นักลงทุนหนุ่มไฟแรงผู้กุมเม็ดเงินมหาศาลในวงการแฟชั่น ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างลีลาวดีอย่างสนิทสนม มือหนาถือวิสาสะโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้หลวมๆ พร้อมกับส่งสายตาท้าทายและเย้ยหยันไปยังรณกรอย่างเปิดเผย รณกรหันขวับไปมองมือของธนัตถ์ที่วางอยู่บนเอวของลีลาวดี เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาทันที ความหึงหวงและโทสะพวยพุ่งขึ้นจนดวงตาดำมืดสนิท เขากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน บรรยากาศรอบตัวคุตกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของสงครามประสาทที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ลีลาวดีไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของธนัตถ์ เธอกลับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับนักลงทุนหนุ่ม ท่าทีสนิทสนมนั้นแทงใจดำรณกรจนแทบกระอักเลือด “ไม่มีอะไรหรอค่ะคุณธนัตถ์ แค่แมวข้างถนนที่จำกลิ่นเจ้าของไม่ได้ เลยพยายามจะกลับมาเห่าหอนแถวนี้เท่านั้นเองค่ะ” ลีลาวดีเอ่ยตอบเสียงใส โดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด รณกรขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกรอด เขาก้าวเท้าพรวดพราดเข้าไปหมายจะกระชากตัวอดีตภรรยาให้หลุดพ้นจากการโอบกอดของไอ้หน้าอ่อนนี่ ทว่าจังหวะนั้นเอง ประตูห้องรับรองด้านหลังก็เปิดผางออก พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวสี่ขวบในชุดสูทเด็กตัวจิ๋ววิ่งดุ๊กๆ เข้ามาโผกอดชายกระโปรงของลีลาวดีอย่างออดอเซาะ “คุณแม่ครับ! น้องกรณ์หิวน้ำจังเลย คุณแม่สัญญาว่าจะพาไปกินไอศกรีมหลังเลิกงานไม่ใช่เหรอครับ?” เสียงใสแจ๋วของเด็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รณกรที่กำลังจะพุ่งเข้ามาถึงตัวหยุดชะงักกึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระบาล ร่างสูงแข็งทื่อราวกับรูปปั้น ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อก้มลงมองใบหน้าน้อยๆ ของเด็กชายคนนั้น—ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับบทที่ 2 นี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้ไม่แยแส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%