กลิ่นอายของชาแนลนัมเบอร์ไฟว์ระคนไปกับกลิ่นอายความสำเร็จคละคลุ้งอยู่ทั่วพื้นที่จัดแสดงแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ รันเวย์ตัววายทอดยาวท่ามกลางแสงไฟสปอตไลท์สีขาวนวลที่สาดส่องลงมากระทบผืนผ้าไหมชั้นดี ความโกลาหลเบื้องหลังเวทีถูกขับเคลื่อนด้วยความกดดันระดับสูงสุด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาคู่คมกริบของรณกรได้เลยแม้แต่น้อย
ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บประณีตสั่งตัดพิเศษยืนพิงเสาหินอ่อนสีดำสนิทอย่างไร้ความเคลื่อนไหว สายตาของอดีตนักธุรกิจหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงอุตสาหกรรมกำลังจดจ้องไปยังร่างระหงของใครบางคน—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันมีค่าพอจะให้อยู่ในสายตา แต่วันนี้... เธอกลับยืนอยู่ ณ จุดสูงสุดของความเจิดจรัสในฐานะ "ดีไซเนอร์มือหนึ่ง" ที่ใครต่อใครต่างก็ต้องโค้งคำนับ
ลีลาวดีในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นผิวพรรณผุดผ่อง ใบหน้าเรียวรูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่ทรงพลัง แววตาคู่สวยที่เคยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาแห่งความชอกช้ำในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสนิท เยชาชา และเต็มไปด้วยความถือดีที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่กล้าเข้ามาใกล้
"คุณกรครับ แขกผู้ใหญ่ทางฝั่งยุโรปเริ่มทยอยเข้าที่นั่งกันหมดแล้ว ทางเราจะให้..." เสียงทุ้มของเลขาหนุ่มขาดห้วงไปทันที เมื่อเห็นสายตาของเจ้านายที่กำลังทอดมองไปยังเบื้องหน้า
รณกรโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีไม่เคยละไปจากเป้าหมาย หัวใจที่เคยด้านชาและถูกแช่แข็งด้วยความทะนงตนในอดีต กลับเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ทุกย่างก้าวที่ลีลาวดีเดินตรวจความเรียบร้อยของเหล่านางแบบ ราวกับมีแม่เหล็กทรงพลังคอยดึงดูดสายตาของเขาให้ติดตามไปทุกกระเบียดนิ้ว
เขากลืนก้อนความขมขื่นลงคออย่างยากลำบาก ภาพอดีตเมื่อสามปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในห้วงความคิด—ภาพวันที่เธอก้มลงกราบกรานขอความเห็นใจ วันที่เขาผลักไสเธอออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย พร้อมกับเอกสารหย่าร้างที่ถูกโยนใส่หน้าอย่างไม่แยแส ใครจะคาดคิดว่าเพชรเม็ดงามที่เขาเหยียบย่ำอย่างไม่ใยดี จะเติบโตและส่องประกายเจิดจ้าจนแม้แต่เขา... ผู้ซึ่งมีพร้อมทุกอย่าง ยังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงแค่เศษธุลีที่ยืนมองดูดาวบนฟ้า
เมื่อการตรวจความเรียบร้อยเสร็จสิ้น ลีลาวดีหมุนตัวกลับเพื่อเดินไปยังห้องรับรองพิเศษ ทว่าย่างก้าวของเธอกลับต้องชะงักงัน เมื่อพบว่าร่างสูงใหญ่ของใครบางคนกำลังยืนขวางทางเดินแคบๆ เอาไว้
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นจมูกที่เธอเคยเกลียดชังโชยปะทะเข้ามาในโสตประสาท ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความโหยหาอย่างปิดไม่มิด ริมฝีปากบางเฉียบเหยียดยิ้มเยาะหยันออกมาทันที โดยไม่มีความหวาดหวั่นเจือปนแม้แต่น้อย
"หลบด้วยค่ะ... คุณรณกร"
น้ำเสียงหวานใสแต่นิ่งเรียบ ไร้ซึ่งความยินดียินร้าย ราวกับเขากลายเป็นเพียงอากาศธาตุหรือคนแปลกหน้าข้างทางที่ไม่มีความหมายใดๆ ในชีวิตของเธออีกต่อไป
รณกรขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอยิ่งทำให้หัวใจที่ด้านชามานานแสนนานสั่นระรัว เขาพยายามจะเอ่ยคำพูดที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจมาแรมปี แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่
"ลี..." เสียงของเขากล่าวเรียกชื่อเธอแผ่วเบา เต็มไปด้วยความร้าวรานและอ้อนวอนอย่างที่ผู้ชายหยิ่งผยองอย่างรณกรไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "เรา... ขอคุยกันหน่อยได้ไหมครับ"
"เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะ" ลีลาวดีสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีดำสนิทวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความทรงจำสีเลือด "สถานะระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเซ็นใบหย่าให้ฉันแล้วนะคะคุณกร หรือว่าความจำของคุณมันเสื่อม จนลืมไปแล้วว่าเคยทำอะไรกับฉันไว้บ้าง"
"ลี... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าผมเคยทำลายคุณมากแค่ไหน แต่ขอโอกาสให้ผมได้..."
"โอกาสเหรอคะ?" ลีลาวดีหัวנסเสียงแผ่วในลำคอ รอยยิ้มเยาะเย้ยบนเรียวปากสวยบาดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง "คนที่ไม่มีหัวใจอย่างคุณ ไม่คู่ควรกับโอกาสอะไรทั้งนั้นค่ะ หลีกทางด้วย ฉันต้องไปเตรียมตัวสำหรับงานสำคัญ... และกรุณาอย่าทำตัวรุ่มร่ามในพื้นที่ส่วนตัวของฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะให้เจ้าหน้าที่เชิญคุณออกไป"
คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดกรีดลงบนเนื้อสดๆ ทำให้รณกรเจ็บแปลบไปทั้งอก แต่ความเจ็บปวดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกสำนึกผิดที่กัดกินจิตใจเขามาตลอดสามปี เขาเอื้อมมือหนาหมายจะคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้เพื่อยื้อรั้ง
"ปล่อยค่ะ!" ลีลาวดีสะบัดแขนหนีอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อน แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์จนรณกรต้องชะงักมือค้างกลางอากาศ
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังตึงเครียดจนแทบขาดใจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างสูงโปรดของชายหนุ่มอีกคนในชุดสูทร่วมสมัยที่ก้าวเข้ามาโอบเอวบางของลีลาวดีไว้อย่างสนิทสนม
"มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับคุณลี? ให้ผมช่วยจัดการอะไรให้ไหม" ธนัตถ์ นักลงทุนหนุ่มไฟแรงผู้กุมเม็ดเงินมหาศาล เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับส่งสายตาท้าทายไปยังรณกรอย่างเปิดเผย
รณกรหรี่ตาลงมองมือหนาของไอ้หน้าอ่อนที่วางอยู่บนเอวของอดีตภรรยา เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาด้วยความหึงหวงและโทสะที่พุ่งพล่านจนแทบระเบิด บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งสงครามประสาทที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
ลีลาวดีไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสของธนัตถ์ เธอปรายตามองรณกรด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ซัดเข้ากลางใจอดีสามีอย่างจัง
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณนัตถ์... แค่หมาจรจัดแถวนี้มันจำทางกลับบ้านไม่ได้ ก็เท่านั้นเองค่ะ"
สิ้นคำพูดนั้น ลีลาวดีก็ซอรตัวเดินเคียงคู่ไปกับธนัตถ์อย่างไร้เยื่อใย ปล่อยให้รณกรยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือด ความหึงหวง ความเจ็บปวด และความแค้นที่อัดแน่นผสมปนเปกันอยู่ในอก แต่นั่นยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความตกตะลึง
เมื่อจังหวะที่ลีลาวดีก้าวผ่านประตูห้องรับรองวีไอพี ประตูบานนั้นเปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างป้อมเล็กของเด็กชายวัยประมาณสามขวบคนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาสวมกอดขาเรียบร้อยของเธอ พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่เอ่ยเรียกคำสัตย์ซื่อ
"หม่าม้าฮะ... น้าคริสบอกว่าโชว์ใกล้เริ่มแล้ว หม่าม้าเก่งที่สุดเลยฮะ!"
ดวงตากลมโตเป็นประกายและโครงหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองราวกับแกะ ทำเอารณกรถึงกับยืนแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับบทแรกนี้นะคะ
ทายาทตระกูลดังกับดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้ไม่แยแส•ตอนที่ 1
รอยต่อของความหยิ่งยโส
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้ไม่แยแส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!