แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองอย่างจงใจ แรงปะทะนั้นส่งผลให้กาแฟดำในแก้วกระเซ็นเป็นละอองเล็กน้อย ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นจากร่างแบบชุดโอตกูตูร์ที่กำลังแก้รายละเอียดด้วยความประณีต ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบหน้าอันเย่อหยิ่งสะท้อนภาพของชายผู้เป็นเจ้าของเงาอดีตอันแสนเจ็บปวด... รณกร
“คุณไม่มีสิทธิ์เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉันค่ะ รณกร” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยกำแพงหนาเตอะที่ถูกก่อขึ้นจากน้ำตาในวันเก่า
ชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงระยับไม่fยี่ห้อต่อความรังเกียจที่ฉายชัดในแววตาของอดีตภรรยา เขายังคงยืนค้ำฟ้าด้วยท่าทีองอาจและเย่อหยิ่งตามนิสัย ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับไหววับด้วยความเจ็บปวดระคนโหยหาที่เขาพยายามกดมันเอาไว้ภายใต้หน้ากากนักธุรกิจผู้ไร้ความปรานี
“ถ้าฉันไม่มีสิทธิ์... แล้วใครจะมีสิทธิ์ล่ะ ลี” รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนร่างสูงใหญ่ทาบทับพื้นที่ของเธอ “แบรนด์ ‘Lila Couture’ ของเธอกำลังจะไปได้สวย แต่ก็น่าเสียดายนะ... ที่คู่ค้าทางธุรกิจรายใหญ่ที่สุดในยุโรปเพิ่งถอนทุนออกไปเมื่อเช้านี้”
หัวใจของลีลาวดีกระตุกวูบ แต่วินัยและความอีโก้สูงส่งทำให้เธอไม่ยอมแม้แต่จะกะพริบตาตื่นตระหนกให้เขาเห็น เธอวางปากกาในมือลงอย่างช้าๆ แล้วเงยหน้าสบตากับเขาตรงๆ
“ฝีมือคุณสินะคะ” เธอยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคนมอง “ใช้อำนาจเงินและอิทธิพลบีบคั้นคู่ค้าของฉัน เพื่อบีบให้ฉันต้องจนมุมสินะคะ... คุณนี่มันไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ รณกร ยังคงเป็นผู้ชายใจร้าย เห็นแก่ตัว และใช้อำนาจกดขี่คนอื่นเหมือนในวันที่เราหย่ากันไม่มีผิด”
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในอกของรณกร ราวกับมีใบมีดนับพันกรีดซ้ำลงบนแผลเก่าที่ยังไม่ตกสะเก็ด เขาจำได้ดี... วันที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไม่ใยดี วันที่เขาเห็นหยาดน้ำตาของเธอดั่งหยดน้ำฝนไร้ค่า บัดนี้ หยดน้ำพวกนั้นย้อนกลับมากลายเป็นกรดกัดกินหัวใจเขาเอง
“ใช่... ฉันมันใจร้าย” รณกรกัดกรามแน่น ส,ันกรามคมสันขยับนูนด้วยแรงอารมณ์ เขาก้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างท้าวขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว nuan ของเธอ “แต่วิธีนี้... เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เธอยอมมองหน้าฉัน และรับฟังข้อเสนอของฉันไม่ใช่หรือไง”
“ฉันไม่สนใจข้อเสนออะไรทั้งสิ้น เชิญคุณออกไปจากห้องของฉันค่ะ!” ลีลาวดีลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พยายามรักษาความมั่นคงแม้ว่าขาเรียวภายใต้กระโปรงทรงสอบจะสั่นเทาเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่ปะทะกันอย่างรุนแรง
รณกรไม่ถอยหลัง กลับก้าวเข้าประชิดตัวเธออย่างไร้ช่องว่าง กลิ่นกายหอมเย็นผสมผสานกับความเร่าร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาล้อมกรอบเธอไว้ทุกด้าน ฝ่ามือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเล็กที่พยายามจะผลักไสเขา แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะไม่ยอมปล่อยให้เธอหนีไปไหนได้อีก
“ข้อเสนอของฉันคือ... ร่วมงานกับบริษัทของฉัน เซ็นสัญญาสามปีผูกขาดคอลเลกชันใหม่ทั้งหมด และแลกกับการที่ฉันจะอัดฉีดทุนสำรองให้แบรนด์ของเธอเติบโตระดับโลก” รณกรกระซิบชิดริมใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าสั่นพร่าด้วยแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าเมื่อได้สัมผัสผิวกายเธออีกครั้ง “หรือ... จะปล่อยให้แบรนด์ที่เธอรักและสร้างมันมาด้วยหยาดเหงื่อพังทลายลงคามือฉัน... เลือกเอาสิ ลี”
“คุณมันปีศาจ!” ลีลาวดีหอบหายใจด้วยความโกรธ ดวงตากลมโตคลหน่วยน้ำตาแต่เธอสะกดกลั้นมันไว้สุดชีวิต “คิดว่าฉันจะยอมก้มหัวให้คุณเหยียบย่ำซ้ำสองเหรอคะ ฝันไปเถอะ!”
“ปีศาจตนนี้แหละที่จะทำร้ายเธอ และก็จะเป็นคนเดียวที่จะกอดปลอบเธอในเวลาเดียวกัน”
สิ้นคำพูด รณกรก็รวบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาประชิดแนบกายอย่างรวดเร็ว ลีลาวดีอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือบางระดมทุบลงบนอกแกร่งเพื่อขัดขืน ทว่าแรงอันน้อยนิดกลับไม่ระคายผิวของอดีตสามีเลยแม้แต่น้อย เขาล็อกตัวเธอไว้ด้วยแขนเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างช้อนท้ายทอยบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นรับสัมผัส
ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี เป็นรสจูบที่ดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี ลีลาวดีพยายามเม้มปากแน่น ปฏิเสธสัมผัสวาบหวามที่คอยแต่จะสั่นคลอนความตั้งใจอันแน่วแน่ของเธอ แต่รณกรช่ำชองและเจนจัดเกินกว่าจะปล่อยให้เธอปฏิเสธ เขาขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จนหญิงสาวต้องเผยอริมฝีปากออกด้วยความเจ็บแปลบ ลิ้นร้อนจึงแทรกซึมเข้าไปตักตวงความหวานล้ำที่เขาเคยทิ้งขว้างอย่างตะกละตะกลาม
รสจูบที่แปรเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้งวาบหวาม ร่างกายของลีลาวดีอ่อนระทวยลงไปครึ่งหนึ่ง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับสั่นไหวและทรยศเธอด้วยการเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ สัมผัสจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่ลูบไล้ไปตามแนวสันหลังภายใต้เสื้อสูทตัวนอก ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความคุ้นเคยในสรีระและกลิ่นกายปลุกเร้าไฟปรารถนาที่มอดไหม้ไปนานให้กลับลุกโชนขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่ากลัว
“อื้อ... ปล่อยนะ... รณกร” เสียงประท้วงเล็ดลอดออกมาได้เพียงเท่านั้น เมื่อเขาบดจูบลงมาหนักหน่วงยิ่งขึ้น มือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาบีบเคล้นสะโพกมนภายใต้กระโปรงแคบอย่างเร่าร้อนและจาบจ้วง ความต้องการของผู้ใหญ่ที่หิวกระหายการครอบครองพุ่งพล่านจนแทบควบคุมไม่ได้
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังร้อนระอุและไร้ซึ่งทางหลบหนี ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงใสของเด็กชายตัวน้อยวัยราวๆ สี่ขวบที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาพร้อมกับถุงกระดาษใส่ขนมในมือ
“คุณแม่ขา... น้องธ인กินไอติมหมดแล้วนะครั... อ๊ะ!”
ร่างเล็กๆ ชะงักกึก รณกรผละริมฝีปากออกจากลีลาวดีด้วยความตกใจ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างเมื่อหันไปมองเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้า ถอดแบบพิมพ์เดียวกับเขาออกมาราวกับส่องกระจกเงา ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ธนัตถ์ที่เพิ่งเดินตามเข้ามาเพื่อมารับลีลาวดีไปทานมื้อเที่ยงก็ยืนอ้างว้างอยู่ตรงหน้าประตู พร้อมกับเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม
“อ้าว... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะ ‘ข้อเสนอ’ สำคัญของคุณรณกรสินะครับ?”
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ
ทายาทตระกูลดังกับดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้ไม่แยแส•ตอนที่ 3
ข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธ
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทตระกูลดังกับดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้ไม่แยแส นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!