"ห่อกระดาษในมือของเจ้า ถ้าไม่ใช่ผงเร่งรากพืชชนิดพิเศษ ก็คงเป็นผงระคายเคืองผิวหนังที่ใช้โรยตามแปลงผักเพื่อกลั่นแกล้งกันสินะคะ, หลิวชุนฮวา"
น้ำเสียงของหลินหว่านราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวในห้องเก็บเสบียงหลังสหกรณ์หมู่บ้านพลوكัดค่างสงัดลงทันตาเห็น ร่างบางในชุดเสื้อผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตาไม่ได้ถอยหนีแม้แต่นصفก้าว ตรงกันข้าม แววตาดอกท้อคู่นั้นกลับพินิจพิเคราะห์คู่สนทนาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบไว้ด้วยความเฉยชา
หลิวชุนฮวา สะดุ้งเฮือกจนเกือบทำห่อกระดาษสีน้ำตาลร่วงหลุดมือ ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความมั่นใจบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของอดีตคู่หมั้นร่างเดิมซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกขณะเค้นเสียงปฏิเสธออกมาอย่างตะกุกตะกัก
"เจ้า... เจ้าพูดเหลวไหลอะไร! ฉัน... ฉันแค่ถือยาจีนบำรุงร่างกายของแม่..."
"ยาจีนบำรุงร่างกายที่ส่งกลิ่นฉุนของ ‘หญ้าหนามเมา’ ที่ใช้สำหรับกำจัดวัชพืชในนาข้าวอย่างนั้นหรือคะ?" หลินหว่านสาวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องในความเงียบ "น่าเสียดายจริงๆ ที่ความทรงจำเรื่องกลิ่นสมุนไพรและเครื่องเทศของฉันเป็นเลิศ ต่อให้เจ้าเอาไปบดละเอียดจนเป็นผงแป้ง ฉันก็ยังแยกแยะออกได้ตั้งแต่ยังไม่ทันสูดดมด้วยซ้ำ"
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ประตูไม้ด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้มของโจวอี้เฉินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดเพียงแี้ยววินาที ก่อนที่ร่างหนาจะขยับมาบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยคำขู่ใดๆ ออกมา แต่รัศมีความกดดันระดับนายทหารปลดประจำการที่ผ่านสนามรบมาจริงก็ทำให้หลิวชุนฮวาและกลุ่มญาติผู้ใหญ่ตระกูลหลินที่แอบซุ่มอยู่ด้านนอกถึงกับขาอ่อนแรง
"เกิดอะไรขึ้น?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยา พลางปรายตามองห่อกระดาษในมือหญิงสาวอีกฝ่ายด้วยแววตาวาวโรจน์อันตราย
"ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ สามี..." หลินหว่านเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เขาวางใจ รอยยิ้มบนมุมปากของนางไม่ได้ไปถึงดวงตา "แค่ญาติสนิทมิตรสหายและอดีตสหายรักของร่างเดิม กำลังจะมอบ ‘ของขวัญชิ้นใหญ่’ เพื่อส่งพวกเราให้ไปนอนก้นบึ้งสถานีตำรวจสืบสวนคดีอาญาของคอมมูนก็เท่านั้นเอง"
คำว่า 'สถานีตำรวจ' และ 'คดีอาญา' ทำเอาหลิวชุนฮวาเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น ห่อกระดาษในมือหลุดร่วงลงกระจายเกลื่อน กลีบผงสีเทาปนน้ำตาลฟุ้งกระจายขึ้นมาเล็กน้อย เป็นหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุดโดยไม่ต้องหาพยานบุคคลเพิ่ม
ทว่า ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังจะตกเป็นของหลินหว่านอย่างไร้ข้อกังขา เสียงโวยวายแหลมสูงของหล้า แม่ของหลิวชุนฮวา พร้อมด้วยลุงใหญ่ตระกูลหลินก็พากันพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง พวกเขาไม่สนใจสภาพความน่าอับอายของลูกสาวตัวเอง กลับพุ่งเป้ามาที่การใช้อำนาจความเป็นผู้ใหญ่กดดันทันที
"หลินหว่าน! นังเด็กเนรคุณ! แกกล้าใส่ร้ายน้องชุนฮวาของฉันอย่างนั้นเรารึ!" หล้าพุ่งเข้ามาทำท่าจะตบหน้าหญิงสาว แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะเฉียด
ร่างของโจวอี้เฉินก็ขยับเร็วกว่า แขนแกร่งคว้าข้อมือของหล้าไว้แน่นด้วยแรงมหาศาลจนอีกฝ่ายร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด
"ใครอนุญาตให้แตะต้องภรรยาผม?" น้ำเสียงเย็นเยียบไร้อุณหภูมิของโจวอี้เฉินดังขึ้น บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงราวกับฤดูหนาวมาเยือนกลางฤดูร้อน สายตาที่เขามองมาที่คนตระกูลหลินราวกับมองซากศพที่ไร้ค่า
"อี้เฉิน... แก... แกไอ้เด็กบ้านนอกไร้หัวนอนปลายเท้า แกกล้าทำร้ายแม่ยายของ..." ลุงใหญ่ตระกูลหลินพยายามจะอ้างสิทธิ์ความเป็นอาวุโส แต่ถูกหลินหว่านขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วที่แฝงไปด้วยความเฉียบขาด
"พ่อลุงใหญ่คะ... อย่าเพิ่งรีบตะโกนเสียงดังไปเลยค่ะ เก็บแรงไว้ไปแก้ตัวต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐบาลดีกว่านะคะ" หลินหว่านหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อด้านใน กางออกให้ทุกคนได้เห็นลายเซ็นและตราประทับสีแดงสด "นี่คือบันทึกข้อตกลงการตัดขาดความสัมพันธ์และสละสิทธิ์มรดกทุกประการที่พวกท่านเคยเซ็นชื่อและกดพิมพ์ลายนิ้วมือไว้เมื่อสามเดือนก่อนต่อหน้าหัวหน้าคอมมูน... ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา พวกเรา ‘ตัดขาดกันอย่างถาวร’ ทางกฎหมายแล้วค่ะ ไม่มีใครเป็นพ่อแม่ลูก ไม่มีใครเป็นญาติพี่น้องกันทั้งสิ้น!"
ใบหน้าของลุงใหญ่ตระกูลหลินและป้าหล้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวทันที เอกสารฉบับนั้นเปรียบเสมือนใบประหารชีวิตที่พวกเขาเป็นคนลงมือเซ็นด้วยความโลภในตอนแรก เพราะคิดว่าจะได้สลัดภาระหลานสาวคนนี้ทิ้งไปอย่างง่าย1ดาย โดยไม่คาดคิดเลยว่าในวันนี้ มันจะกลายเป็นดาบย้อนกลับมาเชือดคอพวกเขาเอง
"ส่วนเรื่องที่หลิวชุนฮวาพยายามลักLอบนำสารเคมีต้องห้ามมาปนเปื้อนในคลังเครื่องเทศและวัตถุดิบทำอาหารของฉัน..." หลินหว่านก้มลงเก็บตัวอย่างผงสมุนไพรใส่ขวดแก้วใบเล็กอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับทุกคนด้วยแววตานิ่งสงบแต่เฉียบคม "โทษฐานทำลายทรัพย์สินส่วนรวมและพยายามวางยาพิษเพื่อทำลายเศรษฐกิจของหมู่บ้านในยุคปฏิรูปนี้ มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าห้าปี... และตระกูลหลินของพวกท่าน ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด ก็เตรียมตัวรับหมายเรียกยึดทรัพย์เพื่อชดใช้ค่าเสียหายได้เลยค่ะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องเก็บเสบียงอีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบ หลิวชุนฮวาร้องไห้โฮออกมาด้วยความสิ้นหวัง ส่วนญาติผู้ใหญ่ตระกูลหลินต่างพากันหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ การเอาคืนครั้งนี้ของหลินหว่านไม่ได้แค่เจ็บแสบ แต่มันคือการถอนรากถอนโคนตระกูลจอมสูบเลือดไม่ให้มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป
โจวอี้เฉินมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและลึกซึ้ง เขาเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นและมั่น
มั่นคง ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศในมิติลับที่เริ่มลอยอบอวลออกมาจากตัวของหญิงสาว ราวกับประกาศชัยชนะอันงดงาม
ทว่า ในขณะที่ทุกอย่างกำลังจะคลี่คลายไปในทิศทางที่สมบูรณ์แบบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูไม้ระรัวจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอมมูนที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมกับกระดาษโทรเลขฉบับเร่งด่วนในมือ
"คุณโจว! คุณหลินหว่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีโทรเลขด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงคุณโดยเฉพาะ..."
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันนะคะ หวังว่าจะถูกใจการฟาดฟันที่สะใจนี้นะคะ
เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา•ตอนที่ 15
ตัดขาดอย่างถาวร
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!