กระดาษโทรเลขสีเหลืองซีดใบนั้นสั่นเทาอยู่ในมือของหลินหว่าน ทว่าปลายนิ้วของนางกลับมั่นคงเสียยิ่งกว่าแผ่นดิน
"คุณโจว! คุณหลินหว่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีโทรเลขด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงคุณโดยเฉพาะ..."
เสียงหอบหายใจของบุรุษไปรษณีย์ประจำคอมมูนดังสะท้อนก้องท่าย์กลางลานบ้าน ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนบ้านที่มุงดูอยู่ห่างๆ ในยุคปีเจ็ดศูนย์ปลายเช่นนี้ โทรเลขจากเมืองหลวงไม่ใช่เรื่องปกติ มันมักมาพร้อมกับข่าวคราวความเป็นความตาย หรือไม่ก็พายุลูกใหญ่ที่พร้อมจะพัดถล่มคนตัวเล็กๆ ให้จมดิน
หลินหว่านกวาดสายตาอ่านตัวอักษรภาษาจีนตัวบรรจงที่ถูกเคาะส่งข้ามภูเขาและแม่น้ำนับพันลี้ มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
*ตระกูลหลินฝั่งเมืองหลวงยังไม่ตายใจสินะ คิดว่าส่งหมายเรียกนี้มาแล้ว ข้าจะต้องวิ่งแจ้นกลับไปคุกเข่าขอความเมตตาเหมือนชาติก่อนหรือไร? ฝันไปเถอะ!*
ก่อนที่ความวุ่นวายจากปากคำของชาวบ้านจะทันได้เริ่มขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อโค้ตกันหนาวสีเขียวเข้มของนายทหารปลดประจำการก็ก้าวเข้ามาบังร่างของนางไว้มิดชิด โจวอี้เฉินไม่ได้เอ่ยถามสักคำว่ากระดาษในมือภรรยาคืออะไร แต่แผ่นหลังกว้างที่แผ่ไอความอบอุ่นและบรรยากาศอันน่าเกรงขามราวกับภูผานั้น ได้ประกาศให้ทุกคนรอบด้านถอยห่างออกไปโดยปริยาย
"ไม่มีอะไรต้องมุงดูแยกย้ายกันไปได้แล้ว"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของโจวอี้เฉินทรงพลังพอที่จะทำให้ฝูงชนที่กำลังชะโงกคอต้องรีบถอยกรูดด้วยความเกรงกลัว เขาไม่ใช่คนพูดมาก แต่ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่กวาดตามองรอบบริเวณนั้นเต็มไปด้วยความเฉียบขาดที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย
เมื่อความเงียบกลับคืนมา โจวอี้เฉินจึงหันกลับมาหาภรรยา แววตาที่เคยเย็นชาเมื่อเผชิญหน้ากับคนนอก กลับแปรเปลี่ยนเป็นความห่วงใยอย่างลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"เจ็บมือไหม" เขาเอ่ยถามสั้นๆ พลางเอื้อมมือหนามาดึงกระดาษโทรเลขออกจากปลายนิ้วเรียวของนางอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่ามันจะเป็นคมมีดที่บาดเนื้อนาง "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะ หว่านหว่าน คุณไม่ต้องกังวลเรื่องพวกนี้"
หลินหว่านเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี หัวใจที่เคยแข็งกระด้างจากการต่อสู้ดิ้นรนคนเดียวมาตลอดชีวิต กลับไหววูบอย่างประหลาด ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากปลายนิ้วที่เขากุมไว้ ลามเลียไปถึงขั้วหัวใจ นางไม่เคยคิดเลยว่าในยุคสมัยที่โหดร้ายและเต็มไปด้วยการเหยียบย่ำเช่นนี้ จะมีผู้ชายคนหนึ่งยืนหยัดเป็นโล่กำบังให้โดยไม่ถามเหตุผลสักคำ
"ฉันไม่ได้กังวลค่ะ..." หลินหว่านถอนหายใจเบาๆ ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบ พลางเหลือบมองโทรเลขในมือเขา "แค่รู้สึกว่าพวกสุนัขบ้าฝั่งโน้นยังไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เสียที กะว่าจะใช้ชื่อเสียงเรื่องการค้าขายของฉันมาข่มขู่สินะคะ"
โจวอี้เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย อ่านข้อความในโทรเลขผ่านๆ ก่อนจะขยำมันด้วยมือเดียวจนยับยู่ยี่ในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ใต้ท่าทีนิ่งสงบแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
"ต่อให้พวกมันมีอำนาจล้นฟ้ามาจากไหน แต่ถ้าเหยียบเข้ามาในเขตพื้นที่ของผม... ผมไม่ปล่อยให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคุณเด็ดขาด" น้ำเสียงของเขาหนักแน่นราวกับคำสาบาน เป็นคำพูดที่ไม่มีคำว่าหวานเลี่ยน แต่กลับหนักแน่นจนคนฟังอุ่นใจได้อย่างประหลาด
หลินหว่านมองเสี้ยวหน้าอันคมคายของสามี ความรู้สึกบางอย่างที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจตลอดหลายวันที่ผ่านมา บัดนี้มันได้หยั่งรากลึกจนยากจะถอนถอน นางพบว่าภายใต้ความเงียบขรึมของชายผู้นี้ มีความห่วงใยที่จริงใจและพร้อมปกป้องนางด้วยชีวิตซ่อนอยู่
"ถ้าอย่างนั้น..." หลินหว่านแย้มยิ้มออกมาบางเบา ดวงตาสุกใสเป็นประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที นางขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนได้กลิ่นอายบุรุษจางๆ และกลิ่นอายแดดสะอาดจากตัวเขา "ในเมื่อคนพวกนั้นอยากเล่นเกมกับเรานัก เราก็มาต้อนรับพวกมันด้วย 'ของอร่อย' สักมื้อดีไหมคะ?"
โจวอี้เฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยามที่กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสูตรลับจากมิติลับลอยอบอวลออกมาจากตัวภรรยา พร้อมๆ กับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยแผนการร้ายกาจของนาง เขารู้ดีว่าภรรยาตัวน้อยของเขาไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครรังแกได้ง่ายๆ และเขาก็พร้อมที่จะถือมีดคอยสนับสนุนนางอยู่เบื้องหลังเสมอ
ตกเย็นวันนั้น กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของ 'เป็ดตุ๋นเครื่องเทศสิบสามชนิด' ก็ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้าน กลิ่นหอมเย้ายวนของพะโล้เคี่ยวไฟอ่อนๆ ผสมผสานกับเครื่องเทศหายากที่โชยไปไกลจนเพื่อนบ้านข้างเคียงถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความอยากอาหาร โจวอี้เฉินนั่งผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน สายตาคมกอดอกมองภรรยาที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมสำรับอาหารเย็นอย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดจากโทรเลขเมื่อตอนกลางวันมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นในครอบครัวที่กำลังเบ่งบาน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างสงบสุข เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ทำลายความเงียบลงทันที พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายด้วยสำเนียงแปลกปลอมที่ดังแว่วเข้ามา
"เปิดประตู! หลินหว่าน! นังตัวดี ออกมาพบญาติผู้ใหญ่จากเมืองหลวงเดี๋ยวนี้!"
โจวอี้เฉินวางท่อนไม้ในมือลงช้าๆ ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึก ขณะที่หลินหว่านชะงักมือที่กำลังตักซุป รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
หวังฮูหยินจากตระกูลหลินในเมืองหลวง... ไม่นึกเลยว่าจะนั่งรถไฟมาถึงที่นี่เร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีก!
หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและอิ่มเอมไปกับความรักที่มั่นคงและแผนการฟาดฟันญาติจอมสูบเลือดในตอนนี้นะคะ! แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา•ตอนที่ 16
ความประทับใจที่ค่อยๆ ก่อตัว
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!