เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา•ตอนที่ 9

สูตรลับในสมุดจดเก่า

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ไม่นึกเลยนะคะว่า 'อาสาม' ผู้เนรคุณ จะมีหน้ามาทวงสมุดบันทึกที่ตัวเองเป็นคนขโมยไปขายให้โรงรับจำนำเองถึงที่นี่?" น้ำเสียงของหลินหว่านราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้น หลินกุ้ยเฉิง—หรือที่คนในตระกูลหลินเรียกว่าอาสาม สะดุ้งโหยงจนเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าว ดวงตาหลisกเลิ่กลั่กมองซ้ายแลขวาด้วยความร้อนรน ก่อนจะฝืนปั้นหน้าบึ้งตึงแล้วขึ้นเสียงกลบเกลื่อนความพิรุธ "นังเด็กปากมอม! พูดจาเหลวไหลอะไรของแก สมุดบันทึกสูตรอาหารตระกูลหลินเป็นของปู่แก ย่อมตกเป็นของฉันที่เป็นลูกชายคนรองตามกฎหมาย! แกต่างหากที่แอบย่องเบาไปรื้อค้นห้องเก็บของแล้วขโมยมันมา!" หลินหว่านแค่นหัวเราะในลำคอ นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับบิดาผู้ล่วงลับ ทว่าแววตาทุร้นทุร่านและเต็มไปด้วยความโลภนั้นช่างน่ารังเกียจเสียจนนางไม่อาจทนมองตรงๆ ได้นาน กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว ทำให้หลินกุ้ยเฉิงเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "กฎหมายตระกูลหลินหรือคะ?" หลินหว่านเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยัน "น่าแปลกนะคะ ตอนที่พ่อฉันสิ้นลมใหม่ๆ และพวกท่านรุมทึ้งข้าวของในบ้านจนไม่เหลือแม้แต่หม้อข้าวสักใบ ไหปลาร้าสักไห... ไฉนท่านถึงไม่เห็นพูดถึงกฎหมายตระกูลขึ้นมาบ้างล่ะคะ?" บรรยากาศหน้าประตูบ้านดินอัดแน่นไปด้วยความอึดอัด ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาเริ่มชะลอฝีเท้าและจับกลุ่มกระซิบกระซาบ สายตาสอดส่องมองมายังเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น "นั่นมัน... อาของนังหว่านไม่ใช่รึ?" "ได้ยินว่ามาทวงสมุดอะไรสักอย่างนะ แต่ตระกูลหลินฝั่งนั้นขึ้นชื่อเรื่องรีดไถอยู่แล้ว ใครๆ ก็รู้..." เสียงซุบซิบนินทาดังเข้าหูหลินกุ้ยเฉิง ใบหน้าที่คล้ำแดดเพราะงานไร่เริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอาย เขาชี้หน้าหลินหว่านแล้วตวาดลั่น "หุบปากนะ! แกมันลูกอกตัญญู แม่ก็ตาย พ่อก็ตาย เหลือตัวคนเดียวแต่กลับอวดดี! ส่งสมุดบันทึกเล่มนั้นมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านว่าแกขโมยของประจำตระกูล!" "เชิญเลยค่ะ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นแทรกกลางอากาศ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มจะก้าวออกมาจากห้องครัว โจวอี้เฉินกวาดสายตาคมกริบมองหลินกุ้ยเฉิงราวกับพญาอินทรีจ้องมองเหยื่อ รังสีความกดดันที่สั่งสมมาจากการผ่านสนามรบและงานหนักทำให้ชายวัยกลางคนถึงกับขาอ่อนยวบ โจวอี้เฉินเดินมาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา มือหนาวางลงบนบ่าบางของหลินหว่านอย่างปกป้อง สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านเนื้อผ้าทำให้หลินหว่านรู้สึกผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีผู้ซื่อสัตย์ส่งยิ้มบางๆ ให้กันอย่างรู้ใจ "ถ้าท่านอาสามอยากพบผู้ใหญ่บ้านนัก ผมสามารถพาไปส่งถึงบ้านตอนนี้ได้เลยนะครับ" โจวอี้เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงความน่ากลัวจนหลินกุ้ยเฉิงไม่กล้าสบตา "อีกอย่าง... สมุดบันทึกเล่มที่ท่านอ้างถึง ผมจำได้แม่นว่าตอนที่ภรรยาผมแต่งเข้าบ้านเรา นางไม่ได้เอาอะไรติดตัวมานอกจากเสื่อเก่าๆ หนึ่งผืน ส่วนสมุดเล่มนั้น... อยู่ในก้นหีบสมบัติของตระกูลหลินที่ท่าน 'ยึด' ไปไม่ใช่หรือครับ ทำไมตอนนี้ถึงวิ่งแจ้นมาทวงถึงบ้านเราล่ะ?" หลินกุ้ยเฉิงหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่เป็นใจและผู้คนเริ่มมุงดูหนาตาขึ้น เขาจึงเปลี่ยนแผน ใช้วิธีบีบน้ำตาและโวยวายเสียงดังหวังเรียกคะแนนความสงสาร "โอ๊ย! ดูเอาเถอะพี่น้องชาวบ้าน! หลานสาวกับผัวแต่งเข้าใหม่รังแกคนแก่! พ่อแม่ตายไม่มีใครสั่งสอน ถึงได้กล้าขโมยของบรรพบุรุษแล้วยังทำท่าทางกร่างใส่ผู้หลักผู้ใหญ่แบบนี้! ฟ้าดินมีตา ช่วยด้วย!" หลินหว่านมองการแสดงละครฉากใหญ่ของอาสามด้วยความสมเพชเวทนา นางไม่แม้แต่จะเดือดเนื้อร้อนใจ กลับหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้โจวอี้เฉินรับมือกับตาแก่หน้าด้านคนนั้นต่อ ภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้านและหอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศจางๆ หลินหว่านไม่ได้สนใจเสียงโวยวายด้านนอก นางหยิบสมุดบันทึกหน้าปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าคร่ำคร่า เล่มที่เพิ่งถูกค้นพบโดยบังเอิญจากมิติลับเมื่อคืนนี้ขึ้นมาเปิดดูอีกครั้ง กระดาษด้านในเป็นกระดาษสาโบราณที่แม้จะเหลืองกรอบตามกาลเวลา แต่หมึกที่ใช้เขียนยังคงชัดเจน ทุกตัวอักษรจีนตัวเต็มถูกบันทึกไว้อย่างประณีตโดยบรรพบุรุษตระกูลหลินสายหลัก ผู้ซึ่งเคยเป็นถึงพ่อครัวหลวงในวังหลวงยุคราชวงศ์วาย "สมุดเล่มนี้ไม่ได้มีดีแค่สูตรอาหารธรรมดา..." หลินหว่านพึมพำกับตัวเอง นิ้วเรียวไล้ไปตามตัวอักษรที่บรรยายถึง 'เทคนิคการหมักซอสพริกเสฉวนแบบโบราณ' และ 'เคล็ดลับการตุ๋นเนื้อสัตว์ด้วยสมุนไพรสิบแปดชนิดที่ช่วยขับพิษและบำรุงกำลัง' ในยุค 70-80 ที่ผู้คนยังต้องปากกัดตีนถีบ ข้าวปลาอาหารฝืดเคือง วัตถุดิบจำกัดจำเขี่ย สูตรอาหารเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยในสายตาคนทั่วไป แต่สำหรับหลินหว่าน ผู้ที่มีทั้งวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมจากมิติลับและความรู้การค้าขายยุคใหม่ นี่คือ 'ขุมทรัพย์มหาศาล' ที่จะพลิกชีวิตครอบครัวของนางให้ก้าวกระโดดพ้นความยากจนในชั่วข้ามคืน ไม่เพียงแต่จะทำกินเองเพื่อบำรุงร่างกายของโจวอี้เฉินที่ตรากตรำทำงานหนักเท่านั้น นางยังสามารถนำสูตรเหล่านี้มาปรับประยุกต์ให้เข้ากับวิถีชีวิตคนในยุคปัจจุบัน สร้างสรรค์เป็นสินค้าแปรรูปที่เก็บรักษาได้นานและมีรสชาติอร่อยล้ำเลิศจนไม่มีใครเทียบได้ "หว่านหว่าน" เสียงทุ้มต่ำของโจวอี้เฉินดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว เมื่อเขาก้าวเข้ามาพร้อมกับปิดประตูไล่ความวุ่นวายด้านนอกออกไป หลินกุ้ยเฉิงคงจะถูกเขาขู่จนวิ่งหางจุกตูดหนีไปแล้วเป็นแน่ "จัดการเรียบร้อยแล้วหรือคะ?" หลินหว่านเงยหน้าขึ้นถาม รอยยิ้มบางๆ ประดับบนเรียวปากอิ่ม "อืม วิ่งหนีไปฟ้องใครไม่ได้หรอครับ" โจวอี้เฉินเดินเข้ามาใกล้ โอบกอดเอวบางของภรรจากทางด้านหลังอย่างออดอ้อนเล็กน้อย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่แถวซอกคอหอมกรุ่น "ข้างนอกวุ่นวาย... แต่ข้างในนี้หอมจัง คุณกำลังดูอะไรอยู่หรือครับ?" หลินหว่านไม่ได้ผลักไส นางปล่อยให้สามีโอบกอดตามใจชอบ พลางชี้ให้เขาดูตัวหนังสือในสมุด "ดูนี่สิคะพี่อี้เฉิน นี่คือสมุดสูตรลับที่อาสามหน้าเลือดคนนั้นอยากได้นักหนa... มันคือบันทึกสูตร 'น้ำพริกหมูสับเห็ดหอมสามรส' และ 'ผงเครื่องเทศหมักเนื้อสูตรพิเศษ' ของบรรพบุรุษ" หลินหว่านยิ้มพราย ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความมุ่งมั่น "ถ้าเรานำสูตรนี้มาปรับใช้ โดยใช้วัตถุดิบที่เรามี... พรุ่งนี้เช้า เราจะไปลองเปิดแผงขาย 'ซาลาเปาไส้สูตรโบราณ' และ 'น้ำพริกกระปุก' ที่ตลาดมืดในอำเภอคอยดูกันค่ะว่าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแค่ไหน" โจวอี้เฉินมองรอยยิ้มมั่นใจของภรรยา หัวใจของนายทหารผู้แข็งกระด้างพองโตจนคับอก เขารักความเด็ดเดี่ยวและเก่งกาจของนางยิ่งกว่าสิ่งใด "ไม่ว่าคุณจะอยากทำอะไร ผมจะคอยสนับสนุนและปกป้องคุณเสมอ" เขาเอ่ยเสียงนุ่มกระซิบข้างใบหู หลินหว่านพยักหน้ารับอย่างซาบซึ้ง นางพลิกหน้ากระดาษต่อไปเพื่อดูสูตรอาหารอื่นๆ จนกระทั่งสะดุดตากับหน้ากระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกคั่นไว้ด้วยดอกไม้แห้งสีแดงเข้ม ที่มุมกระดาษแผ่นนั้น มีข้อความลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีดำสนิท เป็นบันทึกเพิ่มเติมที่เพิ่งถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือของใครบางคนเมื่อหลายสิบปีก่อน... ซึ่งไม่ใช่ลายมือของบรรพบุรุษราชวงศ์วาย! *“หากผู้ใดได้ครอบครองสมุดเล่มนี้ จงจำไว้ว่า... สูตรอาหารในหน้าสุดท้าย ไม่ได้มีไว้เพื่อทำกิน แต่มีไว้เพื่อแลกกับชีวิตของผู้ที่ถือครองมัน”* หลินหว่านอ่านทวนข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมา ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาจากกระดูกสันหลังในทันที ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังปังๆ ที่หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ราวกับมีคนต้องการพังมันเข้ามาให้ได้! "เปิดประตู! ตำรวจตรวจค้นบ้าน! ได้รับแจ้งว่าบ้านหลังนี้ซุกซ่อนสิ่งของผิดกฎหมาย!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%