ตราประทับสีแดงสดบนกระดาษปึกหนานั้นสั่นสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของหลินหว่าน นางมิได้ตกใจกลัวเอกสารราชการชิ้นนั้น หากแต่ประหลาดใจกับตัวตนของบุรุษผู้ก้าวเข้ามาในห้องรับรองของบ้านพักหัวหน้าหมู่บ้านเฉินต่างหาก
ชายหนุ่มในชุดสูทจีนสีเทาเข้มผู้นี้ ไว้ทรงผมรองทรงเรียบร้อย ผิวพรรณผ่องใสผิดกับชาวบ้านทั่วไปในยุค 70 แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผ่านหัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังตัวสั่นเทา ก่อนจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ใบหน้าของนาง
"ไม่คิดเลยว่า... สหายหลินหว่านจะมาอยู่ที่นี่ด้วย" น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
หัวหน้าหมู่บ้านเฉินหน้าซีดเผือกจนแทบไร้สีเลือด เข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นในทันที "ท่าน... ท่านสารวัตรทหารหลี่ เหตุใดท่านถึง..."
หลินหว่านหรี่ตาลงเล็กน้อยสมองหมุนวนอย่างรวดเร็ว สารวัตรทหารหลี่กั๋วHao ผู้นี้เคยเป็นสหายร่วมรบและมือขวาคนสนิทของโจวอี้เฉินสมัยที่สามีของนางยังอยู่ในค่ายทหารประจำการ เหตุการณ์การตรวจค้นและเอกสารลับฉบับนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องเส้นสายการทุจริตยักยอกเสบียงที่ตระกูลเฉินทำร่วมกับพ่อค้าตลาดมืด ซึ่งนางเป็นคนแอบส่งเบาะแสผ่านจดหมายลับให้ทางการเมื่อสามวันก่อน
"ข้าแค่มาทวงความยุติธรรมให้ชาวบ้านตาดำๆ ที่ถูกรีดไถก็เท่านั้นค่ะ ท่านสารวัตรหลี่" หลินหว่านตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากอย่างไม่เกรงกลัว
หลี่กั๋วHaoหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตาฉายแววชื่นชมระคนแปลกใจ "สมคำร่ำลือจริงๆ สมภารสามีของเธอเอาแต่ชมว่าภรรยาเป็นคนฉลาดเฉลียว วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเองถึงรู้ว่า... เขาพูดน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำ"
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูไม้เก่าแก่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้มที่คุ้นเคยดีก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง กลิ่นอายความเย็นชาและดุดันแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนทุกคนต้องหันไปมอง
โจวอี้เฉินกวาดสายตาคมกริบมองสถานการณ์ภายในห้องอย่างรวดเร็ว ร่างหนาเดินตรงเข้ามาดึงตัวหลินหว่านให้หลบมาอยู่ด้านหลังของตนเองโดยสัญชาตญาณ มือใหญ่หนากุมมือเรียวของภรรยาไว้แน่น สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของเขาทำให้นางรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาในอก
"กั๋วHao นายมาทำอะไรที่นี่" โจวอี้เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำทุบ กลิ่นอายความเป็นนายทหารแผ่ขยายกดดันบรรยากาศรอบตัว
"ฉันมารับงานตามคำสั่งเบื้องบน และบังเอิญ... มาเจอภรรยาของนายกำลังกวาดล้างรังโจรพอดี" หลี่กั๋วHaoยิ้มยั่วเย้า ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้ "หลักฐานการยักยอกแป้งสาลีและน้ำมันพืชถูกซุกซ่อนไว้ที่ยุ้งฉางหลังบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเฉินทั้งหมด และคนที่ชี้เป้าจุดซ่อนที่แนบเนียนที่สุด ก็คือ... ภรรยาของนาย"
โจวอี้เฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ เขาก้มลงมองสภานการณ์เบื้องหน้า สลับกับใบหน้าของภรรยาตัวน้อยที่แหงนขึ้นมองเขาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ นางมิได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือลุกลี้ลุกลนเลยแม้แต่น้อย
เมื่อจัดการสะبางเรื่องวุ่นวายในบ้านหัวหน้าหมู่บ้านเสร็จสิ้น โจวอี้เฉินก็พาหลินหว่านเดินกลับบ้านพักท่ามกลางแสงตะลับพลบค่ำที่สาดส่องกระทบผืนนาสีทอง ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม ลมหนาวพัดโชยกลิ่นไอฝนจางๆ มาปะทะผิวแก้ว
ตลอดทางเดินกลับ ทั้งคู่ไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมา ความเงียบสงบรายล้อมรอบกาย แต่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
พอกลับมาถึงห้องครัวเล็กๆ ในบ้านพัก โจวอี้เฉินก็ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา ร่างสูงใหญ่หันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคมคราบความกังวลระคนจริงจังจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของภรรยา
"หว่านหว่าน" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยขณะเอמהเรียกชื่อนาง
"คะ?" หลินหว่านเงยหน้าขึ้น สบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง
โจวอี้เฉินถอนหายใจยาวนาน มือใหญ่เอื้อมไปจับไหล่บางทั้งสองข้างเบาๆ สัมผัสของเขาอบอุ่นและมั่นคง "เรื่องในตลาดมืด... และเรื่องเบาะแสของตระกูลเฉิน เธอทำมันคนเดียวใช่ไหม"
หลินหว่านกระพริบตาปริบๆ นางยิ้มบางๆ แล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา "ถ้าฉันบอกว่ามีผู้ช่วยวิเศษคอยชี้แนะล่ะคะ คุณจะเชื่อไหม?"
สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมไม่ยอมตอบในทันที เขาจ้องมองภรรยาด้วยแววตาลุ่มลึก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน
"ฉันไม่สนหว่านหว่านว่าเธอจะมี 'ของดี' อะไรซ่อนอยู่ หรือเธอจะเอาสินค้าแปลกๆ มาจากไหน..." โจวอี้เฉินกระซิบชิดริมหูกลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นอายแดดและดินของเขาทำให้นางใจเต้นระส่ำ "แต่จำไว้... ไม่ว่าเธอจะทำอะไร หรือมีความลับอะไร ฉันจะเป็นคนยืนบังกระสุนและปกป้องความลับนั้นให้เธอเอง... ตลอดไป"
หัวใจของหลินหว่านกระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านลามเลียไปทั่วหัวใจ นางรู้ดีว่าสามีผู้นี้ซื่อตรงและรักนางมากเพียงใด และในตอนนี้... เขากลับเลือกที่จะรู้เห็นเป็นใจและปกปิดความลับเรื่องมิติลับของนางอย่างหมดใจโดยไม่ซักไซ้ไล่เลียงให้มากความ
นางยิ้มกว้างออกมาอย่างโล่งอกและสุขล้น มือเรียวเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาเบาๆ "ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้ฉันจะทำบะหมี่น้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นเครื่องเทศสูตรลับในมิติลับให้คุณกินเป็นการตอบแทนนะคะ"
พูดจบ หลินหว่านก็สะบัดมือเบาๆ ในความมืดของห้องครัว พริบตานั้น... บนเตาถ่านเก่าๆ ก็ปรากฏหม้อดินเผาใบเล็กที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศจีนโบราณลอยฟุ้งทะลักออกมาเตะจมูกทันที กลิ่นหอมเย้ายวนของพริกเสฉวนคั่ว โป๊ยกั๊ก และกระดูกหมูตุ๋นเปื่อยนุ่มแผ่ซ่านกระจายอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวเล็กๆ จนกลบกลิ่นอายความหนาวเย็นของค่ำคืนนี้จนหมดสิ้น
โจวอี้เฉินสูดกลิ่นหอมนั้นเข้าปอดลึกๆ แววตาคมเข้มทอประกายระยิบระยับยามมองภรรยาสาวผู้มีความลับมหัศจรรย์ซ่อนอยู่เต็มท้อง ทว่าในจังหวะที่เขากกำลังจะโน้มใบหน้าลงไปประทับริมฝีปากบนหน้าผากเนียนของนางนั้นเอง—
เสียงเคาะประตูดังปัง! รัวเร็วและรุนแรงจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนร้องด้วยความตกใจกลัวของป้าสะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉินที่แหบเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์:
"คุณโจว! สหายหลิน! ช่วยด้วย! ที่... ที่โกดังสินค้าหลังบ้านของพวกเรา อยู่ๆ ก็มีกองเกลือและถุงแป้งนับร้อยกระสอบผุดทะลักทะลายทะลุตึกดินออกมาเองอย่างไร้สาเหตุ! ผ... ผีหลอก! บ้านเราโดนผีหลอกแล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ!
เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา•ตอนที่ 7
ความลับที่แบ่งปันกันแค่สองคน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเครื่องเทศกับสหายทหารผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!