เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 25

ญาติผู้เห็นแก่ตัวรวมตัวก่อกวน

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าพวกคุณยังไม่ถอยหลังไปสามก้าวภายในห้าวินาทีนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องน้ำเดือดหม้อนี้ก็แล้วกันครับ" เสียงตักทัพพีไม้กระทบขอบกระทะเหล็กดัง "เคร้ง!" สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณลานหน้าบ้านหลังใหม่ในตัวเมือง หลินชิงหานไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มคนที่เบียดเสียดกันเข้ามาเหยียบย่ำแปลงผักสวนครัวริมรั้วที่เธอกับลู่ถิงเพิ่งลงแรงปรับปรุงดินเมื่อวานนี้ สตรีร่างเพรียวในชุดผ้าฝ้ายสีครามสะอาดตา กำลังง่วนอยู่กับการเคี่ยวซอสกระดูกหมูสูตรลับที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วตรอกซอกซอย กลิ่นเครื่องเทศจีนยี่หร่า อบเชย และซีอิ๊วคั่วไฟอ่อนๆ ลอยละล่องไปปะทะจมูกของพวก "ญาติผู้น้อง" และ "ป้าสะใภ้ห่างๆ" ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ราวกับฝูงตั๊กแตนทานตะวัน นับตั้งแต่ที่หลินชิงหานและลู่ถิงขยับขยายกิจการร้านอาหารเล็กๆ ในตลาดมืดจนเริ่มตั้งตัวได้ พร้อมกับข่าวลือเรื่องการซื้อบ้านปูนชั้นเดียวมีลานกว้างในเขตเมืองยุค 80 แห่งนี้แพร่สะพัดออกไป บรรดาญาติสนิทมิตรสหายที่ชาตินี้ไม่เคยแม้แต่จะชายตามองตอนที่ครอบครัวของพวกเขาตกยากลำบาก ต่างก็พากันตีตั๋วรถไฟเข้าเมืองมาเคาะประตูบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มหน้าด้านๆ "ชิงหาน หลานรัก! ทำไมพูดจาห่างเหินแบบนั้นเล่า พวกเราก็คนตระกูลเดียวกันนะ!" ป้าสะใภ้ใหญ่—หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดินจากการเดินทางไกล—พยายามฉีกยิ้มกว้างจนริ้วรอยรอบดวงตาทับถมกันเป็นชั้น นางกวาดสายตามองไปรอบบ้านด้วยความโลภระคนอิจฉา "ดูบ้านหลังนี้สิ ใหญ่โตโอ่อ่าไม่เบาเลยนี่นา แถมยังมีห้องครัวปูนซิเมนต์ทันสมัยอีกต่างหาก ลูกชายคนเล็กของฉันเพิ่งสอบเข้าโรงเรียนมัธยมในเมืองได้พอดี กำลังหาที่พักอ่านหนังสืออยู่พอดีเลย ให้มันมานอนห้องเล็กด้านหลังสักสองสามเดือนคงไม่รบกวนพวกเธอหรอกกระมัง?" เสี่ยวเป่าและถิงถิง สองพี่น้องฝาแฝดที่ยืนหลบอยู่หลังขาของลู่ถิงซึ่งเพิ่งก้าวเท้าเข้ามาจากลานฝึกทหารด้วยชุดเครื่องแบบเรียบร้อย ใบหน้าเล็กๆ ของเด็กทั้งสองฉายแววหวาดผวาอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาจำสายตาที่เคยมองเหยียดหยามและคำพูดดูถูกดูแคลนของป้าสะใภ้คนนี้ได้แม่นยำในวันที่แม่สามีจอมเค็มพามาเยือนบ้านเดิมเมื่อปีก่อน ลู่ถิงกวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มคนที่บุกรุกเข้ามา รังสีอำมหิตแบบฉบับนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ แต่ความสูงตระหง่านและกล้ามเนื้อที่อัดแน่นภายใต้ร่มผ้าก็ทำให้คนที่กำลังจะก้าวเท้าล้ำเส้นเข้ามาถึงกับสะดุ้งโหย่ง ถอยหลังกรูดไปสามก้าวตามคำขู่ของหลินชิงหานเมื่อครู่โดยไม่ต้องออกแรงผลัก "คนตระกูลเดียวกัน?" หลินชิงหานวางทัพพีไม้ลงบนขอบกระทะอย่างช้าๆ นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ตอนที่สามีฉันบาดเจ็บกลับมาจากชายแดนและพวกเราไม่มีเงินแม้แต่จะซื้อแป้งทำหมั่นتวสักก้อน ญาติผู้พี่และป้าสะใภ้หายหัวไปอยู่ที่ไหนกันหมดครับ? ตอนที่แม่สามีมาขับไลไสส่งพวกเราออกจากบ้านใหญ่เพราะกลัวเราไปเป็นภาระ พวกคุณยังช่วยกันสมรู้ร่วมคิดกุข่าวลือเสียหายใส่ร้ายฉันในตลาดไม่ใช่หรือไง?" คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนพุ่งเข้าใส่หน้าของป้าสะใภ้ใหญ่จนสีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดงด้วยความโกรธ "นั่นมันเรื่องในอดีต! เด็กคนนี้นี่ช่างปากคอเราะร้ายนัก!" ป้าสะใภ้ใหญ่แหวลั่น ยกมือขึ้นเท้าสะเอว "เราเป็นผู้ใหญ่ เป็นญาติผู้ใหญ่ของพวกเธอ ถือว่ามาขอความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆแค่นี้ ทำเป็นใจดำอำมหิตไปได้! ระวังเถอะ ทำมาค้าขึ้นในเมืองได้ไม่นาน เดี๋ยวก็มีอันเป็นไปเพราะอกตัญญูต่อบรรพบุรุษ!" "บรรพบุรุษคงไม่สั่งให้ลูกหลานหน้าหนามาปล้นชิงหยาดเหงื่อแรงงานของคนอื่นหรอกครับ" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของลู่ถิงดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด เขาก้าวมาโอบไหล่บางของภรรยาไว้ด้วยความทะนุถนอม สายตาจ้องเขม็งไปที่กลุ่มญาติไร้ยางอาย "บ้านหลังนี้ซื้อด้วยเงินเดือนทหารของผมและน้ำพักน้ำแรงในการค้าขายของภรรยาผม ไม่มีส่วนไหนเกี่ยวข้องกับตระกูลฝั่งนั้นเลยสักนิด ถ้าพวกคุณยังไม่อยากให้ผมเรียกสารวัตรทหารมาจัดการข้อหาบุกรุกยามวิกาลและก่อกวนความสงบเรียบร้อยในเขตทหาร ก็เชิญไสหัวออกไปจากรั้วบ้านผมซะ!" คำว่า "สารวัตรทหาร" ได้ผลชะเด็ดนัก! บรรดาญาติห่างๆ ที่พากันมาเกาะแกะหวังจะได้อานิสงส์กินอยู่ฟรีต่างพากันหน้าถอดสี ถอยร่นกรูดออกไปนอกประตูรั้วไม้ทันทีด้วยความหวาดกลัวอำนาจรัฐ แต่ป้าสะใภ้ใหญ่ยังคงทำใจดีสู้เสือ ยืนกัดฟันกรอดส่งสายตาอาฆาตมาดร้ายมาที่หลินชิงหาน "ฝากไว้ก่อนเถอะนังตัวดี คิดเหรอว่าจะมีความสุขบนกองเงินกองทองนี้ได้นานนัก!" นางพึมพำลอดไรฟันก่อนจะสะบัดก้นเดินตามฝูงชนออกไป หลินชิงหานถอนหายใจเบาๆ นางซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของสามีสูดกลิ่นอายความอบอุ่นที่คุ้นเคย ลู่ถิงกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาอย่างอ่อนโยน "เหนื่อยหน่อยนะ, ชิงหาน... เดี๋ยวผมจัดการทำความสะอาดแปลงผักแล้วซ่อมรั้วให้ใหม่เอง" "ฉันไม่ได้เหนื่อยเพราะพวกเขารังควานหรอกค่ะ... เอ๊ย... หรอกครับ" หลินชิงหานเผลอหลุดปากหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นสามีทำหน้ามึนงงกับสรรพนามที่นางเผลอหลุดพูดตามความคุ้นเคยในอดีต นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาระยิบระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "แต่ฉันเสียดายซอสกระดูกหมูตุ๋นยาจีนหม้อนี้ต่างหาก เกือบจะไม่ได้เคี่ยวให้คุณกับเด็กๆ กินเพราะคนพวกนั้นมาขัดจังหวะซะได้" กลิ่นหอมหวานเข้มข้นของซอสกระดูกหมูที่เริ่มงวดเข้าเนื้อ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวจนสอดประสานกับบรรยากาศยามเย็นอันสงบสุข เสี่ยวเป่าและถิงถิงวิ่งเข้ามาช่วยจัดจานชามบนโต๊ะอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ความวุ่นวายเมื่อครู่ถูกปัดเป่าหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น ทว่า... ในขณะที่หลินชิงหานกำลังจะยกหม้อซอสลงจากเตา เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านที่เชื่อมต่อกับถนนใหญ่ก็ดังขึ้น "ก๊อกๆๆ!" ไม่ใช่เสียงเคาะแบบคนมาขอความช่วยเหลือ หรือเสียงเคาะของลูกค้าทั่วไป แต่มันเป็นจังหวะการเคาะสามครั้งติดแล้วเว้นช่วงสองครั้ง ซึ่งเป็นรหัสลับที่ใช้เฉพาะในตลาดมืดของกลุ่มพ่อค้ารายใหญ่ หลินชิงหานขมวดคิ้วเล็กน้อย นางส่งสายตากับลู่ถิง ทั้งสองพยักหน้าให้กันอย่างรู้ทันที สามีก้าวไปยืนบังข้างกายภรรยาพร้อมกับเปิดประตูบานไม้ออกช้าๆ ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทจีนสีเทาเข้ม ใบหน้าซีดเซียวแต่แววตาดุดันเฉียบคม เขากำลังประคองห่อผ้าไหมปักลายประณีตไว้ในอ้อมอก หอบหายใจถี่กระชั้นราวกับวิ่งหนีตายมาไกล และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตากับหลินชิงหาน เขาก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของสองสามีภรรยาแทบจับแข็ง "คุณหลิน... ช่วยด้วยครับ ของสิ่งนี้... มันกำลังจะทำลายล้างพวกเราทุกคนแล้ว!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสร้างความยิ่งใหญ่ไปด้วยกันนะครับ - ใบชาหอมหมื่นลี้
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%