เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นสั่นระริก น้ำชาร้อนกรุ่นกระฉอกรดหลังมือเหี่ยวย่นของป้าสะใภ้ใหญ่ แต่เจ้าตัวไม่มีแก่ใจจะใส่ใจความแสบร้อนนั้น ดวงตาสีขุ่นจ้องเขม็งไปยังหลินชิงหานที่กำลังยืนไขว่ห้างอยู่หน้าเตาไฟด้วยท่าทีสบายอารมณ์
"หลินชิงหาน! แกมันนางปีศาจกินล้างกินผลาญ! เอาเงินค่าครองชีพทหารของลู่ถิงไปซื้อของฟุ่มเฟือยอะไรเข้าบ้านจนกลิ่นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ ห๊ะ! ตระกูลลู่เราไม่เคยมีสะใภ้อัปรีย์ที่ใช้เงินมือเติบแบบนี้มาก่อน!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แผดเผาบรรยากาศยามบ่ายในลานบ้านตระกูลลู่ให้ร้อนระอุขึ้นไปอีกหลายเท่า
หลินชิงหานวางทัพพีไม้ในมือลงช้าๆ หญิงสาวปรายตามองญาติผู้พี่ฝ่ายสามีที่ยกโขยงกันมาประหนึ่งจะมาทวงหนี้เลือด เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเยືือกเย็น รอยยิ้มที่ทำให้คนที่ผ่านโลกมามากอย่างป้าสะใภ้ถึงกับเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"เงินค่าครองชีพเหรอครับ... อ้อ, หมายถึงเงินเดือนที่สามีฉันเอามากองไว้บนโต๊ะแล้วบอกให้ฉันใช้ตามใจชอบสินะครับ" หลินชิงหานจงใจเน้นเสียงคำว่า 'สามีฉัน' ชัดเจนจนอีกฝ่ายหน้าเขียวคล้ำ "แปลกจังเลยนะครับป้าสะใภ้ เงินก็เงินผัวฉัน หน้าที่หาเงินก็ผัวฉันเหนื่อย แล้วพวกท่านเอาปี๊บส่วนไหนมาเดือดร้อนแทนเขาหรือครับ หรือว่า... สามีที่บ้านของพวกท่านไม่เคยให้เงินใช้ จนต้องมานั่งอิจฉาชีวิตคนอื่นเขา?"
"นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบกระออกเป็นเลือด มือสั่นเทาชี้หน้าสะใภ้รอง "พี่ใหญ่! ดูมันสิ! แต่งเข้าบ้านมาได้ไม่ทันไรกล้าปีนเกลียวผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว แบบนี้ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ ไม่อย่างนั้นตระกูลลู่ของเราจะเสื่อมเสียชื่อเสียงหมด!"
ลุงใหญ่ที่ยืนกอดอกทำหน้าขรึมอยู่ข้างๆ ส่งเสียงกระแอมในลำคอด้วยท่าทีวางอำนาจ เขาปัดเศษฝุ่นบนเสื้อนวมเก่าๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน
"ชิงหาน เธอทำเกินไปจริงๆ หลานสะใภ้ ที่นี่คือตระกูลลู่ กฎระเบียบบ้านเราเคร่งครัดเรื่องความประหยัดอดออม เงินทองที่ทหารหาญส่งมาควรเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ไม่ใช่เอามาผลาญซื้อเนื้อหมูชั้นดีทำอาหารกลิ่นฟุ้งกระจายให้ชาวบ้านเขานินทาว่าร้าย ลู่ถิงไม่อยู่ ฉันในฐานะลุงใหญ่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนเธอแทนพ่อแม่ที่ตายไปแล้ว คุกเข่าสำนึกผิดเสียเถอะ แล้วส่งกุญแจห้องเก็บของมาให้ป้าสะใภ้เธอจัดการดูแลแทน!"
คำพูดที่ดูเหมือนผู้ใหญ่ใจ
แต่แววตาโลภโม่งล้นที่เหลือบมองไปยังห้องครัวซึ่งอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติสวรรค์นั้น ฟ้องชัดเจนว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร
หลินชิงหานแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมดุจใบมีด หญิงสาวกำลังจะก้าวออกไปซัดหน้าคนหน้าหนาเหล่านี้ให้หงายเงิบด้วยข้อมูลบัญชีครัวเรือนที่เธอจดไว้อย่างละเอียด แต่ทว่า—
ตึง!
เสียงประตูรั้วไม้ไผ่ถูกผลักกระแทกจนเปิดอ้าออกอย่างแรง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้บานประตูฟาดเข้ากับผนังดินอัดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ทุกคนในลานบ้านสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังผู้มาใหม่พร้อมกัน
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกลิ่นอายความดุดันสนามรบและฝุ่นควันจากการเดินทางไกล ลู่ถิงก้าวเข้ามาในลานบ้านด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม แววตาคมกริบกวาดมองเครือญาติสายตรงที่กำลังทำตัวเป็นอันธพาลในบ้านของเขาด้วยรัศมีเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที
"เมื่อครู่นี้..." เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่ม "ใครบอกว่าจะสั่งสอนภรรยาของผมนะ?"
บรรยากาศในลานบ้านเงียบกริบลงทันที ราวกับมีคนกดปุ่มปิดเสียง ป้าสะใภ้ใหญ่ที่เมื่อครู่ยังปากกล้าขาสั่นระริก ลอบกลืนน้ำลายลงคออืกอึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของลู่ถิง
"ลู่... ลู่ถิง หลานกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่..." ลุงใหญ่ฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดี "พวกเราแค่ผ่านมาเห็น... เห็นว่าภรรยาของหลานใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินเหตุ เกรงว่าหลานจะเหนื่อยเปล่า เลยจะช่วยตักเตือนสั่งสอนแทนในฐานะญาติผู้พี่..."
ลู่ถิงไม่ตอบทันที ชายหนุ่มก้าวเดินช้าๆ เข้าไปหาภรรยาของตนเอง สายตาที่มองหลินชิงหานอ่อนแสงลงชั่วพริบตาเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองลุงใหญ่และป้าสะใภ้ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นเป็นทวีคูณ
"เงินเดือนของผม ผมหามาด้วยหยาดเหงื่อและความเสี่ยงตายในกองทัพ ผมจะให้ภรรยาใช้ซื้อเนื้อหมู ซื้อแป้ง หรือซื้อทองคำแท่งมาถมบ้าน มันก็เรื่องของครอบครัวผม" ลู่ถิงเอ่ยทีละคำ ชัดเจน ทรงพลัง และกดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ออก
"ส่วนพวกท่าน..." นายทหารหนุ่มกวาดสายตาคมปลาบมองหน้าทุกคนทีละคน "มีสิทธิ์อะไรมาเหยียบย่างเข้ามาตะโกนโวยวายในเขตบ้านของผม แถมยังกล้าสั่งให้ภรรยาผมคุกเข่าสำนึกผิด?"
"ลู่ถิง! แกพูดจาแบบนี้กับผู้หลักผู้ใหญ่ได้ยังไง!" ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตั้งสติได้เริ่มแผดเสียงขึ้นอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว "นังนี่มันผลาญสมบัติ! แกโดนมันเป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วหรือไง! หน้ามืดตามัวเพราะความสวยจนไม่รู้ว่าใครคือญาติมิตร ใครคือคนนอก!"
"คนนอก?" ลู่ถิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "คนที่เที่ยวมาสอดเรื่องในบ้านคนอื่น คอยจ้องจะฮุบเสบียงและข้าวของของบ้านคนอื่น แบบนี้สิครับที่เขาเรียกว่า 'คนนอกที่น่ารังเกียจ'"
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวลุงใหญ่ที่มีศักดิ์เป็นถึงพี่ชายของพ่อ ด้วยส่วนสูงที่ได้เปรียบและกลิ่นอายฆ่าฟันในสนามรบที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้ลุงใหญ่ต้องถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดอ่างน้ำหน้าบ้าน
"จำไว้นะครับ..." ลู่ถิงโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนได้ยินชัดเจน "บ้านหลังนี้ มีแค่หลินชิงหานที่เป็นภรรยาของผม และเป็นนายหญิงของบ้านตระกูลลู่สายนี้ ส่วนพวกท่าน... ถ้ายังกล้ามาหาเรื่องรังควานเธอล่ะก็ ครั้งหน้าผมคงต้องไปเยี่ยมเยียนที่บ้านหลักพร้อมกับรายงานพฤติกรรม 'รีดไถและบريมเหงครอบครัวทหาร' ให้ทางคอมมูนท้องถิ่นได้ตรวจสอบความประพฤติเสียหน่อยแล้วกระมังครับ"
คำว่า 'รายงานคอมมูน' ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ลุงใหญ่และป้าสะใภ้หน้าซีดเผือกทันที ในยุคสมัยนี้หากโดนข้อหารังแกครอบครัวทหารและรีดไถชาวบ้าน มีหวังอนาคตและหน้าตาในสังคมวงศ์ตระกูลคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
"แก... แกมันคนอกตัญญู!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรี๊ดลั่นด้วยความแค้นใจ แต่ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่าการชี้หน้าอาฆาต "ไป! เรากลับ! คอยดูเถอะ ว่าพวกแกจะมีความสุขได้อีกกี่น้ำ!"
สิ้นเสียงโวยวาย กลุ่มเครือญาติจอมปลอมก็พากันถอยกรูดออกจากรั้วบ้านตระกูลลู่ด้วยความทุกลักทุเล ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง
หลินชิงหานมองแผ่นหลังของเหล่าตัวร้ายที่วิ่งหางจุกตูดหนีไปอย่างขบขัน ก่อนจะหันมามองสามีรูปงามที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ข้างกาย หญิงสาวอมยิ้มบางๆ เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
"ไม่คิดเลยนะครับว่านายทหารผู้เคร่งขรึมคนนี้ จะมีมุมปากกล้าปกป้องภรรยาได้ดุเดือดขนาดนี้"
ลู่ถิงถอนหายใจยาว ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาคลั่งรักที่มองภรรยาอย่างสุดซึ้ง ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวนุ่มของหลินชิงหานไว้แน่น ฝ่ามือที่ผ่านการฝึกฝนและจับอาวุธมาโชกโชนอบอุ่นจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัว
"ผมเป็นสามีคุณ ถ้าผมปกป้องภรรยาตัวเองไม่ได้ ผมก็ไม่สมควรเป็นลูกผู้ชายแล้วครับ" ลู่ถิงกระซิบเสียงนุ่ม ก่อนจะก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากร่างบาง "ว่าแต่... ข้างในบ้านมีกลิ่นหอมอะไรรัญจวนใจขนาดนั้นครับ ผมเดินดอมดมมาตั้งแต่ปากซอยแล้ว ท้องไส้ประท้วงใหญ่โตไปหมดแล้วนะ"
หลินชิงหานเลิกคิ้วขึ้นอย่างอารมณ์ดี ดวงตากลมโตฉายประกายเจ้าเล่ห์
"อยากรู้เหรอครับ งั้นก็ตามมาดูในครัวสิครับ รับรองว่ามื้อนี้... จะทำให้คุณลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปเลยทีเดียว"
หญิงสาวหมุนตัวเดินนำสามีเข้าไปในห้องครัว ทิ้งให้กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศสูตรลับจากมิติสวรรค์ลอยฟุ้งกระจายออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความสุขของครอบครัว
แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตักอาหารจานเด็ดขึ้นโต๊ะ เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากหน้าบ้าน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เมื่อหลินชิงหานหันไปมองผ่านหน้าต่าง เธอกลับพบกับเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนา ยืนรออยู่หน้าประตูรั้วด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด...
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 32
สามีตบเกรียนญาติฝ่ายสามี
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!