เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 32

สามีตบเกรียนญาติฝ่ายสามี

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนถ้วยกระเบื้องเคลือบสีหม่นสั่นระริก น้ำชาร้อนกรุ่นกระฉอกรดหลังมือเหี่ยวย่นของป้าสะใภ้ใหญ่ แต่เจ้าตัวไม่มีแก่ใจจะใส่ใจความแสบร้อนนั้น ดวงตาสีขุ่นจ้องเขม็งไปยังหลินชิงหานที่กำลังยืนไขว่ห้างอยู่หน้าเตาไฟด้วยท่าทีสบายอารมณ์ "หลินชิงหาน! แกมันนางปีศาจกินล้างกินผลาญ! เอาเงินค่าครองชีพทหารของลู่ถิงไปซื้อของฟุ่มเฟือยอะไรเข้าบ้านจนกลิ่นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ ห๊ะ! ตระกูลลู่เราไม่เคยมีสะใภ้อัปรีย์ที่ใช้เงินมือเติบแบบนี้มาก่อน!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แผดเผาบรรยากาศยามบ่ายในลานบ้านตระกูลลู่ให้ร้อนระอุขึ้นไปอีกหลายเท่า หลินชิงหานวางทัพพีไม้ในมือลงช้าๆ หญิงสาวปรายตามองญาติผู้พี่ฝ่ายสามีที่ยกโขยงกันมาประหนึ่งจะมาทวงหนี้เลือด เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเยືือกเย็น รอยยิ้มที่ทำให้คนที่ผ่านโลกมามากอย่างป้าสะใภ้ถึงกับเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เงินค่าครองชีพเหรอครับ... อ้อ, หมายถึงเงินเดือนที่สามีฉันเอามากองไว้บนโต๊ะแล้วบอกให้ฉันใช้ตามใจชอบสินะครับ" หลินชิงหานจงใจเน้นเสียงคำว่า 'สามีฉัน' ชัดเจนจนอีกฝ่ายหน้าเขียวคล้ำ "แปลกจังเลยนะครับป้าสะใภ้ เงินก็เงินผัวฉัน หน้าที่หาเงินก็ผัวฉันเหนื่อย แล้วพวกท่านเอาปี๊บส่วนไหนมาเดือดร้อนแทนเขาหรือครับ หรือว่า... สามีที่บ้านของพวกท่านไม่เคยให้เงินใช้ จนต้องมานั่งอิจฉาชีวิตคนอื่นเขา?" "นัง... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบกระออกเป็นเลือด มือสั่นเทาชี้หน้าสะใภ้รอง "พี่ใหญ่! ดูมันสิ! แต่งเข้าบ้านมาได้ไม่ทันไรกล้าปีนเกลียวผู้หลักผู้ใหญ่แล้ว แบบนี้ต้องสั่งสอนให้หลาบจำ ไม่อย่างนั้นตระกูลลู่ของเราจะเสื่อมเสียชื่อเสียงหมด!" ลุงใหญ่ที่ยืนกอดอกทำหน้าขรึมอยู่ข้างๆ ส่งเสียงกระแอมในลำคอด้วยท่าทีวางอำนาจ เขาปัดเศษฝุ่นบนเสื้อนวมเก่าๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน "ชิงหาน เธอทำเกินไปจริงๆ หลานสะใภ้ ที่นี่คือตระกูลลู่ กฎระเบียบบ้านเราเคร่งครัดเรื่องความประหยัดอดออม เงินทองที่ทหารหาญส่งมาควรเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ไม่ใช่เอามาผลาญซื้อเนื้อหมูชั้นดีทำอาหารกลิ่นฟุ้งกระจายให้ชาวบ้านเขานินทาว่าร้าย ลู่ถิงไม่อยู่ ฉันในฐานะลุงใหญ่มีหน้าที่อบรมสั่งสอนเธอแทนพ่อแม่ที่ตายไปแล้ว คุกเข่าสำนึกผิดเสียเถอะ แล้วส่งกุญแจห้องเก็บของมาให้ป้าสะใภ้เธอจัดการดูแลแทน!" คำพูดที่ดูเหมือนผู้ใหญ่ใจ แต่แววตาโลภโม่งล้นที่เหลือบมองไปยังห้องครัวซึ่งอัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจากมิติสวรรค์นั้น ฟ้องชัดเจนว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร หลินชิงหานแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเฉียบคมดุจใบมีด หญิงสาวกำลังจะก้าวออกไปซัดหน้าคนหน้าหนาเหล่านี้ให้หงายเงิบด้วยข้อมูลบัญชีครัวเรือนที่เธอจดไว้อย่างละเอียด แต่ทว่า— ตึง! เสียงประตูรั้วไม้ไผ่ถูกผลักกระแทกจนเปิดอ้าออกอย่างแรง แรงเหวี่ยงนั้นทำให้บานประตูฟาดเข้ากับผนังดินอัดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทุกคนในลานบ้านสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังผู้มาใหม่พร้อมกัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้ม ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกลิ่นอายความดุดันสนามรบและฝุ่นควันจากการเดินทางไกล ลู่ถิงก้าวเข้ามาในลานบ้านด้วยฝีเท้าหนักแน่นมั่นคง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายไร้รอยยิ้ม แววตาคมกริบกวาดมองเครือญาติสายตรงที่กำลังทำตัวเป็นอันธพาลในบ้านของเขาด้วยรัศมีเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "เมื่อครู่นี้..." เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่ม "ใครบอกว่าจะสั่งสอนภรรยาของผมนะ?" บรรยากาศในลานบ้านเงียบกริบลงทันที ราวกับมีคนกดปุ่มปิดเสียง ป้าสะใภ้ใหญ่ที่เมื่อครู่ยังปากกล้าขาสั่นระริก ลอบกลืนน้ำลายลงคออืกอึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของลู่ถิง "ลู่... ลู่ถิง หลานกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่..." ลุงใหญ่ฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดี "พวกเราแค่ผ่านมาเห็น... เห็นว่าภรรยาของหลานใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินเหตุ เกรงว่าหลานจะเหนื่อยเปล่า เลยจะช่วยตักเตือนสั่งสอนแทนในฐานะญาติผู้พี่..." ลู่ถิงไม่ตอบทันที ชายหนุ่มก้าวเดินช้าๆ เข้าไปหาภรรยาของตนเอง สายตาที่มองหลินชิงหานอ่อนแสงลงชั่วพริบตาเมื่อเห็นว่าเธอไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เขาจะหันขวับกลับมามองลุงใหญ่และป้าสะใภ้ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นเป็นทวีคูณ "เงินเดือนของผม ผมหามาด้วยหยาดเหงื่อและความเสี่ยงตายในกองทัพ ผมจะให้ภรรยาใช้ซื้อเนื้อหมู ซื้อแป้ง หรือซื้อทองคำแท่งมาถมบ้าน มันก็เรื่องของครอบครัวผม" ลู่ถิงเอ่ยทีละคำ ชัดเจน ทรงพลัง และกดดันจนอีกฝ่ายหายใจไม่ออก "ส่วนพวกท่าน..." นายทหารหนุ่มกวาดสายตาคมปลาบมองหน้าทุกคนทีละคน "มีสิทธิ์อะไรมาเหยียบย่างเข้ามาตะโกนโวยวายในเขตบ้านของผม แถมยังกล้าสั่งให้ภรรยาผมคุกเข่าสำนึกผิด?" "ลู่ถิง! แกพูดจาแบบนี้กับผู้หลักผู้ใหญ่ได้ยังไง!" ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตั้งสติได้เริ่มแผดเสียงขึ้นอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนความกลัว "นังนี่มันผลาญสมบัติ! แกโดนมันเป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วหรือไง! หน้ามืดตามัวเพราะความสวยจนไม่รู้ว่าใครคือญาติมิตร ใครคือคนนอก!" "คนนอก?" ลู่ถิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบเสียจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "คนที่เที่ยวมาสอดเรื่องในบ้านคนอื่น คอยจ้องจะฮุบเสบียงและข้าวของของบ้านคนอื่น แบบนี้สิครับที่เขาเรียกว่า 'คนนอกที่น่ารังเกียจ'" ชายหนุ่มก้าวเข้าไปประชิดตัวลุงใหญ่ที่มีศักดิ์เป็นถึงพี่ชายของพ่อ ด้วยส่วนสูงที่ได้เปรียบและกลิ่นอายฆ่าฟันในสนามรบที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้ลุงใหญ่ต้องถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดอ่างน้ำหน้าบ้าน "จำไว้นะครับ..." ลู่ถิงโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ทุกคนได้ยินชัดเจน "บ้านหลังนี้ มีแค่หลินชิงหานที่เป็นภรรยาของผม และเป็นนายหญิงของบ้านตระกูลลู่สายนี้ ส่วนพวกท่าน... ถ้ายังกล้ามาหาเรื่องรังควานเธอล่ะก็ ครั้งหน้าผมคงต้องไปเยี่ยมเยียนที่บ้านหลักพร้อมกับรายงานพฤติกรรม 'รีดไถและบريมเหงครอบครัวทหาร' ให้ทางคอมมูนท้องถิ่นได้ตรวจสอบความประพฤติเสียหน่อยแล้วกระมังครับ" คำว่า 'รายงานคอมมูน' ราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ ลุงใหญ่และป้าสะใภ้หน้าซีดเผือกทันที ในยุคสมัยนี้หากโดนข้อหารังแกครอบครัวทหารและรีดไถชาวบ้าน มีหวังอนาคตและหน้าตาในสังคมวงศ์ตระกูลคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี "แก... แกมันคนอกตัญญู!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรี๊ดลั่นด้วยความแค้นใจ แต่ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่าการชี้หน้าอาฆาต "ไป! เรากลับ! คอยดูเถอะ ว่าพวกแกจะมีความสุขได้อีกกี่น้ำ!" สิ้นเสียงโวยวาย กลุ่มเครือญาติจอมปลอมก็พากันถอยกรูดออกจากรั้วบ้านตระกูลลู่ด้วยความทุกลักทุเล ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง หลินชิงหานมองแผ่นหลังของเหล่าตัวร้ายที่วิ่งหางจุกตูดหนีไปอย่างขบขัน ก่อนจะหันมามองสามีรูปงามที่ยืนตีหน้าขรึมอยู่ข้างกาย หญิงสาวอมยิ้มบางๆ เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "ไม่คิดเลยนะครับว่านายทหารผู้เคร่งขรึมคนนี้ จะมีมุมปากกล้าปกป้องภรรยาได้ดุเดือดขนาดนี้" ลู่ถิงถอนหายใจยาว ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแววตาคลั่งรักที่มองภรรยาอย่างสุดซึ้ง ชายหนุ่มเอื้อมมือหนาไปกุมมือเรียวนุ่มของหลินชิงหานไว้แน่น ฝ่ามือที่ผ่านการฝึกฝนและจับอาวุธมาโชกโชนอบอุ่นจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัว "ผมเป็นสามีคุณ ถ้าผมปกป้องภรรยาตัวเองไม่ได้ ผมก็ไม่สมควรเป็นลูกผู้ชายแล้วครับ" ลู่ถิงกระซิบเสียงนุ่ม ก่อนจะก้มลงสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากร่างบาง "ว่าแต่... ข้างในบ้านมีกลิ่นหอมอะไรรัญจวนใจขนาดนั้นครับ ผมเดินดอมดมมาตั้งแต่ปากซอยแล้ว ท้องไส้ประท้วงใหญ่โตไปหมดแล้วนะ" หลินชิงหานเลิกคิ้วขึ้นอย่างอารมณ์ดี ดวงตากลมโตฉายประกายเจ้าเล่ห์ "อยากรู้เหรอครับ งั้นก็ตามมาดูในครัวสิครับ รับรองว่ามื้อนี้... จะทำให้คุณลืมความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปเลยทีเดียว" หญิงสาวหมุนตัวเดินนำสามีเข้าไปในห้องครัว ทิ้งให้กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศสูตรลับจากมิติสวรรค์ลอยฟุ้งกระจายออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็นที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความสุขของครอบครัว แต่ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมตักอาหารจานเด็ดขึ้นโต๊ะ เสียงเคาะประตูก็จู่ๆ ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบจากหน้าบ้าน ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เมื่อหลินชิงหานหันไปมองผ่านหน้าต่าง เธอกลับพบกับเงาร่างคุ้นเคยของใครบางคนที่ถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนา ยืนรออยู่หน้าประตูรั้วด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด... -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%