“คุณคิดจริงๆ หรือครับว่าคนประเภทนั้นจะมาพร้อมกับคำอวยพร?”
ลู่ถิงวางมือหนาลงบนไหล่ของหลินชิงหานเบาๆ แรงกดที่ส่งผ่านเนื้อผ้าชุดเครื่องแบบทหารนั้นเปี่ยมไปด้วยความมั่นคง เขามองไปยังเงาร่างที่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูรั้วด้วยสายตาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ต่างจากยามที่เขามองภรรยาอย่างสิ้นเชิง
หลินชิงหานแค่นยิ้มที่มุมปาก ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงเล็กน้อย พลางขยับจาน ‘หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง’ ที่เธอยกออกมาจากมิติส่วนตัวให้เข้าที่ เธอไม่ได้ตื่นตระหนกกับผู้มาเยือนปริศนา แต่กลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความล้มเหลวที่โชยมากับลม
“หากเขามาดี เราก็แค่เจรจาธุรกิจ แต่หากเขามาเพื่อรังควาน...” เธอเว้นจังหวะ พลางกวาดสายตามองไปยังพื้นที่ฟาร์มกว้างขวางที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าสู่ยุคสมัยใหม่ด้วยเทคนิคการเกษตรที่เธอวางรากฐานไว้ “ผมเกรงว่ารั้วบ้านเราคงไม่สูงพอจะกั้นความโลภของคนเหล่านั้นหรอกครับ”
เธอก้าวเท้าเดินไปยังประตูรั้วโดยไม่รอคำอนุญาต เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นดินหนักแน่นมั่นคง ชายร่างท้วมในชุดสูทเนื้อดีเกินฐานะยืนรออยู่ เขาคือ ‘โจวหยาง’ นายหน้าค้าที่ดินผู้เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับตระกูลลู่มาหลายปี
“คุณลู่ คุณหลิน... ยินดีด้วยที่กิจการฟาร์มกำลังไปได้สวย” โจวหยางยิ้มกว้างจนเห็นฟันเหลือง แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา “ผมมีเอกสารสำคัญมาเสนอ หุ้นส่วนใหญ่ในโรงสีประจำภูมิภาคอยากขอร่วมลงทุนกับพวกคุณ”
หลินชิงหานรับซองเอกสารมาอย่างไม่รีบร้อน เธอไม่เปิดมันดูทันที แต่กลับเดินไปที่โต๊ะไม้สักใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งวางพิมพ์เขียวของ ‘บริษัทค้าปลีกเกษตรลู่หลิน’ เอาไว้ “การร่วมลงทุนมักมาพร้อมกับเงื่อนไขที่แลกมาด้วยอิสรภาพ โจวหยาง... คุณบอกว่าหุ้นส่วนอยากร่วมลงทุน แต่ผมว่าพวกเขากำลังหิวโหยส่วนแบ่งจากผลผลิตในมิติ... เอ้อ หมายถึงผลผลิตออร์แกนิกของเราใช่ไหมครับ?”
โจวหยางสะดุ้งเฮือก สายตาของหลินชิงหานเฉียบคมจนเขารู้สึกเหมือนถูกมองทะลุเข้าไปในความคิดสกปรก
“คุณพูดอะไรของคุณ! ผมแค่หวังดี...”
“หวังดีหรือหวังตักตวง?” ลู่ถิงก้าวเข้ามาแทรกกลาง ร่างสูงใหญ่บดบังแสงอาทิตย์จนเงาของเขาคลุมทับตัวโจวหยางจนมิด “บริษัทที่เรากำลังก่อตั้ง คือรากฐานของครอบครัวเรา ไม่ใช่สนามเด็กเล่นให้พวกเหลือบไรมาเกาะกิน หากเอกสารนี้คือสัญญาจ้างงานในอนาคตที่เอาเปรียบชาวบ้าน ผมแนะนำให้คุณเอาไปเผาทิ้งเสียก่อนที่ผมจะส่งเรื่องนี้ให้กองทัพตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินทุนพวกคุณ”
บรรยากาศรอบฟาร์มเงียบสงัดลงทันที กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารที่หลินชิงหานบรรจงปรุงด้วยวัตถุดิบจากมิติเริ่มลอยอบอวลไปทั่ว ทั้งเสี่ยวเป่าและถิงถิงที่แอบมองอยู่หลังหน้าต่างต่างกลืนน้ำลาย พวกเขารู้ดีว่าเมื่อใดที่พ่อกับแม่ร่วมมือกัน ราวกับพายุที่พัดพาทุกอย่างที่ขวางหน้าให้ราบเป็นหน้ากลอง
หลินชิงหานหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงออกมาจากกระเป๋า เธอไม่ได้เซ็นเอกสารนั้น แต่กลับเขียนตัวเลข ‘สาม’ ตัวใหญ่ลงบนกระดาษเปล่าอีกแผ่นแล้วยื่นให้โจวหยาง
“นี่คือค่าเสียเวลาที่มาถึงประตูบ้านผม” เธอกล่าวเสียงเรียบ “สามวัน... ผมให้เวลาสามวันในการบอกหุ้นส่วนของคุณว่า ฟาร์มลู่หลินจะรับซื้อวัตถุดิบรายย่อยจากเกษตรกรในเขตนี้ทั้งหมดภายใต้แบรนด์ของเรา ใครที่อยากเป็นพันธมิตรก็เดินเข้ามาเซ็นสัญญาด้วยความจริงใจ ใครที่คิดจะแทรกซึมด้วยเอกสารหลอกลวงแบบนี้... เตรียมตัวรับผลกระทบจากราคาตลาดที่ผมจะทุบให้ย่อยยับได้เลย”
โจวหยางหน้าซีดเผือด เขารู้ดีว่าหลินชิงหานไม่ได้ขู่ ปริมาณผักและผลไม้ที่ฟาร์มแห่งนี้ผลิตได้นั้นมีคุณภาพสูงจนตลาดในเมืองแทบคลั่ง หากเธอประกาศสงครามราคา พ่อค้าคนกลางอย่างพวกเขาได้หมดเนื้อหมดตัวแน่นอน
เมื่อแขกไม่ได้รับเชิญล่าถอยไปอย่างทุลักทุเล ลู่ถิงจึงดึงตัวภรรยาเข้ามาใกล้ “คุณเก่งมากครับที่จัดการเขาได้เฉียบขาด แต่ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเป็นแค่จุดเริ่มต้น”
“ใช่ครับ” หลินชิงหานถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปทางเด็กแฝดที่วิ่งออกมาจากบ้าน “เสี่ยวเป่า ถิงถิง มานี่เร็วลูก วันนี้แม่ทำของอร่อยให้ทานฉลองก้าวแรกของบริษัทเรา”
ในคืนนั้น ลู่ถิงและหลินชิงหานนั่งเคียงข้างกันบนชานเรือน ตรวจสอบผังการขยายตัวของบริษัทค้าปลีกที่จะครอบคลุมไปทั้งมณฑล แผนการของเธอไม่ใช่มุ่งเน้นแค่กำไร แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศธุรกิจที่ทำให้คนในครอบครัวและชาวบ้านรอบข้างกินดีอยู่ดี
“ผมรักคุณนะ...” ลู่ถิงกระซิบข้างหูขณะที่แสงจันทร์สาดส่องลงบนใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของภรรยา “ไม่ว่าโลกนี้จะยากลำบากแค่ไหน ผมจะไม่มีวันให้ใครมาทำลายความฝันของคุณได้”
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบเข้าครอบงำฟาร์ม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของม้าที่ควบมาอย่างรวดเร็วก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากทางกองทัพที่ทำให้ลู่ถิงต้องลุกขึ้นยืนทันที
“ผู้กองลู่! ด่วนครับ! มีโทรเลขด่วนจากส่วนกลางระบุว่า ‘โครงการฟาร์มต้นแบบ’ ของพวกคุณถูกเพ่งเล็งโดยหน่วยงานพิเศษที่ต้องการตรวจสอบที่มาของ ‘เทคนิคการเกษตรลึกลับ’ ของคุณ!”
หลินชิงหานลุกขึ้นยืน สายตาของเธอประกายวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เรื่องราวมันไม่ได้จบแค่การไล่โจวหยางไป แต่มันคือการเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่แท้จริงที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอและครอบครัวมากกว่าเดิม
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสร้างกำลังใจให้ใบชาหอมหมื่นลี้มาถึงจุดนี้ด้วยกันนะครับ
เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 33
ขยายอาณาจักรธุรกิจครอบครัว
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!