"กลิ่นอะไรน่ะ... ทำไมมันหอมขนาดนี้?"
เสียงพึมพำงัวเงียของเสี่ยวเป่าดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่ขยับตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเก่าๆ ในห้องนอนมืดทึบ ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ จมูกรั้นเชิดขึ้นสูดดมกลิ่นหอมละมุนที่ลอยทะลุรอยต่อของประตูไม้เข้ามาในห้องอย่างลืมตัว ด้านข้างกัน ถิงถิง ฝาแฝดผู้พี่ก็เริ่มขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยปฏิกิริยาเดียวกัน สองร่างเล็กกอดคอกันกลมโดยสัญชาตญาณ ความหวาดกลัวต่อแม่เลี้ยงคนใหม่ที่พวกเขาลือกันว่าดุร้ายราวกับเสือดาวป่าเมื่อวานนี้ ถูกความหอมเย้ายวนของอาหารตรงหน้ากัดเซาะจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ภายในห้องครัวแคบๆ หลินชิงหานกำลังยืนอยู่หน้าเตาถ่านด้วยท่าทางทะมัดทะแมง เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้เรียบร้อยเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่แม้จะอยู่ในชุดเรียบง่ายของหญิงชาวบ้านยุค 80 แต่รัศมีของเชฟมือทองระดับท็อปจากโลกยุคปัจจุบันก็ยังคงเปล่งประกายออกมาอย่างปิดไม่มิด
มือเรียวบางกำลังคนข้าวสารหอมมะลิชั้นดีที่ดึงออกมาจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ต เม็ดข้าวเรียงตัวสวยงามถูกเคี่ยวจนแตกตัวกลายเป็นเนื้อเนียนนุ่ม ส่งกลิ่นหอมหวานของข้าวใหม่ผสมผสานกับกลิ่นอุ่นๆ ของน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นที่เธอแอบเคี่ยวทิ้งไว้ในมิติตั้งแต่ตีสาม หมูสับปั้นเป็นก้อนพอดีคำถูกหมักด้วยเครื่องเทศสูตรลับจนเนื้อเด้งฉ่ำ นำลงไปลอยละลิ่วอยู่ในหม้อดินเผาใบเก่า เกิดเป็นภาพความอร่อยที่ขับเน้นให้ยามเช้าอันหนาวเหน็บของชนบทกันดารอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ลู่ถิงฟู่ยืนนิ่งสนิทอยู่ที่มุมประตูครัว สายตาคมกริบของนายทหารหนุ่มจดจ้องแผ่นหลังบางนั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและเต็มไปด้วยความระแวงต่อการแต่งงานทางการเมืองครั้งนี้ กลับเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เขาไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเห็นแก่ตัวและรังเกียจชีวิตยากจนในหมู่บ้าน จะสามารถตื่นแต่เช้าตรู่มาเนรมิตอาหารชั้นเลิศที่แม้แต่ในกองทัพยังหาทานได้ยากเช่นนี้
"ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนั้นล่ะครับผู้กอง... หรือว่ากลิ่นข้าวต้มของผมมันรบกวนสมาธิการฝึกทหารของคุณกันแน่?"
เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันกลับมามอง หลินชิงหานรู้ตัวมาตั้งแต่ต้นว่ามีคนยืนจ้องเธออยู่ เธอตักข้าวต้มร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบเก่าๆ สามใบ โรยหน้าด้วยต้นหอมซิกเนเจอร์และพริกไทยป่นหอมกรุ่น ก่อนจะหันกลับมาสบตากับสามีจำยอมด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความท้าทายเล็กๆ
ลู่ถิงฟู่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อถูกจับไต๋ได้ เขาเดินเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าหนักแน่น กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มหมูสับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่ออยู่ใกล้ระยะประชิด ดวงตาคมเข้มกวาดมองชามอาหารตรงหน้าสลับกับใบหน้าเนียนใสของภรรยา ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ไม่ใช่เพราะความหิว แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"ผมไม่ได้ยืนบื้อ... ผมแค่กำลังสำรวจว่าคุณแอบซ่อนข้าวสารชั้นดีพวกนี้มาจากไหน ในเมื่อยุ้งฉางบ้านเรามีแต่ข้าวฟ่างขึ้นรา" ลู่ถิงฟู่เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาสื่อประกายความสงสัยแต่ไร้ซึ่งความอาฆาต
"ของแบบนี้มันอยู่ที่ฝีมือและความสามารถครับผู้กอง คนฉลาดรู้จักเอาตัวรอด ย่อมมีวิธีหาวัตถุดิบที่ดีที่สุดมาเลี้ยงดูคนในครอบครัวเสมอ... ว่าแต่คุณเถอะ ยืนอยู่ตรงนี้นานพาลจะทำให้ข้าวต้มชืดเสียรสชาติเปล่าๆ ไปเรียกเด็กๆ มาทานข้าวได้แล้วครับ" หลินชิงหานตอบกลับอย่างฉะฉาน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทำเอาชายหนุ่มถึงกับมุมปากกระตุกด้วยความทึ่ง
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกช้าๆ เสี่ยวเป่าและถิงถิงโผล่ศีรษะออกมาด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ดวงตากลมโตมองหน้าหลินชิงหานสลับกับชามข้าวต้มร้อนๆ ที่ส่งควันกรุ่น กลิ่นหอมเตะจมูกจนเด็กน้อยทั้งสองเผลอกลืนน้ำลายดังเอือก เสียงท้องร้องโครกครากดังขึ้นประสานกันอย่างพร้อมเพรียงจนผู้ใหญ่ทั้งสองคนเกือบหลุดขำ
"มะ... แม่เลี้ยง... พวกเรากินได้ด้วยเหรอครับ?" เสี่ยวเป่าเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ มือเล็กๆ กำชายเสื้อของพี่สาวฝาแฝดแน่นเพื่อหาที่พึ่งพิง
หลินชิงหานทิ้งมาดเชฟผู้มั่นใจ รอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยนระบายขึ้นบนใบหน้าทันที เธอวางทัพพีลงแล้วย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับเด็กแฝดทั้งสอง น้ำเสียงที่เปล่งออกมาในตอนนี้ไม่มีความดุร้ายหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเมตตาที่จริงใจ
"ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะครับเสี่ยวเป่า ถิงถิง... มานี่สิ ข้าวต้มหมูสับร้อนๆ ฝีมือแม่ รับรองว่าอร่อยจนพวกหนูต้องขอเติมอีกชามแน่นอน"
เด็กน้อยทั้งสองหันไปมองหน้าพ่อของตน เมื่อเห็นลู่ถิงฟู่พยักหน้าอนุญาตด้วยแววตาอ่อนโยน ทั้งสองก็ไม่รอช้า พุ่งตรงเข้ามาหาโต๊ะอาหารราวกับลูกนกน้อยโผบินเข้าหาแม่นก หลินชิงหานตักข้าวต้มเป่าให้เย็นลงทีละคำป้อนให้เด็กๆ ลิ้มลอง ทันทีที่เนื้อข้าวเนียนนุ่มและหมูสับรสชาติกลมกล่อมละลายในปาก ดวงตาของเสี่ยวเป่าและถิงถิงก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตะลึง ความอร่อยระดับภัตตาคารห้าดาวในโลกยุคปัจจุบันสะท้อนออกมาผ่านแววตาเป็นประกายระยิบระยับของเด็กทั้งสอง
"อร่อยที่สุดในโลกเลยครับแม่!" เสี่ยวเป่าเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่อง เอ่ยชมออกมาอย่างลืมตัว ถิงถิงเองก็พยักหน้ารัวๆ จนผมเปียแกว่งไกว ตักข้าวต้มเข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างเอร็ดอร่อย
ลู่ถิงฟู่ที่นั่งมองภาพความอบอุ่นตรงหน้า ความรู้สึกบางอย่างที่เว้าแหว่งมานานนับตั้งแต่ภรรยาคนก่อนเสียชีวิตไป กลับถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ เขาตักข้าวต้มเข้าปากบ้าง และพบว่ารสชาตินั้นยอดเยี่ยมเกินกว่าที่จินตนาการไว้จริงๆ บ้านที่เคยเงียบเหงาและเย็นชา ตอนนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้เพียงเพราะมื้ออาหารฝีมือภรรยาคนนี้คนเดียว
ทว่า ความสุขในครอบครัวมักจะมีมารมาผจญเสมอ...
ปัง! เสียงถีบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของแม่สามีจอมเค็มและป้าข้างบ้านจอมเสี้ยมที่บุกเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"หลินชิงหาน! นังสะใภ้ตัวดี! แกแอบทำอะไรกินกันในบ้าน กลิ่นหอมฟุ้งไปถึงปากซอยแบบนี้ แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อหมูหรูหราพวกนี้! อย่าบอกนะว่าแกแอบขโมยเงินเก็บของตระกูลลู่ไปใช้สุรุ่ยสุร่าย!"
เสียงโวยวายดังลั่นพร้อมกับร่างอ้วนท้วนของแม่สามีที่ก้าวเท้าเข้ามาในครัวด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด ใบหน้ายับย่นเต็มไปด้วยความโลภและริษยา ดวงตาสอดส่องมองหาชามข้าวต้มบนโต๊ะราวกับแม่สุนัขป่าจ้องจะแย่งชิงอาหารจากลูกอ่อน
หลินชิงหานค่อยๆ วางชามในมือลงช้าๆ เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง หันกลับไปเผชิญหน้ากับแม่สามีด้วยแววตานิ่งสงบไร้ความหวาดกลัว มุมปากหยักยิ้มเยาะขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ
"อ้าว... คุณแม่ตื่นเช้าจังนะครับ มาถึงก็กล่าวหาลูกสะใภ้คนนี้เสียๆ หายๆ เลยเหรอครับ? เงินในบ้านก้อนไหนเหรอครับที่ท่านว่าผมขโมยมา... ในเมื่อเมื่อวานตอนเย็น คุณแม่เพิ่งจะประกาศตัดหางปล่อยวัดพวกเราโดยไม่ให้เงินติดตัวสักแดงเดียวไม่ใช่หรือครับ?"
แม่สามีชะงักกึกหน้าชาไปชั่วขณะ อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อเจอหมัดฮุกตอกกลับหน้าหงายกลางวง
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังแทรกขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทจีนสีกรมท่า ท่าทางภูมิฐานและร้อนรน ที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าบ้านพัก พร้อมกับตะโกนเสียงหลงเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก
"คุณผู้หญิงหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! เถ้าแก่กัวจากภัตตาคารใหญ่ในตัวเมือง พาคนมาหน้ารั้วบ้านคุณ... เขาบอกว่ายอมจ่ายไม่อั้น ขอซื้อ 'สูตรข้าวต้มหมูสับ' หม้อนี้ของคุณเดี๋ยวนี้เลยครับ!"
——————————————
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้สะใภ้สายสตรองคนนี้เสมอนะครับ
เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 3
ข้าวต้มหอมกรุ่นปราบเซียน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!