เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 4

แม่สามีจอมเค็มผู้หาเรื่อง

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าแกกล้าขายสูตรอาหารตระกูลลู่ให้คนนอกแม้แต่ตัวหนังสือเดียว ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านให้ขับไล่พวกแกออกจากหมู่บ้านฐานขายหน้าวงศ์ตระกูล!" เสียงแหลมสูงราวกับเหล็กขูดกระทะดังแหวกลมหนาวเข้ามาถึงในรั้วบ้าน ก่อนที่ร่างท้วมของ 'แม่สามีจอมเค็ม' หรือนางจาง จะก้าวอาดๆ เข้ามาพร้อมกับใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาเล็กตี่กวาดมองไปรอบลานบ้านด้วยความริษยา ทันทีที่เห็นเถ้าแก่กัวจากภัตตาคารใหญ่ในตัวเมืองยืนถือปึกธนบัตรสั่นระริกอยู่ตรงหน้าหลินชิงหาน บรรยากาศรอบรั้วบ้านที่กำลังชุลมุนพลันเงียบกริบลงทันที ชาวบ้านหลายคนที่แอบมามุงดูต่างกลั้นหายใจ รอลุ้นว่าสะใภ้รองผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากกล้าในพักหลังนี้จะรับมือกับแม่สามีจอมเค็มอย่างไร หลินชิงหานค่อยๆ วางทัพพีไม้ในมือลงช้าๆ นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและเฉียบคมแบบนักธุรกิจมือฉมังจากยุคศตวรรษที่ 21 นางปรายตามองแม่สามีที่หอบหายใจฮืดฮาดด้วยความเหนื่อย "คุณแม่มาได้จังหวะพอดีเลยครับ..." หลินชิงหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่าหนักแน่น "พอดีเถ้าแก่กัวท่านนี้ให้เกียรติข้าวต้มหมูสับหม้อนี้ของลูก ถึงกับเสนอราคาไม่อั้นเพื่อขอซื้อสูตร แต่ก็น่าเสียดายนะครับ... เพราะอาหารจานนี้ ผมตั้งใจทำไว้ให้พี่ลู่ถิงกับเด็กๆ กินเพื่อบำรุงร่างกาย เงินทองมากมายแค่ไหน ก็ไม่มีค่าเท่ารอยยิ้มของคนในครอบครัวหรอกครับ" คำพูดของหลินชิงหานทำเอาเถ้าแก่กัวถึงกับหน้าเสีย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพยักหน้ารับด้วยความทึ่งในความเด็ดเดี่ยว ส่วนนางจางเมื่อได้ยินคำว่า 'เงินทองมากมาย' ดวงตาคู่เล็กก็เบิกกว้างขึ้นทันที ความโลภเข้าครอบงำจิตใจในเสี้ยววินาที นางพุ่งเข้าใส่หม้อดินเผาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นทันที "เหลวไหล! แกมันนังตัวดีผลาญสมบัติ! ข้าวต้มหมูสับหม้อนี้ใช้วัตถุดิบเท่าไหร่กันเชียว ถึงกล้าเอามาทำเป็นเล่น ตั้งแต่แกแต่งเข้าบ้านมา มีแต่กินทิ้งกินขว้าง ทำลายข้าวของในบ้านไม่เว้นแต่ละวัน วันนี้ฉัน ในฐานะแม่สามี จะต้องสั่งสอนสะใภ้ไม่เอาถ่านอย่างแกให้เข็ดหลาบ!" นางจางแผדเสียงแหลม พร้อมกับยื่นมือเหี่ยวย่นหมายจะปัดหม้อข้าวต้มทิ้งด้วยความหมั่นไส้และอยากทำลายข้าวของตรงหน้า ทว่า... ก่อนที่มือคู่กร้านนั้นจะสัมผัสโดนขอบหม้อ ลู่ถิงที่เพิ่งเดินกลับมาจากแปลงเกษตรหลังบ้านก็พุ่งเข้ามาคว้าข้อมือของมารดาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบจากอุ้งมือของนายทหารหนุ่มทำให้แม่สามีร้องโอ๊ยออกมาเสียงหลง "แม่ครับ! พอได้แล้ว!" ลู่ถิงเอ่ยเสียงต่ำ แววตาคมกริบฉายแววเย็นชาจนคนเป็นแม่ถึงกับสะท้าน "ชิงหานทำมาหากินด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของตัวเอง วัตถุดิบทุกอย่างนางหามาด้วยความสามารถ ถ้าแม่ยังมายุ่งวุ่นวายหาเรื่องในบ้านผมอีก อย่าหาว่าผมไม่เตือน" "ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกเห็นเมียดีกว่าแม่ตัวเองอย่างนั้นเรอะ!" นางจางโวยวายลั่น ชี้หน้าด่ากราดทั้งลูกชายและสะใภ้ น้ำลายแตกฝอยด้วยความคับแค้นใจ "แกดูมันสิ! ทำตัวเป็นคุณนาย นั่งกินนอนกิน ปล่อยให้ผัวหลังขดหลังแข็งทำนา..." ยังไม่ทันที่นางจางจะพ่นคำด่าทอชุดใหม่ออกมา กลิ่นหอมล้ำลึกอันเป็นเอกลักษณ์ของ 'ข้าวต้มหมูสับสูตรลับมิติสวรรค์' ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนเมล็ดข้าวบานเป็นดอกมะลิ ผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของขิงซอยบางๆ หมูสับหมักเครื่องเทศเนื้อนุ่มละลายในปาก และน้ำซุปกระดูกเคี่ยวเข้มข้นที่ลอยกรุ่นอยู่เหนือน้ำ ก็โชยเข้าปะทะจมูกของทุกคนในรัศมีร้อยเมตรอย่างจัง สายลมยามสายพัดพาเอาละอองความหอมนี้กระจายไปทั่วบริเวณ ราวกับมีเวทมนตร์สะกดให้ทุกสรรพเสียงรอบตัวเงียบลงในพริบตา บรรดาสชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว ท้องของหลายคนส่งเสียงร้องโครกคราออกมาพร้อมกันอย่างน่าอาย เถ้าแก่กัวถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมคอตามกลิ่น ส่วนนางจางที่กำลังอ้าปากเตรียมด่าทอ ถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ กลิ่นหอมนี้ช่างเย้ายวนใจเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะทานทนไหว มันไม่ใช่กลิ่นข้าวต้มธรรมดา แต่เป็นกลิ่นหอมที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณความอยากอาหารขั้นสุดยอด ราวกับอาหารจากสรวงสวรรค์ที่ถูกปรุงขึ้นด้วยความใส่ใจและวัตถุดิบชั้นเลิศ นางจางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เสียงโวยวายในลำคอหายวับไปทันที ดวงตาที่เคยขุ่นเคืองจ้องมองไปที่ทัพพีไม้ในมือของหลินชิงหานโดยไม่กระพริบ ปากที่อ้าค้างเริ่มหุบลง พร้อมกับที่มุมปากของหญิงสูงวัยมีน้ำใสๆ เอ่อซึมออกมาอย่างลืมตัว "เอ่อ... คือว่านะ..." นางจางเปลี่ยนน้ำเสียงจากหน้ามือเป็นหลังมือในเวลาไม่ถึงสามวินาที รอยยิ้มแห้งๆ ถูกปั้นขึ้นมาบนใบหน้ายับย่น "ชิงหาน... ลูกสะใภ้ แม่... แม่แค่ล้อเล่นน่า เมื่อกี้แม่แค่หยอกพวกเธอเล่นเท่านั้นเอง... ไหนๆ ข้าวต้มหม้อนี้ก็ทำเสร็จแล้ว ในฐานะแม่... เอ่อ ในฐานะผู้อาวุโส แม่ควรจะต้องช่วยชิมก่อนว่ามันรสชาติใช้ได้หรือเปล่า เผื่อเอาไปขายแล้วจะเสียชื่อตระกูลลู่..." ภาพของแม่สามีจอมเคี่ยวที่ยอมกลืนน้ำลายตัวเองและเปลี่ยนท่าทีหน้าหนาอย่างไร้ยางอาย เรียกเสียงหัวเราะในลำคอจากลู่ถิง ขณะที่หลินชิงหานเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน นางตักข้าวต้มร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมที่ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก "ถ้าคุณแม่อยากชิมนัก... ผมก็ยินดีต้อนรับครับ" หลินชิงหานยื่นชามข้าวต้มส่งให้ "แต่รสชาตินี้... อาจจะทำให้คนบางคนรู้สึกผิดจนกลืนไม่ลงเลยก็ได้นะครับ" นางจางรีบคว้าชามกระเบื้องมาถือไว้ด้วยความตะกละตะกลามโดยไม่สนคำเหน็บแนม แต่วินาทีที่นางตักข้าวต้มคำแรกเข้าปาก ดวงตาฝ้าฟางของหญิงชราก็เบิกกว้างขึ้นจนแทบถลน รสชาติกลมกล่อม ละมุนลิ้น ละลายหายไปในปากราวกับเวทมนตร์ ความอบอุ่นแผ่ซ่านลงไปถึงกระเพาะอาหาร ทำให้สมองของนางขาวโพลนจนลืมสิ้นทุกคำด่าทอที่เตรียมไว้ ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอาหารและบรรยากาศอันน่าขันนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตกใจของเด็กชายเสี่ยวเป่าที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา "แม่ครับ! ลุงใหญ่... ลุงใหญ่พาคนจากกองอำนวยการอำเภอมาที่บ้านเราแล้วครับ!" หลินชิงหานหรี่ตามองไปยังกลุ่มคนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม รอยยิ้มบนใบหน้าของนางจางแข็งค้างชามข้าวต้มในมือสั่นระริกทันที ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ใบชาหอมหมื่นลี้" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%