เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 12

สินค้าหมดเกลี้ยงในพริบตา

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าพวกคุณยังเบียดเสียดกันเข้ามาอีกแม้แต่ก้าวเดียว แผงผักของฉันวันนี้คงต้องประกาศปิดเร็วกว่าเวลาตลาดวายเสียแล้วล่ะครับ!" เสียงใสราวกับกระดิ่งเงินที่ดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุนหน้าแผงค้าในตลาดมืดอำเภอซิงหัว ไม่เพียงแต่เรียกเสียงฮือฮา แต่ยังหยุดฝีมือการแย่งชิงของเหล่าพ่อค้าคนกลางและแม่บ้านกระเป๋าหนักให้ชะงักงันลงในเสี้ยววินาที หลินชิงหานในชุดเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อดีสะอาดสะอ้าน ผ้ากันเปื้อนสีครามสะอาดตา ยืนยิ้มรับแรงกระแทกจากอุปสงค์ที่ล้นทะลักอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าท่ามกลางแสงไฟตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ส่องสว่างวับวาม ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วยามก่อน กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดที่เพิ่งนวดเสร็จใหม่ๆ จากมิติสวรรค์ ยังคงอบอวลอยู่ในห้องครัวเล็กๆ ของบ้านพักนายทหาร หลินชิงหานไม่ได้แค่หยิบวัตถุดิบธรรมดาออกมาขาย แต่เธอใช้ประโยชน์จาก "ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ" ในการคัดสรรแป้งสาลีเกรดพรีเมียมที่ผ่านการขัดสีอย่างดี ผักกาดเขียวอวบอ้วนไร้สารพิษที่ใบยังคงหยดน้ำค้างราวกับเพิ่งเด็ดจากต้น และต้นหอมสีเขียวสดที่ส่งกลิ่นหอมหวลชวนน้ำลายสอตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลงกระทะ "ชิงหาน... เธอแน่ใจนะว่าจะเอาแป้งล็อตนี้ออกมาขายหมดนี่จริงๆ? ราคานี้มัน..." ลู่ถิงฟงยืนกอดอกพิงเสาไม้เนื้อแข็งใกล้กับแผงค้า สายตาคมกริบกวาดมองฝูงชนที่เริ่มมารุมล้อมด้วยความระแวดระวังตามสัญชาตญาณนายทหาร แต่มุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มเอ็นดูภรรยาตัวน้อยไม่สาง เขาช่วยแบกกระสอบแป้งและลังผักน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัมมาส่งถึงที่นี่ด้วยมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างคันเก่า แต่วิธีการบริหารจัดการและการเจรจาต่อรองของหญิงสาวตรงหน้า กลับทำให้ทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนถึงกับต้องทึ่ง "พี่ถิงฟงวางใจเถอะครับ ของดีมีคุณภาพ ย่อมพูดแทนตัวมันเองได้เสมอ" หลินชิงหานหันไปส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้สามี ดวงตาคู่นั้นสื่อความนัยว่า *'รอดูฝีมือภรรยาคนนี้ได้เลย'* ทันทีที่ป้ายราคาถูกแขวนขึ้น—แป้งสาลีเนื้อบริสุทธิ์ถุงละห้าจิน และผักสดปลอดสารพิษมัดโต—เสียงสูดปากด้วยความตก ⁠ใจก็ดังระงมขึ้นทันทีในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหน้าเลือดที่มักผูกขาดตลาด "นี่มันแป้งอะไรกันเนี่ย! ขาวเนียนละเอียดขนาดนี้ แถมผักนี่ก็... โอ้โฮ! ใบใหญ่หนากรอบ ไม่มีรอยหนอนเจาะเลยสักนิด ขายยังไงแม่สาว?" เสียงห้าวของเถ้าแก่ตระกูลซุน เจ้าพ่อตลาดมืดประจำอำเภอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเจือความเย่อหยิ่งและพยายามกดราคา "ถ้าเหมาหมดนี่ ข้าให้ราคาครึ่งเดียวพอ" หลินชิงหานหุบยิ้มทันที แววตาคมปลาบฉายแววเยียบเย็นขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอไม่ใช่หลินชิงหานคนเดิมที่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบหน้าเลือดใส่ได้อีกต่อไป "ครึ่งเดียวหรือครับเถ้าแก่ซุน? เกรงว่าเงินในกระเป๋าของท่านอาจจะซื้อได้แค่เศษฝุ่นบนพื้นรองเท้าของฉันเสียมากกว่า ถ้าคิดจะกดราคาก็เชิญไปหาซื้อแป้งขึ้นราตามซอกตึกโน้นเถอะครับ แป้งระดับพรีเมียมและผักเทวดานี้ มีไว้สำหรับคนตาถึงและให้เกียรติสินค้าเท่านั้น!" คำพูดที่เฉียบคมราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง ทำให้เหล่ามุงรอบแผงถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมระอา เถ้าแก่ซุนหน้าชาดลด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทว่า ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากโวยวาย เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเศรษฐีโรงงานทอผ้าผู้ทรงอิทธิพลก็แทรกขึ้นเสียก่อน "ฮ่าๆๆ! พูดได้ดี! ชายชาตรีหรือจะสู้สตรีมีฝีมือ ข้าเหมาหมดนี่! ว่ามาเท่าไหร่ ข้าจ่ายด้วยเงินสดไม่ต้องทอน!" การเปิดฉากประมูลกลายๆ ด้วยความใจถึงของเศรษฐีโรงงานทอผ้า ทำให้บรรยากาศในตลาดมืดพลิกผันในพริบตา เหล่าแม่บ้านและพ่อค้าคนกลางที่กลัวจะพลาดของดีต่างพากันกรูเข้ามาแย่งชิงเงินในมือยื่นให้หลินชิงหานจนมือแทบเป็นระวิง เสียงเหรียญกษาปณ์กระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งในตะกร้าไม้สาน และธนบัตรใบใหญ่ถูกยัดใส่มือของลู่ถิงฟงที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยจำเป็นอย่างขันแข็ง เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม แผงค้าที่เคยแน่นขนัดด้วยสินค้าภูเขากลับว่างเปล่าจนแทบมองไม่เห็นเศษผง หลินชิงหานยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน แต่รอยยิ้มแห่งความสำเร็จกลับระบายเด่นชัดบนใบหน้าสวยหวาน เธอนับเงินในตะกร้าด้วยความรวดเร็ว ตัวเลขกำไรก้อนโตที่ปรากฏตรงหน้าทำให้หัวใจดวงน้อยพองโตจนแทบจะกระโดดออกมาโลดเต้น นี่คือเงินก้อนแรกที่เธอกอบโกยด้วยหยาดเหงื่อและสมองในยุค 80 แห่งนี้อย่างแท้จริง ไม่ต้องพึ่งพาเงินเบี้ยเลี้ยงทหารอันน้อยนิดของสามี และไม่ต้องก้มหัวให้แม่สามีจอมเค็มอีกต่อไป! "เก่งมากครับภรรยาของผม..." ลู่ถิงฟงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดซับเหงื่อให้ด้วยความทะนุถนอม สายตานายทหารหนุ่มเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและประกายไฟแห่งความคลั่งรักที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเตาฟืน "กลับบ้านกันเถอะครับพี่ถิงฟง วันนี้เราต้องฉลองกันชุดใหญ่!" หลินชิงหานหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี เธอเก็บเงินเข้าสู่มิติลับอย่างรวดเร็วโดยมีร่างสูงคอยบังสายตาผู้คนให้ ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเท้าขึ้นมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างเพื่อเดินทางกลับบ้าน เสียงฝีเท้าหนักอึ้งพร้อมกับเงาร่างของชายฉกรรจ์สามคนก็พุ่งเข้ามาขวางทางไว้เสียก่อน หัวหน้ากลุ่มคือชายร่างใหญ่มีแผลเป็นน่ากลัวที่มุมปาก ดวงตาดุดจดจ้องมาที่กระเป๋าเงินของหลินชิงหานด้วยความโลภ "เดี๋ยว... ค้าขายร่ำรวยขนาดนี้ ไม่คิดจะแบ่งค่าคุ้มครองให้ "พี่ใหญ่เสือ" คนนี้หน่อยหรือวะแม่สาว?" ลู่ถิงฟงก้าวออกไปบังหน้าภรรยาโดยสัญชาตญาณ กล้ามเนื้อใต้อยเครื่องแบบทหารเกร็งตัวขึ้นพร้อมปะทะ แววตาดุดันแผ่รังสีสังหารออกมาจนพวกอันธพาลชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น มือเรียวบางของหลินชิงหานกลับแตะลงบนแขนแกร่งของสามีเบาๆ เธอแย้มยิ้มเย็นเยียบออกมา ชนิดที่ต่อให้เป็นนักเลงลายครามยังต้องขนลุกซู่ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทหารหนุ่มต้องเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ "อยากได้เงินค่าคุ้มครองหรือครับ? เกรงว่าพวกคุณคงไม่มีปัญญาจ่าย 'ต้นทุน' ของมันหรอกนะ... เพราะสิ่งที่พวกคุณกำลังจะได้รับจากฉันต่อจากนี้ มันไม่ใช่เงิน แต่เป็น—" ปัง! เสียงฝ่ามือกระแทกกล่องไม้ดังสนั่น พร้อมกับกลิ่นหอมฉุนรุนแรงของสมุนไพรแปลกประหลาดที่หลินชิงหานแอบดึงออกมาจากมิติสวรรค์พุ่งเข้ากระแทกจมูกของพวกมันเต็มๆ จนร่างทั้งสามเซถอยหลังล้มพับลงไปกองกับพื้นในเวลาไม่ถึงสามวินาทีโดยที่ยังไม่ทันได้ชักมีดออกมาเสียด้วยซ้ำ! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเติบโตของสองสามีภรรยาคู่นี้ครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%