เสียงก๊อกๆ ที่ดังรัวและไร้มารยาทหน้าประตูห้องครัว ดึงสติของหลินชิงหานให้หลุดจากความคิดเรื่องแผนการค้าขายในค่ำคืนนี้ เปลวไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดสาดแสงวับแวมกระทบดวงหน้าเรียวคมที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น นางไม่ได้รีบร้อนลุกไปเปิดประตูลดตัวลงไปต่อปากต่อคำทันที ทว่ากลับบรรจงคีบชิ้นหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วสีอำพันเข้มข้นเข้าปากเคี้ยวอย่างช้าๆ รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมที่ละลายบนปลายลิ้น ตัดเลี่ยนด้วยความหอมของพริกไทยดำและรากผักชี ทำให้สมองของนางปลอดโปร่งยิ่งขึ้น
“ชิงหาน! นังสะใภ้รองตัวดี แกตายหรือยังถึงไม่ยอมมาเปิดประตู!” เสียงแหลมสูงของแม่สามีดังทะลุไม้กระดานผุๆ เข้ามา พร้อมกับแรงทุบที่หนักหน่วงขึ้นราวกับจะพังประตูให้พังครืน
ลู่ถิงที่เพิ่งเดินกลับมาจากตรวจความเรียบร้อยรอบค่ายทหารและแปลงเกษตร ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องโถง ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึง ดวงตาดำขลับคู่นั้นมองไปทางประตูหน้าด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เขาก้าวเท้าจะเดินไปจัดการด้วยตนเอง แต่ทว่ามือเรียวบางของภรรยารักกลับเอื้อมมาแตะที่แขนเสื้อของเขาเสียก่อน
“พี่ถิง… อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับ ปล่อยให้ผมต้อนรับแขกยามวิกาลคนนี้เองดีกว่า” หลินชิงหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์และเฉียบคม นางใช้ผ้าเช็ดมือสะอาดลวกๆ ก่อนจะเดินน่องสะท้านไปยังประตูเรือน
*แอด—!*
บานประตูไม้เก่าแก่ถูกเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างท้วมของแม่สามีที่กำลังอ้าปากเตรียมจะด่าทอต่อ แต่เมื่อปะทะเข้ากับสายตานิ่งสนิทและรอยยิ้มการค้าที่ส่งไปไม่ถึงดวงตาของหลินชานหาน นางเฒ่าถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนหน้าดำหน้าแดง
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว แม่ใหญ่ยังไม่อาบน้ำนอนอีกหรือครับ หรือว่านอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงสุขภาพของพวกเรา?” หลินชิงหานชิงพูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงสุภาพเรียบร้อยจนน่าหมั่นไส้
“แก! นังสารเลว! ข้าได้กลิ่นเนื้อตุ๋นลอยโชติชวงไปทั่วทั้งหมู่บ้าน! แกเอาเงินที่ไหนไปซื้อหมูมาชิ้นโตขนาดนั้น หืม? เงินนี่เป็นเงินเบี้ยเลี้ยงที่ลูกชายข้าส่งมาให้ใช่ไหม! ช่างอกตัญญูนัก กินอยู่ดีกินดีคนเดียวแต่ไม่เคยส่งเสียทางเรือนใหญ่เลยนะ!” แม่สามีแผดเสียงแหลมลั่น นิ้วอ้วนสั่นเทาชี้หน้าลูกสะใภ้ด้วยความโกรธเกรี้ยว
หลินชิงหานมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงแต่เอียงคอมองด้วยท่าทีฉงนสนเท่ห์
“เงินเบี้ยเลี้ยงของพี่ถิงหรือครับ? โอ้… แม่ใหญ่คงเข้าใจผิดแล้วกระมัง เงินก้อนนั้นข้าเก็บไว้จ่ายค่ารักษาพยาบาลและซื้อตำราเรียนให้เจ้าสองแฝดหมดแล้ว ส่วนเนื้อชิ้นนี้… หึ เป็นกำไรจากการที่ข้าเอา ‘ฝีมือ’ ไปแลกมาต่างหากเล่าครับ ถ้าแม่ใหญ่ว่างนัก ทำไมไม่ลองเอาเวลามาอบรมลูกสาวตัวเองที่ชอบขโมยของชาวบ้านกิน ดีกว่าจะมาเที่ยวกล่าวหาคนอื่นอย่างไร้หลักฐาน?”
ประโยคนี้แทงใจดำแม่สามีเข้าอย่างจังจนนางเฒ่ากรี๊ดออกมาด้วยความคับแค้นใจ ทว่าก่อนที่สงครามประสาทจะบานปลายไปมากกว่านั้น ร่างสูงใหญ่ของลู่ถิงก็ก้าวเข้ามายืนบังภรรยาไว้ครึ่งตัว น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังเอמהเอ่ยขึ้นราวกับเสียงคำรามจากเสือร้าย
“ดึกมากแล้วครับแม่ ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญ เชิญกลับเรือนไปพักผ่อนเถอะครับ ชิงหานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
แม่สามีตัวแสบเห็นสายตาดุดันและท่าทีปกป้องภรรยาอย่างออกนอกหน้าของบุตรชายคนรอง นางจึงทำได้เพียงฮึดฮัดสะบัดก้นเดินกลับเรือนใหญ่ไปพร้อมกับคำสาปแช่งเบาๆ
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา หลินชิงหานก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาหาผู้เป็นสามีด้วยรอยยิ้มเจิดจ้า “เอาล่ะ พี่ถิงครับ พรุ่งนี้เช้าตรู่ เราจะเดินทางเข้าเมืองอำเภอกัน”
แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมาในมิติซูเปอร์มาร์เก็ตลับที่เงียบสงบและกาลเวลาหยุดนิ่ง หลินชิงหานยืนตระหง่านอยู่หน้าชั้นวางสินค้าปลอดภาษีและคลังสินค้าขนาดมหึมา กลิ่นอายความทันสมัยปะปนกับกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดและแป้งสาลีชั้นดีลอยอบอวล
นี่คือค่ำคืนแห่งการคัดสรร ‘สินค้าล็อตแรก’ เพื่อไปเปิดตลาดมืดในอำเภอ!
หลินชิงหานสวมผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาด มือเรียวบางหยิบจับกระดาษจดรายการสินค้าด้วยความกระตือรือร้น นางรู้ดีว่าในยุค 80 นี้ สินค้าที่หายากและทำกำไรได้มหาศาลที่สุดไม่ใช่เสื้อผ้าแพรพรรณ แต่คือ ‘อาหารและเครื่องปรุงรส’ ที่ผู้คนโหยหา
“น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์บรรจุถุงกิโลกรัม… แน่นอนว่าต้องมีสักห้าสิบถุง ข้าวสารหอมมะลิเกรดพรีเมียมแพ็คสูญญากาศ… อีกหนึ่งร้อยกิโลกรัม แป้งสาลีทำซาลาเปา น้ำมันพืชขวดพลาสติกใส และที่ขาดไม่ได้คือ… เครื่องเทศหมักหมูสูตรลับเฉพาะตัวที่หอมฟุ้งจนคนเดินผ่านต้องเหลียวหลัง”
นางจัดการลำเลียงสินค้าทั้งหมดลงในตะกร้าไม้ไผ่สานใบใหญ่ที่ลู่ถิงช่วยเหลาเตรียมไว้ให้ แม้ของในตะกร้าจะดูมีปริมาณจำกัดเมื่อมองจากภายนอก แต่ด้วยความมหัศจรรย์ของมิติซูเปอร์มาร์เก็ต หลินชิงหานสามารถหยิบจับและเติมสินค้าคุณภาพสูงเหล่านี้ออกมาได้อย่างไม่จำกัด ตราบใดที่ยังอยู่ในโควตากำหนด
ลู่ถิงเดินเข้ามาสวมกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ ปลายคางคมเกยอยู่บนลาดไหล่บอบบางของนาง ดวงตาคมกวาดมองกองสินค้าคุณภาพเยี่ยมด้วยความทึ่ง “ชิงหาน… น้องแน่ใจนะว่าของพวกนี้จะไม่ทำให้คนสงสัย? มันดูใหม่และประณีตเกินกว่าสินค้าในสหกรณ์รัฐเสียอีก”
หลินชิงหานหัวเราะคิกคักในลำคอ นางหันกลับมาซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดอุ่นของสามี มือเรียวลูบไล้แผงอกกว้างเบาๆ “พี่ถิงครับ ของดีมีคุณภาพ ย่อมดึงดูดคนที่ฉลาดและมีกำลังซื้อเสมอ ตลาดมืดในอำเภอไม่ได้มีแต่คนจนตรอกหรอกนะครับ แต่มีพ่อค้าคนกลางและภรรยาข้าราชการระดับสูงที่ยินดีจ่ายแพงเพื่อแลกกับความอร่อยและความสะดวกสบาย”
เช้าวันใหม่มาเยือนเร็วกว่าที่คิด หมอกหนาทึบปกคลุมยอดเขา ลู่ถิงและหลินชิงหานออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง สองสามีภรรยาช่วยกันเข็นรถเข็นไม้ที่บรรทุกสินค้าล็อตแรกปกคลุมด้วยผ้าใบเก่าๆ มุ่งหน้าสู่ถนนลูกรังสายเล็กที่ตัดผ่านป่าทึบเพื่อลักลอบเข้าสู่เขตอำเภอโดยหลีกเลี่ยงสายตาของเจ้าหน้าที่รัฐ
หลังจากการเดินทางอันยาวนานและเหน็ดเหนื่อย ทั้งคู่ก็มาถึงตรอกซอกซอยแคบๆ ด้านหลังตลาดสดเทศบาล ซึ่งเป็นแหล่งซื้อขายสินค้าใต้ดินที่คึกคักที่สุดในยามเช้าตรู่ หลินชิงหานสูดหายใจเข้าลึก1 เพื่อเรียกความมั่นใจ นางเปิดผ้าใบออกเผยให้เห็นถุงแป้งขาวสะอาดและขวดน้ำมันพืชใสปิ๊งที่สะท้อนแสงไฟสลัว
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะหยิบสินค้าชิ้นแรกออกมาเสนอขายให้แก่ลูกค้ากลุ่มแรกที่เดินผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากปากซอกซอย
“หยุดตรงนั้นนะ! ห้ามขยับ! ตรวจค้นตลาดมืด! จับกุมพวกค้ากำไรเกินควรให้หมด!”
รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของหลินชิงหานแข็งค้างในพริบตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาร่างของชายในเครื่องแบบสายตรวจสามคนกำลังวิ่งตรงดิ่งเข้ามาปิดล้อมเส้นทางหลบหนีของพวกเขาไว้ทุกด้าน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของสองสามีภรรยามาจนถึงตอนนี้นะครับ
เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 10
เตรียมตัวบุกตลาดมืด
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!