เสียงกวาดไม้กวาดกระทบพื้นดินดัง *แสกๆ* เป็นจังหวะเดียวกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของแม่สามี ที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบยามสายของบ้านสกุลลู่
"ชิ! ทำเป็นสำอาง ตั้งแต่แต่งเข้ามายังไม่เห็นช่วยงานในไร่สักนิด วันๆ เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องครัวกับลูกลิงสองตัวนี้ คิดว่าใช้เงินเดือนของถิงเฟิงแล้วจะสุขสบายไปตลอดหรือไง!"
เสียงบ่นกระปอดกระแปดของนางชุนฮวา ดังลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ เข้ามาในห้องครัว หลินชิงหานไม่ได้แม้แต่จะชายตามองร่างท้วมที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าลานบ้าน มือเรียวบางของเธอกำลังตวัดมีดหั่นหมูสามชั้นที่เพิ่งหยิบออกมาจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ต เนื้อหมูชั้นดีมีมันแทรกสลับแดงชมพูสามชั้นพอดิบพอดี ถูกหั่นเป็นชิ้นหนาขนาดพอดีคำ เสียงคมมีดกระทบเขียงไม้ดัง *ปึกๆ* เป็นจังหวะที่ทรงพลังและชัดเจน ราวกับเป็นการตอกกลับทุกคำนินทาอย่างไร้เสียง
ชิงหานหันไปสบตากับลู่ถิงเฟิงที่ยืนอยู่ข้างเตาฟืน รอยยิ้มแห่งชัยชนะผุดขึ้นบนใบหน้าทันที ขณะที่แม่สามีอ้าปากค้างจนแทบกลืนกินกำปั้นของตัวเองเข้าไปได้ เมื่อเห็นกองวัตถุดิบชั้นเลิศที่ลูกชายสุดที่รักของนางแอบไปซื้อหามาปรนเปรอภรรยาอย่างไม่เสียดายเงิน
"มองอะไรกันเล่า! นี่พวกแกคิดจะล้างผลาญสมบัติของตระกูลลู่ให้หมดเกลี้ยงเลยใช่ไหม ถิงเฟิง! ลูกตาบอดไปแล้วหรือไงถึงได้ยอมตามใจเมียน외หกคนนี้ขนาดนี้!" นางชุนฮวาร้องแว้ดเสียงหลง พลางก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาหมายจะผลักประตูห้องครัวให้พัง
ทว่า ลู่ถิงเฟิงก้าวออกมาขวางไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ดั่งภูผา ดวงตาคมกริบราวกับนายทหารสนามรบตวัดมองมารดาด้วยแววตานิ่งสนิท แต่น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นกลับทรงพลังจนแม่สามีต้องชะงักฝีเท้า "เงินนี่ผมหามาด้วยหยาดเหงื่อของผมเอง และชิงหานก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม แม่ไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าเธอครับ"
คำพูดนั้นหนักแน่นราวกับแท่งเหล็ก ชิงหานแอบอมยิ้มในใจ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอก สามีหนุ่มคนนี้ไม่เคยทำให้เธอผิดหวังเลยจริงๆ ในยุคที่ผู้ชายเป็นใหญ่และมักเข้าข้างแม่บังเกิดเกล้า ลู่ถิงเฟิงกลับเลือกที่จะยืนเคียงข้างเธอและปกป้องอย่างไม่ลังเล
"ดี! ดีมาก! ไอ้ลูกอกตัญญู เห็นเมียดีกว่าแม่! งั้นก็กินกันเข้าไปให้ตายไปข้างหนึ่ง!" นางชุนฮวากระทืบเท้าเร่าๆ ด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดก้นเดินหนีไปพร้อมกับเสียงบ่นงึมงำด่าทอไม่ขาดสาย
ชิงหานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอไม่ใส่ใจคนใจแคบเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย สิ่งสำคัญตอนนี้คือการสร้างสรรค์ความสุขผ่านปลายจวักต่างหาก
"เสี่ยวเป่า ถิงถิง มาช่วยแม่ล้างต้นหอมกับขิงหน่อยเร็วลูก" หญิงสาวหันไปเอ่ยกับเด็กแฝดทั้งสองที่ยืนมองตาแป๋วด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ครับ/ค่ะ คุณแม่!" สองพี่น้องขานรับอย่างกระตือรือร้น ความหวาดกลัวที่มีต่อแม่เลี้ยงในวันแรกได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักและความศรัทธาที่พวกเขามีต่อ 'อาหารฝีมือแม่' ที่อร่อยจนลืมไม่ลง
ชิงหานเริ่มลงมือจัดการกับวัตถุดิบ เตาฟืนถูกจุดไฟจนลุกโชน กลิ่นหอมของน้ำมันหมูที่เจียวในกระทะเหล็กเริ่มส่งกลิ่นโชยอ่อนๆ เธอนำหมูสามชั้นที่หั่นไว้ลงไปรวนในกระทะ เสียง *ฉู่ฉ่า* ดังสนั่นพร้อมกับไขมันสีใสที่ค่อยๆ ละลายออกมาเคลือบชิ้นเนื้อจนเป็นสีทองสวยงาม ตามด้วยขิงแก่หั่นแว่น กระเทียมโขลกหยาบ และพริกแห้งเม็ดโตที่ให้รสชาติเผ็ดร้อนตัดเลี่ยน
จากนั้น เธอก็หยิบผักกาดขาวสดกรอบจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ตที่ล้างจนสะอาดสะอ้าน หั่นเป็นท่อนพอดีคำแล้วโยนลงไปผัดเคล้าให้เข้ากัน เสียงตะหลิวกระทบกระทะดังเคล้ากับเสียงซู่ซ่าของน้ำซุปกระดูกหมูที่เธอแอบเคี่ยวไว้ล่วงหน้า เปลวไฟสีส้มสะท้อนกับใบหน้าคมสวยของหญิงสาวที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเสน่ห์ปลายจวักอันแพรพราว
ขั้นตอนสุดท้ายคือการเหยาะซีอิ๊วดำและน้ำสสายชูหมักชั้นดีลงไป เพื่อตัดรสชาติให้กลมกล่อม ครบรสเปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด และมันอย่างลงตัว
ทันใดนั้นเอง...
*ฟุ้ง!*
สายลมยามสายที่พัดโชยเข้ามาทางหน้าต่างครัว ได้หอบเอา 'กลิ่นผัดผักหมูสามชั้น' อันหอมหวนชวนน้ำลายสอ ลอยฟุ้งกระจายออกไปนอกตัวบ้านอย่างรวดเร็วราวกับมีฤทธิ์เดช
กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของหมูสามชั้นคั่วพริกขิงที่ผัดจนแห้งกำลังดี ผสมผสานกับกลิ่นหอมของกระเทียมเจียวและผักกาดขาวสดใหม่ พุ่งทะยานผ่านรั้วไม้ไผ่ ลอยละลิ่วไปตามสายลมจนทะลุกำแพงบ้านหลังข้างเคียงสามบ้านแปดบ้าน!
บ้านหลังแรกที่อยู่ติดกันคือบ้านของป้าชุบ ผู้ขึ้นชื่อเรื่องปากหอยปากปูและชอบนินทาชาวบ้านเป็นกิจวัตร ขณะนั้นป้าชุบกำลังนั่งแทะมันสำปะหลังต้มแห้งๆ กับสามี จู่ๆ จมูกของนางก็ฟุตฟิดสูดดมกลิ่นหอมประหลาดที่ลอยมาตามลม นางหยุดเคี้ยวทันที ดวงเบิกกว้างด้วยความตะลึงงัน น้ำลายสอพรั่งพรูออกมาเต็มปากจนแทบกลืนไม่ลง
"นะ...นั่นกลิ่นอะไรวะแม่บ้าน?" สามีของป้าชุบถึงกับวางมันสำปะหลังในมือลง ตาค้างมองไปทางบ้านสกุลลู่
ถัดไปอีกสองซอย ลุงหม่า นายพรานผู้เคร่งขรึมที่กำลังซ่อมคันธนูอยู่ถึงกับมือไม้อ่อน กลิ่นหอมเย้ายวนใจนั้นรุนแรงเสียจนเขารู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วน ราวกับมีเชฟเหลาอาหารชื่อดังจากเมืองหลวงมาเปิดครัวอยู่ข้างบ้าน
"กลิ่นเนื้อผัด... ไม่สิ ผัดผักใส่หมูสามชั้นนี่หว่า หอมบ้าอะไรขนาดนั้นวะเนี่ย!" ชาวบ้านคนหนึ่งที่เดินผ่านมาถึงกับต้องหยุดยืนเกาะรั้วบ้านสกุลลู่ สูดปากด้วยความอยากกินจนเนื้อตัวสั่นเทา
เสียงซุบซิบและเสียงกลืนน้ำลายดังอึกอักระครงไปทั่วตรอกซอกซอย ทุกสายตาต่างพากันมองมาที่ห้องครัวบ้านสกุลลู่เป็นตาเดียวด้วยความอิจฉาริษยาและหิวโหย
ในขณะที่ข้างนอกกำลังปั่นป่วนเพราะฤทธิ์เดชของกลิ่นอาหาร ชิงหานกลับตักผัดผักหมูสามชั้นสีสันน่ารับประทานใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมที่แตะจมูกจนลู่ถิงเฟิงถึงกับต้องกลืนน้ำลาย
"เสร็จแล้วครับ ลูกๆ ไปล้างมือแล้วเตรียมกินข้าวได้เลยนะ" ชิงหานส่งยิ้มหวานให้สามีและลูกๆ
แต่ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะยกจานอาหารไปตั้งที่โต๊ะ จู่ๆ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นรัวๆ อย่างไร้มารยาท ตามด้วยเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของหัวหน้าหมู่บ้านที่มาพร้อมกับชายแปลกหน้าแต่งกายภูมิฐานกลุ่มหนึ่ง
"เปิดประตู! เปิดเดี๋ยวนี้! บ้านสกุลลู่พวกเธอซ่อนอะไรไว้ ทำไมกลิ่นถึงได้รบกวนคนทั้งหมู่บ้านแบบนี้!"
ชิงหานชะงักมือที่ถือจาน รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที เธอมองหน้าลู่ถิงเฟิงที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
ดูท่า... มื้ออาหารอันแสนสงบสุขของครอบครัวเธอ จะมี 'แขกไม่ได้รับเชิญ' มาขอร่วมวงกินด้วยเสียแล้วสิครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ใบชาหอมหมื่นลี้" เสมอมานะครับ
เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 8
กลิ่นผัดผักลอยไปสามบ้านแปดบ้าน
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!