"จอบในมือพวกท่านเบาเกินไปหน่อยไหมครับ ถ้าจะถากหญ้าและพลิกหน้าดินเพื่อปลูกแปลงผักอินทรีย์ให้ภรรยาผม ขืนใช้แรงแค่นั้น เกรงว่าอีกสามปีก็คงยังไม่ได้ลงเมล็ดพันธุ์"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของ ลู่ถิงเฟิง ดังขึ้นท่ามกลางไอน้ำยามสายที่ยังลอยอวลอยู่เหนתพื้นดินหลังกระท่อม ชายหนุ่มในชุดทหารสีเขียวเข้มพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นขนัด กำลังยืนกอดอกมองกลุ่มชาวบ้านรับจ้างสามคนที่เขาเพิ่งไปว่าจ้างมาจากหมู่บ้านฝั่งTตกด้วยสายตาดุดัน
หลินชิงหานก้าวเท้าออกมาจากประตูหลังบ้าน พร้อมกับถาดไม้ที่บรรจุเหยือกน้ำสมุนไพรเย็นเจี๊ยบและผ้าขนหนูสะอาด นางส่งยิ้มบางๆ ให้สามีหนุ่มผู้คลั่งรัก ที่ไม่ว่านางจะขยับตัวทำอะไร เขามักจะหาเรื่องมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เสมอ ยิ่งตอนนี้เข้าสู่ช่วงเวลาของการ "ขยายพื้นที่เพาะปลูก" ลู่ถิงเฟิงยิ่งเห่อภรรยิ่งกว่าตอนที่เขาได้เลื่อนขั้นเป็นนายทหารเสียอีก
"พี่ถิงเฟิง อย่าไปกดดันพวกเขาเลยครับ ชาวบ้านเขาคุ้นกับการทำไร่แบบเดิมๆ พอให้มาทำแปลงเกษตรอินทรีย์แบบยก่อง ปลูกสลับพืชตระกูลถั่วเพื่อบำรุงดินตามที่ผมออกแบบ พวกเขาMก็ต้องใช้เวลาปรับตัวนิดหน่อย" ชิงหานวางถาดลงบนโต๊ะไม้ไผ่ใต้ร่มไม้
นางกวาดสายตามองพื้นที่รกร้างด้านหลังกระท่อมที่บัดนี้ถูกถางจนโล่งเตียนไปกว่าครึ่งงานแล้ว ดินสีน้ำตาลเข้มเริ่มปรากฏให้เห็นหลังจากลอกชั้นวัชพืชออก นี่คือแผนการขั้นต่อไปของนาง หลังจากที่กวาดเงินจากตลาดมืดและทำให้คนตระกูลลู่ต้องอับอายจนมุมไปหลายยก ถึงเวลาที่นางจะต้องสร้าง "อาณาจักรสีเขียว" ของตัวเองอย่างจริงจังเสียที
"คุณหนูหลิน... เอ่อ ไม่สิ สะใภ้รองลู่ ดินตรงนี้มันทั้งแข็งทั้งแห้งแล้งมาหลายปี ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยจะขึ้น ท่านแน่ใจหรือครับว่าจะลงทุนลงแรงปรับปรุงมันเป็นแปลงผัก?" ลุงเฉิน หัวหน้าคนงานรับจ้างเอ่ยถามขึ้นอย่างเกรงใจ พร้อมกับปาดเหงื่อบนหน้าผาก
ชิงหานยิ้มมุมปาก นางเดินเข้าไปใกล้แปลงดิน หยิบก้อนดินขึ้นมาบดขยี้เบาๆ ในอุ้งมือ ก่อนจะแอบปล่อยละอองน้ำทิพย์เจือจางจากมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตซึมลงไปในเนื้อดินผ่านปลายนิ้วเพียงชั่วพริบตา กลิ่นหอมกรุ่นของดินอุดมสมบูรณ์ก็โชยขึ้นมาเตะจมูกทันที
"ดินที่นี่แค่ขาดการดูแลและขาดธาตุอาหารที่เหมาะสมครับ ลุงเฉิน... เดี๋ยวตอนพักเที่ยง ผมจะให้พวกท่านได้ลองชิมผักบุ้งผัดไฟแดงกับซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่ผมทำรับรองว่ากินแล้วจะมีแรงถากดินเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวแน่นอนครับ"
คำว่าอาหารฝีมือหลินชิงหานมีฤทธิ์เดชยิ่งกว่ายาบำรุงกำลัง ชายฉกรรจ์ทั้งสามคนตาเป็นประกายทันที พวกเขาเคยได้ยินกิตติศัพท์ความอร่อยที่เล่าลือกันไปทั่วหมู่บ้าน ถึงขนาดที่แม่สามีจอมเค็มยังต้องกลืนน้ำลายตัวเองหลายรอบ วันนี้ได้มาทำงานใกล้ชิดและมีสิทธิ์ลิ้มลอง มีหรือที่พวกเขาจะปฏิเสธ
ลู่ถิงเฟิงเห็นภรรยาเข้ามาพัวพันกับงานหนักก็รีบเดินเข้ามาดึงข้อมือนางเบาๆ "ชิงหาน แดดเริ่มร้อนแล้ว เจ้ากลับเข้าไปรอข้างในเถอะ เดี๋ยวเรื่องตากแดดตากลมนี้ ให้พี่กับพวกเขจัดการเอง"
"ผมไม่ใช่คุณหรอกนะพี่ถิงเฟิง แค่ยืนดูเฉยๆ จะเป็นอะไรไป" ชิงหานเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซน "อีกอย่าง ผมกำลังคิดอยู่ว่า หลังจากปรับดินเสร็จ แปลงริมสุดเราจะปลูกมะเขือเทศราชินีกับพริกขี้หนูสวน ส่วนแปลงกลางจะทำแปลงสมุนไพรทำอาหาร... อ้อ! ผมว่าเราควรทำโรงเรือนเพาะเห็ดเล็กๆ ไว้ข้างเล้าไก่ด้วยนะ"
ท่าทางกระตือรือร้นและดวงตาที่เป็นประกายของภรรยา ทำให้ลู่ถิงเฟิงรู้สึกใจกระตุกวูบ เขาอยากจะดึงร่างบางนี้เข้ามากอดให้หายหมั่นเขี้ยวเสียตรงนั้น ติด1ที่มีสายตาของชาวบ้านยืนมองอยู่ ไม่อย่างนั้นภาพลักษณ์นายทหารผู้เคร่งขรึมคงพังทลายไม่เป็นท่า
"ตามใจเจ้าทุกอย่างครับ อยากปลูกอะไร อยากสร้างอะไร บอกพี่คำเดียว เดี๋ยวจัดหามาให้หมด" ลู่ถิงเฟิงกระซิบเสียงทุ้มข้างใบหูนาง จนชิงหานต้องแอบหยิกเอวเขาเบาๆ
เวลาล่วงเลยจนถึงยามเที่ยง กลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารก็ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณหลังกระท่อม ชิงหานลงมือทำอาหารง่ายๆ แต่ใช้วัตถุดิบชั้น 1 จากมิติพิเศษ ผัดผักบุ้งไฟแดงส่งเสียงฉ่าสะใจ กลิ่นกระเทียมเจียวและเต้าเจี้ยวหอมทะลุไปถึงบ้านใหญ่ที่อยู่ถัดไปไม่ไกล ทำให้แม่สามีจอมเค็มที่กำลังนั่งแคะขี้เล็บอยู่ถึงกับสะดุ้งโหย่ง สูดปากด้วยความโมโหหิว
ขณะที่พวกชาวบ้านกำลังนั่งล้อมวงกินข้าวด้วยความเอร็ดอร่อยจนส่งเสียงชมไม่ขาดปากนั้นเอง ประตูรั้วไม้ไผ่หน้ากระท่อมก็ถูกผลักเปิดออกเสียงดังโครม!
ร่างของหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมแต่งกายด้วยชุดเก่าๆ แต่หน้าตาดุดันพุ่งพรวดเข้ามา นางคือ ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าด้านและชอบมาขูดรีดของกินจากคนอื่นโดยเฉพาะ
"อ๋อ! มิน่าล่ะ ถึงได้กลิ่นหอมโชว์ชาวบ้านชาวช่อง ที่แท้ก็แอบทำของกินดีๆ กินกันลับหลังนี่เอง! นังสะใภ้รอง แกช่างอกตัญญูนัก สามีไปเป็นทหารส่งเงินมาให้ แต่แกกลับเอามาผลาญจ้างคนงานจัดสวนทำไร่ แถมยังทำอาหารกลิ่นฟุ้งไปทั่วบ้านทั่วเมืองแบบนี้ ไม่เกรงใจญาติผู้พี่บ้างเลยรึไง!"
ป้าสะใภ้ใหญ่เท้าสะเอวแผดเสียงแหลมสูงจนนกบนต้นไม้แตกตื่น ฝาแฝดเสี่ยวเป่ากับถิงถิงที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่กับมารดา สะดุ้งตกใจโผเข้ากอดขาชิงหานไว้แน่น
บรรยากาศที่กำลังชื่นมื่นพลันเย็นยะเยือกกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที ลู่ถิงเฟิงวางตะเกียบลงช้าๆ ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาจนน่ากลัว เขากำลังจะลุกขึ้นไปจัดการขั้นเด็ดขาด แต่ชิงหานกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า 'เรื่องนี้... ผมจัดการเอง'
ชิงหานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้างามประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางก้าวเท้าเข้าไปหาป้าสะใภ้ใหญ่ทีละก้าวอย่างสง่างาม
"ป้าใหญ่ครับ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเนือยๆ แต่เฉียบคมจนคนฟังถึงกับชะงัก "เงินที่ผมจ้างคนงาน เป็นเงินที่ผมหามาได้ด้วยหยาดเหงื่อแรงงานจากการค้าขายในตลาด ไม่ใช่เงินในกระเป๋าของบ้านใหญ่ และไม่ใช่เงินเดือนทหารของพี่ถิงเฟิง... ถ้าท่านอยากกินอาหารหอมๆ แบบนี้บ้าง..."
ชิงหานหยุดยืนห่างจากป้าสะใภ้ใหญ่เพียงก้าวเดียว ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างกดดัน
"...ก็เชิญกลับไปควักเงินในกระเป๋าตัวเองซื้อวัตถุดิบ แล้วฝึกทำเอาเองครับ ที่นี่ไม่ใช่โรงทานของตระกูลลู่ และผมก็ไม่ใช่คนรับใช้ที่จะต้องมาคอยปรนเปรอใครหน้าไหนทั้งสิ้น!"
"แก... นังเด็กปากดี!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าชิงหานให้หายแค้น
ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นจะกระทบผิวแก้วของชิงหาน ข้อหือกำยำคู่หนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของป้าสะใภ้ใหญ่ไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบมหาศาลทำให้นางร้องกรี๊ดลั่นด้วยความเจ็บปวด
ลู่ถิงเฟิงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าภรรยา ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองป้าสะใภ้ใหญ่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหสะรอบตัวลดฮวบ
"ถ้าไม่อยากให้มือข้างนี้ใช้งานไม่ได้ไปตลอดชีวิต ก็ไสหัวออกไปจากเขตพื้นที่ของผมซะ!" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยออกมาคำต่อคำ ไม่มีร่องรอยล้อเล่นแม้แต่น้อย
ป้าสะใภ้ใหญ่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางรีบสะบัดมือหลุดแล้วถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ขณะกำลังจะหันหลังวิ่งหนีอับอาย สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำทะมัดทะแมงของใครบางคนที่ยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่หลังพุ่มไม้หน้าประตูกระท่อม
บุคคลผู้มาใหม่คนนั้น... กำลังส่งสัญญาณมือลับๆ ให้ป้าสะใภ้ใหญ่ พร้อมกับรอยยิ้มชั่วร้ายที่ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
ชิงหานหรี่ตามองตามสายตาของป้าสะใภ้ใหญ่ ก่อนที่หัวใจจะกระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของใครบางคนก้าวออกมาจากเงาไม้
"หึ... คิดไม่ถึงเลยสินะว่าพี่ชายแท้ๆ ของแก... จะกล้ามาเยือนถึงที่นี่ด้วยตัวเอง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนบทประพันธ์เรื่องนี้ด้วยความอบอุ่นเสมอมาครับ (โปรดติดตามตอนต่อไป)
เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80•ตอนที่ 18
ขยายพื้นที่เพาะปลูก
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียแต่งจำยอมกับฟาร์มมิติสวรรค์ยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!