กระดาษไขแผ่นนั้นยับยู่ยี่ในอุ้งมือของรณกร ราวกับมันถูกขยำด้วยความตื่นตระหนกปนโกรธขึง กลิ่นอายความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวธันวาในยามวิกาลเช่นนี้ไม่ได้ทำให้สถาปนิกหนุ่มถอยร่น กลับกัน มันยิ่งจุดประกายไฟในดวงตาคู่สวยให้ลุกโชนขึ้นอย่างท้าทาย
"คุณธันวา..." รณกรเอ่ยเรียกเสียงสั่น มือเรียวยื่นไปคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แน่น "นั่น... นั่นมันแปลนโครงสร้างตึกของผมที่หายไปจากโต๊ะทำงานนี่ครับ!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานส่วนตัวของคฤหาสน์หลังใหญ่ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของธันวา ทำให้เงาสันทอดลงมาดูดุดันและลึกลับเกินกว่าจะคาดเดา เจ้าของตึกนิสัยเสียไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับการถูกจับได้คาหนังคาเขา เขายังคงยืนนิ่ง ปล่อยให้รณกรกำแขนเสื้อของตนไว้จนยับยู่
ธันวาก้มมองมือนั้นช้าๆ สายตาคมกริบเลื่อนขึ้นสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถามและหยาดอารมณ์คุกรุ่น
"ปล่อยก่อนครับ... คุณสถาปนิก" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม "คุณกำลังเข้าใจผมผิดไปกันใหญ่แล้ว"
"เข้าใจผิด?" รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ปากเรียวเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความอัดอั้น "แปลนฉบับนี้มีลายเซ็นกำกับและรอยแก้โค้งรับน้ำหนักที่ผมเพิ่งนั่งคิดสดๆ ร้อนๆ เมื่อตอนหัวค่ำ มันอยู่ในห้องทำงานผม แต่มันกลับมาอยู่ในมือคุณตอนตีหนึ่งครึ่ง... จะให้ผมเข้าใจเป็นอื่นว่ายังไงครับ คุณธันวา หรือว่าคุณแอบย่องเข้าไปในห้องผมตอนที่ผมเผลอ?"
รณกรจี้จุดด้วยความฉุนเฉียว เขาไม่ชอบคนเจ้าเล่ห์ และยิ่งเกลียดพวกชอบเล่นตลบหลังเป็นที่สุด แต่ทว่า ปฏิกิริยาของธันวาหลังจากฟังคำกล่าวหากลับไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว หรือการแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ชายหนุ่มร่างสูงเพียงแค่ถอนหายใจยาวนาน เป็นความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาคู่นั้น... แววตาที่รณกรไม่เคยเห็นมาก่อน
ธันวายกมือขึ้นปัดมือของรณกรออกอย่างแผ่วเบา ไม่ได้รุนแรง แต่มั่นคงพอที่จะทำให้สถาปนิกหนุ่มชะงัก
"ตามมานี่ครับ" ธันวาเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินลึกเข้าไปยังมุมมืดของห้องทำงาน ที่ซึ่งชั้นหนังสือบิวต์อินขนาดใหญ่บังทางเชื่อมลับตาอยู่
"เฮ้! จะพาผมไปไหนอีก อย่ามาใช้ลูกไม้หลบเลี่ยงนะครับคุณธันวา!" รณกรโวยวายตามหลัง แต่ขาก็ยอมก้าวตามไปติดๆ ด้วยความอยากรู้ที่พุ่งสูงจนทะלטเพดาน
ภายในห้องลับหลังชั้นหนังสือ เป็นพื้นที่ขนาดกะทัดรัดที่อัดแน่นไปด้วยกระดาษแปลนสถาปัตยกรรมยุคเก่า โมเดลจำลองตึกระฟ้าที่สร้างด้วยมือ และที่สำคัญที่สุด... บนกระดานชนวนสีดำขนาดใหญ่กลางห้อง เต็มไปด้วยสมการคำนวณโครงสร้างตึกของรณกรเอง ถูกเขียนทับด้วยลายมือระเบียบเรียบร้อย แต่ใช้ปากกาหมึกสีแดงแก้จุดบกพร่องที่รณกรพยายามหาทางออกมาร่วมสัปดาห์
รณกรยืนนิ่งค้าง เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"นี่มัน..." เสียงของสถาปนิกหนุ่มขาดหายไปในลำคอ
"ผมไม่ได้ขโมยแปลนของคุณ" ธันวาหันกลับมาเผชิญหน้า น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด "ผมแค่นั่งดูคุณนั่งเครียดกับมันมาสามวันเต็มๆ บนโต๊ะทำงานตัวนั้น... คุณแก้สมการเดิมซ้ำๆ จนลืมกินข้าวเย็น และผมก็แค่วิเคราะห์มันในมุมมองของวิศวกรโครงสร้างรุ่นเก่า... เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้คุณต่างหาก"
รณกรหันขวับมามองเจ้าของตึกนิสัยเสีย ปากที่เคยเตรียมจะต่อว่ากลับอ้าค้าง พูดไม่ออก สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพตรงหน้า ผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเอง เย็นชา และชอบสั่งนู่นสั่งนี่ กลับนั่งหลังขดหลังแข็งคำนวณโครงสร้างตึกเพื่อเขาในยามวิกาลเนี่ยนะ?
"คุณ... ทำแบบนี้ทำไมครับ?" รณกรเค้นเสียงถาม ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความสับสนและหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ
"เพราะตึกนี้..." ธันวาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว บดบังแสงไฟจนรณกรต้องถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง "เป็นโปรเจกต์ที่ผมทุ่มเททุกอย่างเพื่อสร้างมันขึ้นมาใหม่... และผมไม่อนุญาตให้สถาปนิกคนโปรดของผม ทำงานจนล้มพับไปก่อนที่ตึกจะสร้างเสร็จหรอกนะครับ"
คำว่า *"สถาปนิกคนโปรด"* ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแววตาที่จริงจังจนเกินเลยของธันวา ทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างกะทันหัน รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ห้องนี้ติดแอร์เย็นฉ่ำ
"ผม... ผมไม่ได้ต้องการให้ใครมาช่วยแก้ปัญหาให้แบบนี้นี่ครับ" รณกรพยายามหาเสียงตัวเองพบ เขาเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้น พยายามสร้างกำแพงความเก๊กกลับคืนมา "ถ้าจะช่วย ทำไมไม่บอกกันดีๆ ล่ะครับ ต้องมาทำลับๆ ล่อๆ ขโมยแปลนไปแบบนี้ มันชวนให้เข้าใจผิดชัดๆ"
ธันวาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะครั้งแรกที่รณกรเคยได้ยิน มันนุ่มนวลและทรงเสน่ห์เสียจนคนฟังต้องแอบเหลือบกลับมามอง
"ถ้าผมบอกคุณตรงๆ ว่าผมเป็นห่วงคุณ..." ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ "คุณคงใช้ปากจัดๆ ไล่ตะردผมออกจากห้องเหมือนทุกที... จริงไหมครับ?"
ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามทำให้ลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะปนกัน รณกรนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก มือที่ถือแปลนกระดาษยู่ยี่เผลอคลายออกอย่างไร้เรี่ยวแรง ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความวูบไหวในช่องท้องที่ชวนให้ปั่นป่วน
"คุณนี่มัน..." รณกรพยายามจะหาคำพูดมาเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่าริมฝีปากกลับถูกหยุดไว้ด้วยสายตาคู่คมที่มองลึกเข้ามาถึงก้นบึ้งของหัวใจ
บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่เปราะบางและหวานล้ำเกินกว่าจะควบคุม ทว่าก่อนที่รณกรจะได้เอื้อนเอยอะไรออกไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังลั่นจากด้านนอกก็ทำลายความเงียบขึ้นกะทันหัน
"คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับที่ไซต์งานก่อสร้างฝั่งทิศตะวันออก!" เสียงตะโกนของหัวหน้าคนงานดังลอยเข้ามาทะลุบานประตูห้องทำงานลับ
ทั้งธันวาและรณกรสะดุ้งผละออกจากกันทันที ดวงตาของธันวาฉายแววหงุดหงิดระคนเคร่งเครียดขึ้นมาฉับพลัน ขณะที่รณกรหน้าถอดสีเมื่อตระหนักถึงสัญญาณอันตราย
ธันวาหันไปมองหน้าสถาปนิกหนุ่ม แววตาคมกริบกวาดมองด้วยความเด็ดขาดก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้รณกรต้องช็อกค้างกลางอากาศ
"อยู่รอผมตรงนี้... ห้ามไปไหนเด็ดขาด เพราะความจริงเรื่องที่คุณแอบซ่อนความรู้สึกไว้... เรายังคุยกันไม่จบครับ"
---
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของพ่อหนุ่มปากแข็งกับสถาปนิกปากจัดคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 9
บทสนทนาหลังเที่ยงคืน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!