*แกร็ก!*
เสียงกลอนประตูเหล็กกล้าถูกหมุนล็อกมาจากด้านนอกดังสนั่นท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าโอบล้อมห้องประชุมใหญ่ ประหนึ่งมีใครบางคนจงใจขังพวกเขาสองคนไว้ในกรงเล็บแห่งความวิกฤต พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของสายฝนด้านนอกที่กระหน่ำซัดสาดใส่กระจกหน้าต่างบานยักษ์ราวกับโลกกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
รณกรผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สัญชาตญาณของสถาปนิกผู้รักความอิสระร้องเตือนภัยทันที มือเรียวยื่นไปควลูกบิดแล้วออกแรงบิดสุดแรงเกิด แต่ไร้ซึ่งการขยับเขยื้อน มันถูกล็อกตายสนิทอย่างไร้เยื่อใย
"ให้ตายสิ! เล่นมุกอะไรของเขากันวะเนี่ย" รณกรสบถเบาๆ พลางเคาะประตูสองสามครั้ง "ใครอยู่ข้างนอกครับ! เปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
ไร้เสียงตอบรับ นอกเสียจากเสียงสายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้างที่สว่างวาบเข้ามาทางหน้าต่าง เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งของธันวาที่ยังคงนั่งนิ่งสงบอยู่หลังโต๊ะทำงาน ท่ามกลางแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่ติดขึ้นอัตโนมัติ
ธันวาค่อยๆ วางปากกาลง ชายหนุ่มปรายตามองประตูที่ถูกล็อก ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดอยู่ที่แผ่นหลังบางของสถาปนิกปากจัด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า
"ไม่ต้องตะโกนหรอกครับ รณกร" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ท่ามกลางเสียงพายุ "ระบบความปลอดภัยของคฤหาสน์หลังนี้ ถ้าถูกตัดไฟจากระบบหลัก ประตูนิรภัยทุกบานจะล็อกอัตโนมัติเพื่อป้องกันผู้บุกรุก และมันจะค้างอยู่แบบนั้นจนกว่าพายุจะสงบและไฟสำรองจะรีเซ็ตตัวเอง... ซึ่งอย่างน้อยก็คงกินเวลาสักสามสี่ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ"
รณกรหันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่าย ดวงตากลมโตฉายแววไม่เชื่อถืออย่างเห็นได้ชัด "คุณพูดจริงหรือแค่หาเรื่องแกล้งผมกันแน่ครับ คุณธันวา? เล่นมุกบ้าอะไรในเวลาแบบนี้เนี่ย!"
"ผมดูเป็นคนว่างงานขนาดนั้นเลยเหรอครับ ถึงต้องมานั่งเล่นเกมประสาทใส่คุณในวันที่งานล้นมือ" ธันวาผละตัวออกจากเก้าอี้ ร่างสูงก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ แต่หนักแน่น "อีกอย่าง คนที่เสนอให้เร่งรัดเซ็นสัญญาให้จบภายในวันนี้... ก็คือตัวคุณเองไม่ใช่หรือไงครับ สถาปนิกคนเก่ง"
"ผมแค่ไม่อยากยืดเยื้อกับคนเรื่องเยอะต่างหากล่ะครับ!" รณกรเถียงกลับทันควันโดยไม่ยอมก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว แม้ว่าระยะห่างระหว่างเขากับเจ้าของคฤหาสน์จะลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียวแล้วก็ตาม "แล้วนี่อะไร? ไฟดับ ประตูถูกล็อก มือถือก็... เฮงซวยจริง โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณเลยสักขีด!"
สถาปนิกหนุ่มหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอที่ขึ้นสัญลักษณ์กากบาทสีแดงสนิท ก่อนจะสบถออกมาอย่างหัวเสีย
ธันวาหยุดยืนห่างจากรณกรเพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของฝนด้านนอกลอยแตะจมูก ร่างสูงกอดอกมองคนตรงหน้าที่กำลังพองลมหายใจด้วยความหงุดหงิด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพิจารณารายละเอียดบนใบหน้าเนียนใสที่บึ้งตึงได้อย่างชัดเจนท่ามกลางแสงสลัว
"ไม่มีสัญญาณก็แปลว่าเราต้องติดอยู่ที่นี่ด้วยกัน... ตามลำพัง" ธันวาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ตามลำพัง' ให้ดังขึ้นเล็กน้อย
"ผมไม่ได้อยากติดอยู่กับคุณสักหน่อยครับ ถ้าเลือกได้ ผมยอมออกไปยืนตากฝนข้างนอกยังดีเสียกว่ามาเถียงกับคนเผด็จการอย่างคุณ" รณกรเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเริ่มเต้นผิดจังหวะแปลกๆ จากระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปนี้
"ปากเก่งเสียจริงนะครับ" ธันวาขยับเข้ามาอีกก้าว จนรณกรต้องเผลอถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะประชุมด้านหลัง "แต่เวลาปากเก่งๆ ของคุณเนี่ย... มันน่าจับมาลงโทษนัก"
"คุณจะทำอะไร..." รณกรชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อมือหนาของธันวาเอื้อมเลยผ่านไหล่ของเขาไปคว้าเอาแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อเก็บเข้าที่ แทนที่จะเป็นการรุกล้ำอย่างที่เขากลัว (หรือแอบคาดหวัง?) ในตอนแรก
ธันวาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยได้รูปแทบจะชิดกับใบหูของคนตัวเล็ก น้ำเสียงกระซิบพร่าต่ำกระแทกความรู้สึกจนรณกรขนลุกซู่
"ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณสักหน่อยครับ... รณกร หรือว่าคุณกำลังคิดอะไรอกุศลอยู่กันแน่?"
"ผมไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละครับ! ถอยไปเลยนะ!" รณกรดันอกแกร่งของอีกฝ่ายให้ออกห่างอย่างแรง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ แม้จะพยายามกลบเกลื่อนด้วยการทำเสียงดุใส่ก็ตาม
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและทรงเสน่ห์อย่างร้ายกาจ จนสถาปนิกปากจัดรู้สึกว่าบรรยากาศในห้องมันชักจะร้อนขึ้นเรื่อยๆสวนทางกับอากาศด้านนอกที่ฝนกำลังตกหนัก
"อากาศข้างนอกหนาวมากนะครับ" ธันวาเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ พลางเดินเลี่ยงไปทางมุมห้องที่มีชุดโซฟาหนังแท้สีเข้มตั้งอยู่ "ถ้าไม่อยากเป็นปอดบวมตายเสียก่อนจะสร้างตึกเสร็จ แนะนำให้นั่งลงตรงนั้นดีกว่าครับ"
รณกรยืนกอดอกมองค้อนตามหลังคนตัวสูง "ผมดูแลตัวเองได้ครับ ไม่ต้องมาสั่ง"
*เปรี้ยง! ซ่าาาา!*
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นตามด้วยกระแสลมกรรโชกแรงที่ซัดเข้าใส่กระจกหน้าต่างอย่างจัง ทำให้หลอดไฟฉุกเฉินดวงสุดท้ายกะพริบถี่ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะดับวูบลงสนิท ทิ้งให้ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิท มีเพียงแสงสว่างวาบจากสายฟ้าภายนอกเท่านั้นที่คอยส่องนำทางชั่วขณะ
"เฮ้ย!" รณกรอุทานด้วยความตกใจโดยสัญชาตญาณ ร่างเพรียวเซถลาไปข้างหน้าเนื่องจากความมืดกะทันหัน
ท่อนแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งคว้าเอวบางเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงดึงรั้งทำให้รณกรพุ่งเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของธันวาเต็มแรง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่เป็นจังหวะของกันและกัน
รณกรนิ่งค้างอยู่ในอ้อมแขนนั้น มือเรียววางทาบอยู่บนอกเสื้อของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงฝนที่โหมกระหน่ำอยู่เบื้องนอกและเสียงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ใกล้ชิด
"บอกแล้วว่าให้มานั่งดีๆ..." เสียงกระซิบของธันวาแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความมืด "ดื้อไม่เข้าเรื่องเลยนะครับ รณกร"
รณกรเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ก่อนที่เขาจะได้อ้าปากเถียงกลับด้วยประโยคเจ็บๆ คันๆ ตามนิสัย เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายจากภายนอกก็ส่องลอดใต้ประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของบอดี้การ์ดคนสนิทที่ตะโกนัลวนอยู่หน้าห้อง
*“คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ! มีคนพยายามงัดระบบเซิร์ฟเวอร์หลักจากด้านนอก!”*
ธันวาชะงัก นัยน์ตาคมกริบในความมืดเปลี่ยนเป็นประกายดุดันขึ้นมาทันที ร่างสูงปล่อยมือจากเอวบางของรณกรอย่างรวดเร็ว บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดระดับสูงสุด
"ล็อคประตูห้องนี้ให้แน่นหนาที่สุด" ธันวาสั่งเสียงเข้มกร้าวผ่านบานประตู "แล้วเช็คดูว่าใครมันบังجาญกล้าเข้ามาเล่นตลกในบ้านของผม!"
รณกรยืนนิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยเต้นระรัวเพราะความใกล้ชิดเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความตระหนก เมื่อหางตาของเขาเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงชั้นสอง...
ไม่ใช่เงาของคนนอก
แต่มันคือเงาของใครบางคนที่กำลังถือแปลนก่อสร้างโครงการของเขากลางสายฝน!
"คุณธันวา..." รณกรเอ่ยเรียกเสียงสั่น มือเรียวยื่นไปคว้าแขนอีกฝ่ายไว้แน่น "นั่น... นั่นมันแปลนโครงสร้างตึกของผมที่หายไปจากโต๊ะทำงานนี่ครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางพายุลูกนี้ด้วยนะครับ!
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 8
พายุเข้าคฤหาสน์
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!