"ถ้าตัวเลขเจ็ดหลักปลายๆ นี้ยังไม่ถูกหั่นลงครึ่งหนึ่งในสิบนาทีนี้ ผมจะถือว่าบริษัทของคุณกำลังประเมินสติปัญญาของผมต่ำเกินไป... รณกร"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย็นชาดังบาดลึกเข้ามาในห้องประชุมกระจกใส ธันวา เจ้าของคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ความปรานี นั่งไขว่ห้างประสานมือไว้บนตัก ดวงตาคมกริบมองสถาปนิกหนุ่มฝีปากกล้าตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากของเขาฉาบด้วยความเย้ยหยันที่พร้อมจะจุดชนวนระเบิดได้ทุกเมื่อ เขากระแทกแฟ้มงานสถาปัตยกรรมลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงจนกระดาษด้านในกระพือ
"คุณธันวาครับ หูของคุณมีปัญหา หรือว่าสมองส่วนการประมวลผลต้นทุนมันเสื่อมสภาพไปตามอายุขัยกันแน่? วัสดุเกรดพรีเมียม นำเข้าจากอิตาลี กันความชื้น ทนแรงกระแทก แถมดีไซน์โค้งมนรับฮวงจุ้ยที่คุณบรีฟมาเองกับปาก ถ้าจะให้ราคาร่วงลงไปครึ่งหนึ่ง คุณก็ไปเอาอิฐบล็อกกับสังกะสีมารีโนเวทเองเถอะครับ ไม่ต้องจ้างสถาปนิกมือหนึ่งอย่างผมให้เสียเวลา!"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงปะทะระหว่างความหยิ่งทะนงของสถาปนิกหนุ่มกับความเผด็จการของเจ้าของตึกทำเอาทีมงานเบื้องหลังไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ธันวาขบกรามแน่น สันจاوโด่งคมขึ้นตามแรงอารมณ์ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามจนรณกรต้องเงยหน้าขึ้นมอง แต่แววตาของสถาปนิกหนุ่มไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความท้าทายที่พุ่งชนอย่างไม่ลดละ
"ปากดีแบบนี้ ระวังจะไม่มีปัญญาเซ็นรับมอบงานนะ รณกร" ธันวาโน้มตัวลงกระซิบ เสียงของเขาต่ำพร่าจนน่าขนลุก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนรณกรได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางที่ผสมกับกลิ่นบุคลิกอันเย็นชาของอีกฝ่าย
"เก็บคำขู่ของคุณไว้ใช้กับพวกผู้รับเหมาไร้น้ำยาเถอะครับ ผมไม่กลัว... และที่สำคัญ งานของผม สมราคา ทุกบาททุกสตางค์" รณกรสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสนิมเหล็กคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อระยะห่างมันใกล้เกินความจำเป็น
ในจังหวะที่สงครามประสาทกำลังลุกโชนจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาทำลายบรรยากาศตึงเครียด
*ก๊อก ๆ ๆ*
"ขออนุญาตค่ะ พอดีฉันได้ยินเสียงสุนัขเห่าหอนแถวนี้ เลยแวะเอาสติมาคืนให้เจ้าของโครงการกับสถาปนิกเสียหน่อย"
สิ้นเสียงหวานแต่เฉียบคม ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกโดย มินตรา เพื่อนสนิทและพาร์ทเนอร์คนเก่งของรณกร เธอเดินนวดขมับเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ แต่แววตากลับกราดมองเอกสารงบประมาณบนโต๊ะด้วยความรวดเร็วราวกับเครื่องสแกน
ธันวาผละถอยหลังกลับไปยืนตรงด้วยท่าทีสงبเสงี่ยมขึ้นเล็กน้อยเมื่อมีบุคคลที่สามก้าวเข้ามา เขาปรายตามองหญิงสาวด้วยความไม่สบอารมณ์นัก "ที่นี่คือการประชุมลับทางธุรกิจ คุณเป็นใครถึงกล้าเสียมารยาทเข้ามา?"
"ฉัน มินตรา เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคนที่คุมกระเป๋าเงินบริษัทของนายคนนี้ค่ะ คุณธันวา" เธอยิ้มหวานหยดแต่แฝงด้วยฤทธิ์เดช เธอวางแท็บเล็ตส่วนตัวลงบนโต๊ะกลางระหว่างทั้งสองคน "และในฐานะที่ฉันถือสิทธิ์ขาดเรื่องตัวเลข ขอบอกตรงนี้เลยว่า... งบที่คุณธันวาบอกว่า 'เกินจริง' เนี่ย แท้จริงแล้วมันคือการคำนวณเผื่อความปลอดภัยโครงสร้างฐานรากที่คุณสั่งแก้เพิ่มเองสามรอบต่างหากล่ะคะ"
รณกรแอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจเมื่อเห็นธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองสถาปนิกหนุ่มสลับกับหน้าจอแท็บเล็ตที่มินตารางเปิดแสดงรายการบัญชีอย่างละเอียด
"คุณสั่งให้เพิ่มระเบียงกันสาดกระจกนิรภัยยื่นออกไปรับวิวทะเลสาบตอนดึกๆ ใช่ไหมล่ะคะ?" มินตราเลิกคิ้วถามพล Sไล่นิ้วจิ้มหน้าจอ "น้ำหนักของกระจกเทมเปอร์หนาพิเศษสามชั้นบวกกับระบบไฮดรอลิกอัตโนมัติ มันไม่ได้เสกขึ้นมาได้ด้วยความรักและความเข้าใจนะคะคุณเจ้าของตึก มันต้องใช้โครงสร้างเหล็กกล้าเสริมพิเศษรองรับ ซึ่งนั่นแหละ... คือต้นทุนส่วนเกินที่คุณกำลังโวยวายอยู่ตอนนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ความเงียบจากความตึงเครียดของการปะทะอารมณ์ หากเป็นความเงียบของฝ่ายชายผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังหาทางพูดไม่ออก ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เขาปรายตามามองรณกรที่ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาอยู่ข้างๆ มินตราอย่างเหนือกว่า
"ผม..." ธันวาขยับเนกไทเล็กน้อยเพื่อแก้เก้อ "ผมแค่... ตรวจสอบความรอบคอบของทีมงานเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่จ่าย"
"อ๋อเหรอครับ?" รณกรสวนกลับทันทีทันควันด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ "นึกว่าถังแตกจนต้องมาขอผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ ซะอีก เห็นโวยวายซะเสียงดังลั่นตึก"
"รณกร" มินตราเอื้อมมือไปสะกิดแขนเพื่อนสนิทเบาๆ เป็นเชิงปรามไม่ให้ใส่ไฟต่อ ก่อนจะหันไปสบตากับเจ้าของคฤหาสน์ด้วยรอยยิ้มเจิมจ้า "เอาเป็นว่า ในเมื่อเราเคลียร์เรื่องตัวเลขกันลงตัวแล้ว ทางเราจะยอมปรับลดสเปกวัสดุตกแต่งภายในบางจุดลงให้ 5% เพื่อแลกกับการที่คุณธันวาต้องเซ็นอนุมัติงบโครงสร้างในวันนี้ทันที ดีไหมคะ?"
ธันวานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง สายตาคมกริบช้อนขึ้นมองหน้าคนที่เพิ่งปากจัดใส่เขาเมื่อนาทีที่แล้ว รณกรยังคงลอยหน้าลอยตาไม่หลบสายตาเขาเช่นเคย กระทั่งเจ้าของตึกถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจำยอม
"ก็ได้... ตามนั้น" ธันวายื่นมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมา "แต่ผมมีเงื่อนไขเพิ่มอีกหนึ่งข้อ..."
รณกรขมวดคิ้วทันที "เงื่อนไขอะไรอีกครับคุณธันวา? อย่าบอกนะว่า..."
"เงื่อนไขก็คือ..." ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตารณกร รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่มีใครคาดคิด "คุณรณกรต้องเป็นคนอยู่ตรวจหน้างานรอบดึกด้วยตัวเองทุกวันจนกว่าโครงสร้างส่วนนี้จะเสร็จ... และห้ามปฏิเสธ"
รณกรอ้าปากค้าง จะอ้าปากเถียงกลับแต่ธันวาชิงจรดปลายปากกาเซ็นอนุมัติลงบนเอกสารเสียงดัง *แกร็ก* พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขาด้วยแววตาท้าทายที่อ่านความนัยไม่ออก... ก่อนที่ไฟในห้องประชุมทั้งหมดจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงล็อคประตูด้านนอกที่ดัง *คลิก* จากฝีมือใครบางคน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์สุดป่วนนี้นะครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 7
ตัวช่วยที่ไม่ได้นัดหมาย
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!