"นั่นสินะ... คงเป็น 'คู่หมั้น' ที่คุณแม่ผมส่งมาป่วนเปี้ยนเพื่อเช็กเรตติ้งล่ะมั้ง"
ประโยคยั่วประสาทนั้นยังคงลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ทว่ารณกรไม่ได้ตอบโต้ด้วยการขว้างแฟ้มแบบแปลนใส่หน้าคมสันอย่างที่ใจนึก สถาปนิกหนุ่มเพียงแต่พ่นลมหายใจพรืดใหญ่ ปลายปากกาเคมีในมือหมุนคว้างด้วยความหงุดหงิดระคนหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างสูงโปรดของเจ้าของบ้านที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องทำงานชั่วคราวด้วยท่าทางกวนประสาทไม่เปลี่ยน
"ถ้าว่างมากจนไม่มีอะไรทำ เดินไปหยิบตลับเมตรในลังนู้นมาวัดระยะผนังฝั่งทิศตะวันตกให้ผมหน่อยดีไหมครับ คุณธันวา หรือว่าเกรงใจชุดสูทราคาแพง กลัวฝุ่นปูนจะแปดเปื้อนจนหมดหล่อ"
รณกรเหน็บแนมเสียงเรียบ แต่สายตากลับเหลือบมองรอยเปื้อนฝุ่นชอร์กที่ติดอยู่ตรงปกเสื้อสูทสั่งตัดราคาเหยียบแสนของอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้ ธันวาก้มมองตามสายตานั้นเล็กน้อย ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งโดยไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้สนอัดยาวที่เต็มไปด้วยกระดาษไขและโมเดลจำลองขนาดเล็ก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายฝุ่นปูนใหม่ๆ ลอยเข้าจมูกจนรณกรต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ผมเป็นเจ้าของบ้าน ไม่ใช่คนงานก่อสร้างของคุณ สถาปนิกปกรณ์" ธันวาจงใจเน้นเสียงเรียกนามสกุลอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "แต่อยากให้ช่วยอะไรก็ว่ามา อย่ามาทำเป็นปากดีสั่งโน่นสั่งนี่ ถ้างานคุณมันดีจริงอย่างที่ปากคุยไว้"
มือหนาของเจ้าของบ้านคว้าแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลที่วางอยู่ริมโต๊ะขึ้นมาพลิกเปิดดูอย่างไร้ความเกรงใจ รณกรขยับตัวจะแย่งคืนแต่ช้ากว่า ธันวากวาดสายตาคมกริบไล่ตามลายเส้นสถาปัตยกรรมและตัวเลขคำนวณโครงสร้างที่เขียนด้วยลายมืออันเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่าสิ่งที่หยุดสายตาของชายหนุ่มเอาไว้ ไม่ใช่แค่สัดส่วนพื้นที่ใช้สอยที่ถูกปรับแก้ให้โล่งโปร่งขึ้นตามความต้องการของเขา แต่เป็นโน้ตโพสต์อิตสีเหลืองแผ่นเล็กๆ ที่แปะอยู่มุมล่าง
*[โซนห้องสมุด: ปรับลดความกว้างชั้นหนังสือลง 15 ซม. เพื่อให้แสงธรรมชาติส่องถึงมุมอ่านหนังสือตอนบ่าย เจ้าของบ้านชอบนั่งเหม่อมองสวนตอนฝนตก น่าจะชอบมุมนี้]*
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววเยชาและจับผิดเสมอ ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา เขาดึงสายตาจากกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมองหน้าสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้เสมองไปทางอื่น ใบหูข้างขวาของรณกรขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ โดยที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยการก้มหน้าก้มตาจัดปากกาในกระบอก
"คุณ... สอดแนมผมเหรอ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่โรยตัวลงมาในห้อง
"ใครสอดแนมคุณ อย่าหลงตัวเองน่า" รณกรหันขวับมาเถียงทันควัน ปลายคางเชิดขึ้นอย่างถือดี "ผมแค่วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าตามหลักการออกแบบสากลต่างหาก คุณนั่งจ้องมุมสวนตรงนั้นทุกครั้งที่ผมมาหน้าไซต์งาน สายตาอาลัยอาวรณ์เหมือนหมาถูกทิ้งขนาดนั้น ใครไม่รู้ก็บ้าแล้วที่ไม่สังเกตเห็น"
"ผมไม่ใช่หมา" ธันวาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ แต่ริมฝีปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นอย่างบางเบา เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายวันที่รณกรสังเกตเห็น และต้องยอมรับตามตรงว่ามันทรงพลังเกินกว่าจะมองข้าม "แล้วก็... ขอบคุณ สำหรับการใส่ใจเรื่องไร้สาระพวกนี้"
คำขอบคุณที่หลุดออกมาจากปากคนเย่อหยิ่งทำให้รณกรถึงกับชะงัก ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลไม่ทันชั่วขณะ ปกติแล้วพ่อคุณรวยล้นฟ้าคนนี้ต้องหาเรื่องแขวะหรือติเตียนสิถึงจะถูก นี่มาไม้ไหน ถึงกับยอมปริปากขอบคุณ แถมแววตาที่มองมายังไม่มีประกายความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย
"วะ... ว่าไงนะ หูผมฝาดไปหรือเปล่าที่คุณพูดคำว่าขอบคุณออกมา" รณกรแสร้งทำเป็นเอานิ้วแคะหู
"อย่าลามปาม สถาปนิกปากจัด" ธันวาเปลี่ยนกลับมาตีหน้าขรึมทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มได้ใจ ร่างสูงวางแฟ้มแบบแปลนลงที่เดิม ก่อนจะกวาดสายตามองรอบห้องที่ตอนนี้โครงสร้างหลักเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว "ที่ผมมานี่ ไม่ได้จะมาฟังคุณกวนประสาท แค่จะบอกว่า... เย็นนี้แม่ผมเชิญทานข้าวที่บ้านใหญ่"
รณกรขมวดคิ้วมุ่นทันที "เกี่ยวอะไรกับผมด้วยล่ะครับ งานออกแบบบ้านหลังนี้อยู่ในเขตพื้นที่ปรับปรุง ไม่ได้รวมถึงการไปนั่งเป็นเพื่อนกินข้าวกับคุณแม่คุณสักหน่อย"
"เกี่ยวสิ เพราะคุณแม่ผมออกปากถามหา 'สถาปนิกมือดีที่ทำให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนยอมสงบปากสงบคำได้สักที' แถม..." ธันวายื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนรณกรต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม "...คุณหญิงท่านยังเข้าใจผิดคิดว่าคุณเป็น 'ว่าที่สะใภ้' ที่ผมแอบพามาซ่อนไว้ที่ไซต์งานอีกด้วย"
"ว่า... ว่าอะไรนะ!" รณกรเบิกตากว้าง ร้องเสียงหลง หน้าแดงซ่านลามไปถึงต้นคอ ความร้อนพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนแทบอยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กตีหัวคนพูดสักทีให้หายหมั่นไส้ "คุณบ้าไปแล้วรึไง ไปบอกแม่คุณยังไงให้เข้าใจผิดแบบนั้น!"
"ผมยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่านจินตนาการไปเองร้อยแปด" ธันวายักไหล่อย่างไม่ยี่หรา สายตากรุ้มกริมคู่นั้นพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนตรงหน้า "แต่ถ้าคุณไม่อยากไปเคลียร์ให้ท่านเข้าใจถูก ก็เตรียมตัวรับมือกับการเป็นเป้าสายตาในงานเลี้ยงต้อนรับวันเสาร์นี้ได้เลย"
รณกรเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวำกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ อยากจะด่ากราดด้วยคำพูดเจ็บแสบสักสามชุดสี่ชุด แต่ติดที่ว่าภาพลักษณ์สถาปนิกมืออาชีพค้ำคออยู่
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้เริ่มต้นขึ้นอีกยก เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางระเบียงทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงเคาะประตูกระจกใสที่เปิดโล่งเบาๆ
ก๊อก ก๊อก
ทั้งรณกรและธันวาหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้ม รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาคมคายแบบนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงยืนส่งยิ้มพิมใจมาให้ ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
"ขอโทษที่รบกวนเวลาสวีท เอ้ย... เวลาคุยงานนะครับ" เสียงทุ้มทุ้มนุ่มนวลเอ่ยขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต "พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาดูความคืบหน้าของโปรเจกต์... ธันวา ไม่คิดเลยนะว่านายจะมาคุมงานด้วยตัวเองถึงที่นี่"
ธันวาหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยมีความผ่อนคลายกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแข็งกร้าวขึ้นมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวขยับบังร่างของรณกรไว้เล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
"กรภัทร... นายมาทำอะไรที่นี่" ธันวาเอ่ยถามเสียงเยือกเย็น
ชายหนุ่มผู้มาใหม่—กรภัทร—คลี่ยิ้มบางๆ ส่งสายตาคมปลาบมองข้ามไหล่ของธันวามาสบตากับรณกรโดยตรง รอยยิ้มนั้นมีความหมายลึกซึ้งและแฝงความท้าทายอย่างปิดไม่มิด
"ก็มาเยี่ยม 'คู่หมั้น' ของฉัน... ตามที่คุณป้าขอร้องให้นะสิ พอดีได้ข่าวว่าน้องรณกรดูแลโปรเจกต์นี้อยู่ ฉันก็เลยต้องแวะมาดูให้เห็นกับตาว่า สถาปนิกคนเก่งฝีมือดีขนาดไหน... ถึงได้ทำให้ว่าที่เจ้าบ่าวของฉันยอมลงทุนมาเฝ้าเช้าเฝ้าเย็นแบบนี้"
รณกรนิ่งอึ้ง สมองประมวลผลกับคำว่า 'คู่หมั้น' ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ ทว่ายังไม่ทันที่รณกรจะได้เอ่ยปากถามอะไร ธันวาก็ก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รังสีความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
---
[นาโนบอทมาสเตอร์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ]
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 6
เมื่อกำแพงเริ่มร้าว
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!