"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นอีกสามวินาที ผมจะถือว่าคุณบุกรุกยามวิกาลและโทรเรียกตำรวจให้มาลากตัวคุณออกไปจากห้องครัวบ้านผมซะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเยارหยันดังขึ้นทำลายความเงียบงวดกวาดบรรยากาศมาคุในห้องครัวสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ให้ยิ่งอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รณกรสะดุ้งสุดตัว ข้อนิ้วเรียวที่กำลังถือกล่องนมสดจืดเกร็งแน่นจนขึ้นข้อขาว เจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตยับย่นเล็กน้อยจากการทำงานโต้รุ่งหันขวับกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ของเจ้าของบ้านที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ธันวาในชุดนอนไม่ได้นอน—เสื้อคลุมอาบน้ำผ้าฝ้ายสีเทาเข้มผูกหลวมๆ เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยหยักของกล้ามเนื้อสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มรักสุขภาพ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นไม่ได้ฉายแว่วง่วงนอนเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันคมปลาบและจ้องเขม็งมาที่เขา ราวกับสัตว์ป่าหวงถิ่นที่กำลังประเมินผู้บุกรุก
"ผมไม่ได้บุกรุก คุณธันวา" รณกรเชิดปลายคางขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบผวาเล็กน้อยกับรัศมีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย "ผมมีแปลนงาน มีรหัสผ่านประตูที่เลขาของคุณเป็นคนส่งให้ และที่สำคัญ... ผมเป็นสถาปนิกที่รับผิดชอบโปรเจกต์รีโนเวทคฤหาสน์หลังนี้ ไม่ใช่โจรโรคจิตที่ไหนที่จะต้องมาแอบย่องเบาขโมยนมกล่องในตู้เย็นคุณ"
"แต่คุณถือวิสาสะเข้ามาในโซนส่วนตัวของผมตอนตีห้าครึ่ง" ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้1ก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรณกรต้องเอนตัวหนีไปด้านหลังโดยอัตโนมัติ สะโพกสอบชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนเย็นเฉียบ "แถมยังทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนกำลังวางแผนจะวางยาพิษในกาแฟแก้วโปรดของผมอีก"
"ผมไม่ว่างพอจะมาวางยาฆ่าคุณให้เสียประวัติสถาปนิกหรอกครับ" รณกรสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตตวัดมองค้อนวงหน้าคมคายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม "อีกอย่าง ถ้าผมจะวางยา ผมคงเลือกวิธีที่ทรมานกว่านี้ ไม่ใช่มายืนลังเลว่าจะกินกาแฟดำหรือกาแฟใส่นมดีหรอก"
ธันวาไม่ตอบทันที นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ติดจะรอนแรมความเหนื่อยล้าเล็กน้อยของคนตรงหน้า เส้นผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงจากการนอนฟุบกับโต๊ะทำงานเมื่อคืนทำให้รณกรดูเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูที่กำลังพองขนขู่มากกว่าจะน่ากลัว รอยคล้ำจางๆ ใต้ดวงตานั่นฟ้องชัดเจนว่าสถาปนิกคนเก่งทำงานหามรุ่งหามค่ำอีกตามเคย
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องทำกาแฟอัตโนมัติที่ส่งเสียงคำรามเบาๆ ธันวาเอื้อมมือยาวผ่านตัวรณกรไปหยิบแก้วมัคเซรามิกสีดำสนิทบนชั้นวาง ทำให้อากาศรอบตัวรณกรถูกแทนที่ด้วยกลิ่นกายสะอาดๆ เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ของครีมอาบน้ำผู้ชาย จนคนตัวเล็กต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"เลิกทำหน้าดื้อรั้นสักที แล้วถอยไป ผมจะชงกาแฟ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาพราวระยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรณกรหน้าแดงก่ำขึ้นมาวูบหนึ่ง
"นี่บ้านคุณ แต่ครัวนี่ผมยืนอยู่ก่อนนะ!" รณกรเถียงเสียงแข็ง พยายามดันอกแกร่งที่ขวางทางอยู่ให้ออกห่าง แต่ทว่า... กล้ามเนื้ออกของอีกฝ่ายแน่นราวกับกำแพงหิน ผลักอย่างไรก็ไม่มีทีท่าจะขยับ
"แต่กาแฟถุงนั้นเป็นของผม และเครื่องชงนั่นก็ราคาแพงกว่าค่าตัวที่คุณคิดจะมาเถียงผมในตอนนี้เสียอีก" ธันวาตอกกลับหน้าตาย ก่อนจะตัดสินใจใช้แขนข้างหนึ่งกักตัวรณกรไว้กับเคาน์เตอร์เพื่อเอื้อมไปหยิบเมล็ดกาแฟคั่วบด น้ำเสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างใบหูขาวสะอาดจนรณกรขนลุกซู่ "ถ้ายังไม่อยากโดนข้อหาทำลายทรัพย์สิน ก็หุบปากแล้วยืนดูเงียบๆ ซะ รณกร"
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่าน รณกรใจเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน เจ้าตัวเม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ อยากจะอ้าปากด่ากราดให้สมกับดีกรีปากจัดที่สะสมมาทั้งชีวิต แต่สายตาคมกริบที่มองตรงมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งกลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่ที่ลำคอ
ผ่านไปชั่วครู่ กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว ธันวารินกาแฟสีเข้มลงในแก้วอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะยื่นแก้วอีกใบที่เติมนมสดร้อนและฟองนุ่มฟูละมุนมาตรงหน้ารณกร
"อะ... อะไรครับ?" รณกรขมวดคิ้วมองแก้วในมืออีกฝ่ายอย่างระแวง
"กินเข้าไปซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนั้น ขืนเป็นลมล้มพับไปกลางไซต์งานตอนช่างรับเหมาเข้ามา ผมคงต้องเสียเวลาอุบาสกอุบาทว์แบกคุณไปส่งโรงพยาบาลอีกรอบ และบอกไว้ก่อนว่าผมไม่ชอบทำงานร่วมกับคนอ่อนแอ" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงเยعหยันตามเคย แต่กลับยัดเยียดแก้วกาแฟใส่นมผสมน้ำผึ้งอุ่นๆ ใส่มืออีกฝ่ายอย่างบังคับ
รณกรรับแก้วมาถือไว้ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านจากฝ่ามือเข้าสู่หัวใจอย่างน่าประหลาด ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังจิบกาแฟดำของตัวเองด้วยท่าทางสบายๆ
ปากร้าย ใจดำ เยชา เจ้าระเบียบ... แต่ทำไมถึงต้องมาชงเครื่องดื่มที่เขาชอบกินเวลาเครียดให้ด้วยเล่า?
"ผมไม่ได้อ่อนแอ" รณกรพึมพำเสียงเบา ยกแก้วขึ้นจิบหนีความเขิน "แล้วก็นะ... กาแฟนี่ รสชาติใช้ได้... ขอบใจก็แล้วกัน"
ธันวาชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบาจนแทบมองไม่เห็น เป็นรอยยิ้มแรกของวันทีเดียวที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาจนคนมองใจกระตุกวูบ
"จำไว้ให้ดีว่านี่คือความปรานีจากเจ้าของตึกนิสัยเสียคนนี้..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมากระซิบใกล้ริมหู จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอ "เพราะหลังจากที่ช่างรับเหมาเข้ามาตรวจหน้างานตอนเจ็ดโมงตรง... ผมจะคิดบัญชีที่คุณแอบเข้ามานอนในบ้านผมเมื่อคืนแบบทบต้นทบดอกทีเดียว"
ยังไม่ทันที่รณกรจะได้อ้าปากด่าทอแก้ตัว เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านขนาดใหญ่ก็ดังลั่นกังวานขึ้นขัดจังหวะ พร้อมๆ กับเสียงทุ้มห้าวของชายแปลกหน้าที่ตะโกนก้องเข้ามาจากทางห้องโถง
"คุณธันวาครับ! ทีมช่างรับเหมาโครงสร้างมาถึงแล้วครับ! แถม... เอ่อ... มีแขกที่ไม่ได้รับเชิญพ่วงมาด้วยคนหนึ่งครับ!"
ธันวากับรณกรหันขวับไปมองหน้ากันทันที รัศมีสีชมพูจางๆ ในห้องครัวสลายหายไปในพริบตาเมื่อแววตาของธันวาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบขึ้นมาอีกครั้ง
รณกรขมวดคิ้วมุ่นเมื่อสังเกตเห็นประกายความไม่พอใจพาดผ่านดวงตาสีนิลของเจ้าของบ้าน
"ใครกันที่มาเช้าขนาดนี้..." รณกรพึมพำ
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันขณะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดัง *เคร้ง*
"นั่นสินะ... คงเป็น 'คู่หมั้น' ที่คุณแม่ผมส่งมาป่วนเปี้ยนเพื่อเช็กเรตติ้งล่ะมั้ง"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความจิกกัดและเคมีที่เริ่มเดือดพล่านของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย•ตอนที่ 5
กาแฟกับคำประชด
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของตึกนิสัยเสีย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!